"ลดปืนลงเสีย ศรา... ถ้าไม่อยากเห็นสมองของคู่หูคุณกระจายอยู่บนพื้นคอนกรีตพวกนี้"
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการเสพติดอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ศราหยุดฝีเท้าลงทันที ระยะห่างระหว่างเขากับมินตราคือสิบเมตร แต่ในความรู้สึกของเขา มันไกลราวกับข้ามทวีป
มินตราถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้เหล็กสนิมเขรอะ ใบหน้าสวยคมของเธอมีรอยช้ำจางๆ บริเวณโหนกแก้มจากการต่อสู้ก่อนหน้า แต่ดวงตาคู่สวยนั้นกลับยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่สั่นคลอน แม้ปากจะถูกปิดด้วยเทปกาวไว้ก็ตาม เธอจ้องมองศราด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง—คำเตือนที่ว่า ‘อย่าเข้ามา’
"เรามาคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่าไหมครับ" ศราค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ ปรับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวให้กลับมานิ่งสนิทตามแบบฉบับโปรไฟล์เลอร์มืออาชีพ มือขวาของเขาวางลงข้างลำตัวอย่างผ่อนคลาย แต่ทว่าดวงตากลับกราดมองทุกรายละเอียดในรัศมีรอบตัว "คุณต้องการเงิน หรือต้องการชื่อเสียง? บอกผมมา... ผมสามารถเจรจาให้คุณได้ทุกอย่าง แลกกับการปล่อยตัวเธอ"
ชายฉกรรจ์ผู้อยู่เบื้องหลังมินตราหัวเราะในลำคอ ปืนลูกโม่กระบอกใหญ่จ่อเข้าที่ขมับของตำรวจหญิงอย่างไม่ปรานี "ฉันไม่ได้ต้องการเงิน ศรา... ฉันต้องการเห็นนายพังทลาย เห็นคนที่นายรักต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตา เหมือนกับสิ่งที่นายทำกับชีวิตของฉันเมื่อสามปีก่อน!"
สมองของศราประมวลผลอย่างรวดเร็ว—*สามปีก่อน? คดีแก๊งค้ายาข้ามชาติที่ปิดตัวไปแล้วนั่นหรือ?* ความทรงจำไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ เขาไม่ได้แค่จับคนร้าย แต่เขาทำลายโครงสร้างทั้งหมดของมันจนราบคาบ ชายคนนี้คือ 'อดีต' ที่ย้อนกลับมาทวงแค้น
"ถ้าคุณแค้นผม ก็ลงที่ผมสิครับ" ศราก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว สื่อสารด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ปล่อยเธอไป เรื่องของเราสองคนควรจบที่นี่"
มินตราส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากเชือกที่มัดไว้แน่นหนา เส้นเลือดที่ขมับของเธอปูดโปนจากการพยายามฝืนกำลัง ศราอ่านจังหวะการหายใจของเธอได้... *จังหวะที่สามของการหอบ* นั่นคือสัญญาณที่มินตราใช้เรียกสติและเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีกลับ
เขารู้ดีว่าหากจะช่วยมินตรา เขาต้องสร้าง 'จุดเบี่ยงเบนความสนใจ' ที่ทรงพลังที่สุด
"คุณมั่นใจหรือครับว่าสิ่งที่ถืออยู่นั่นคือปืนที่พร้อมใช้งาน?" ศราแกล้งยกยิ้มมุมปาก ความเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมที่เขาสวมบทบาทช่วยเพิ่มความกวนประสาทให้กับศัตรู "กระสุนนัดที่สองในโม่คุณมีปัญหาปลอกบวมจากการเก็บรักษาที่ไม่ดี ถ้าคุณลั่นไกใส่เธอ โอกาสที่ปืนจะขัดลำกล้องคือ 70% และนั่นคือวินาทีที่เธอจะฆ่าคุณได้ทันที"
ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ความลังเลปรากฏขึ้นบนใบหน้า—เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง มินตราที่รอจังหวะอยู่แล้วอาศัยความอ่อนแรงของเชือกที่เธอแอบขยับคลายออกมาก่อนหน้า กระแทกหัวเข่าเข้าที่หน้าท้องของชายคนนั้นอย่างจัง!
ปัง!
เสียงปืนลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโกดัง กระสุนเฉี่ยวไหล่ของศราไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนเสื้อสูทขาดวิ่น เลือดสีแดงสดซึมออกมา แต่เขากลับไม่สนใจความเจ็บปวด เขาพุ่งตัวเข้าใส่คนร้ายด้วยความเร็วที่เหนือการคาดการณ์
"มินตรา! หลบ!" ศราตะโกนลั่น
ทั้งสองคนคลุกวงในอย่างดุเดือด ศราใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่เขาสั่งสมมาจากการฝึกร่วมกับหน่วยพิเศษ เขาสกัดขาคนร้ายจนล้มลง ก่อนจะล็อคแขนที่ถือปืนไว้แน่น แต่คนร้ายกลับมีแรงมหาศาลจากการใช้สารกระตุ้น มันพยายามสะบัดตัวและคว้ามีดพกออกมาจากกระเป๋ากางเกง
ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด มินตราที่หลุดจากพันธนาการได้สำเร็จพุ่งเข้าช่วย เธอไม่รีรอที่จะใช้ทักษะการต่อสู้ที่รุนแรงและแม่นยำฟาดสันมือเข้าที่ท้ายทอยของคนร้ายจนมันสลบไปในทันที
ความเงียบกลับคืนสู่โกดังอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ ศรามองมินตราที่เดินโซซัดโซเซเข้ามาหาเขา เธอรีบคว้าแขนของเขาไว้ ดวงตาที่เคยเข้มแข็งกลับสั่นไหวด้วยความห่วงใย
"คุณเจ็บ... ศรา" เธอพูดเบาๆ พร้อมกับฉีกเศษผ้ามาพันแผลให้เขาอย่างชำนาญ
"ผมไม่เป็นไรครับ... แค่ถากๆ เท่านั้นเอง" ศรายิ้มบางๆ มือข้างที่เหลือลูบหัวเธออย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม "ผมบอกแล้วไงครับว่าผมจะปกป้องคุณ"
แต่ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย เสียงแหลมสูงของอุปกรณ์สื่อสารในกระเป๋าเสื้อของศราก็ดังขึ้นพร้อมกัน มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนจากระบบปฏิบัติการลับที่เขาติดตั้งไว้เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามระดับสูง—หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงเด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
[คำเตือน: ตรวจพบตัวตนของ ‘ผู้ชักใย’ อยู่ในรัศมี 50 เมตร]
[ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น: กำจัดเป้าหมายก่อนที่ระบบทำลายตัวเองของโกดังจะเริ่มต้นขึ้น]
[เหลือเวลาอีก 00:59 วินาที]
มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความบนจอ เธอหันไปมองประตูทางออกที่ถูกล็อคตายสนิทด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้าจากภายนอกโดยฝีมือใครบางคนที่ยังไม่ปรากฏตัว ก่อนที่ไฟในโกดังจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงสัญญาณไซเรนที่ดังระงมไปทั่วบริเวณ... ท่ามกลางความมืดมิด เสียงฝีเท้าของใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้พวกเขาอย่างใจเย็น พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ลุ้นระทึกที่สุดไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับผม
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 33
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!