พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก•ตอนที่ 14

เสียงกลองศึกที่ชายแดน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“หมากตานี้ ท่านเดินเร็วไปหนึ่งก้าวแล้ว... พี่รอง” น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่กลับสร้างคลื่นระลอกยักษ์ในใจของบุรุษผู้มีศักดิ์เป็นถึงองค์ชายรองแห่งแคว้น ภายในกระโจมบัญชาการรบอันหนาทึบและอับชื้น กลิ่นอายของดินปืนและเลือดแห้งกรังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยียบของชาหลงจิ่งที่เพิ่งชงเสร็จ ฉินอวี้เหมยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ปักด้วยไหมทอง ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองหยกสีชาดที่ถูกปัดกระเด็นตกจากกระดานหมากด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับอากาศภายในกระโจมถูกสูบออกจนหมดสิ้น ชินอ๋องเฟยหลงที่ประทับอยู่บนเก้าอี้พับหนังพยัคฆ์ ทรงทอดพระเนตรกุนซือสาวในอาภรณ์สีเทาเข้มด้วยสายตาที่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง พระองค์มิได้ตรัสสิ่งใดออกมา ทว่าความดุดันและอำนาจกดดันรอบพระองค์กลับแผ่ซ่านจนแม่ทัพนายกองที่ยืนอยู่รอบด้านล้วนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เบื้องหลังการศึกที่ประจันหน้ากับกองทัพอารักษ์ชายแดน สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคมดาบของข้าศึก หาใช่กลยุทธ์อันแพรพราวไม่ หากแต่เป็นความแห้งแล้งในยุ้งฉางหลวง “เสบียงในคลังสำรอง... เหลือไม่ถึงสามส่วนแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” นายกองทัพผู้หนึ่งก้าวเข้ามารายงานด้วยใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก “หากยังเป็นเช่นนี้ อีกไม่เกินเจ็ดวัน ค่ายทหารของเราคงต้องเผชิญกับภาวะอดอยาก ขวัญกำลังใจของไพร่พลเริ่มสั่นคลอน มีข่าวลือหนาหูว่าพ่อค้าคนกลางถูกสกัดกั้นเส้นทางขนส่งจากเมืองหลวงโดยคำสั่งลับ... เกรงว่าจะเป็นเงื้อมมือขององค์ชายสามหย่งเจิ้ง” รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของฉินอวี้เหมย นางมิได้ตกใจตื่นตระหนกกับข่าวร้ายนี้แม้แต่น้อย มือเรียวบางดั่งหยกขาวค่อยๆ ยกกาชาขึ้นรินน้ำชาใส่จอกกระเบื้องเคลือบสีฟ้าใสอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติราวกับกำลังชมบุปผชาติผลิบานในสวนท้อ หาใช่การเผชิญหน้ากับวิกฤตคอขาดบาดตาย “องค์ชายสามช่างใจร้อนเสียจริง” ฉินอวี้เหมยเอ่ยขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงกังวานใสราวดนตรีหยกกระทบกัน “เขารู้ดีว่าหากตัดเส้นทางเสบียงที่ชายแดน ชินอ๋องผู้ทรงคุณความดีจักต้องถูกบีบให้ถอยทัพ หรือไม่ก็ต้องเผชิญกับการก่อกบฏจากกองทัพของตนเอง หมากตานี้หวังยืมมือความหิวกระหายบั่นทอนเสถียรภาพของกองทัพพยัคฆ์หยกเมฆา เป็นวิธีที่สกปรกแต่ได้ผลชะองนัก” “แล้วเจ้ามีแผนการใด หรือจะให้เปิ่นหวางนำกองกำลังทหารม้าบุกทลายคลังเสบียงหลวงที่เมืองอวี้โจวด้วยตนเอง” ชินอ๋องเฟยหลงตรัสถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นอันตราย พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดเกราะเหล็กสีนิลสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง ดูน่าเกรงขามดั่งเทพแห่งสงคราม “ช้าก่อนเพคะท่านอ๋อง” ฉินอวี้เหมยหันมาสบพระเนตรคมกริบนั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาของนางมีความเด็ดเดี่ยวและประกายแห่งปัญญาเฉียบคมวาดผ่าน “การใช้กำลังในยามนี้เท่ากับติดกับดักขององค์ชายสาม หากท่านอ๋องทรงเคลื่อนทัพโดยปราศจากราชโองการอนุญาต จะกลายเป็นข้อหา ‘ก่อกบฏ’ ทันที และต่อให้ชิงเสบียงกลับมาได้ แต่ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานนับแรมปีจะป่นปี้ในพริบตา หมากตานี้... เรามิอาจใช้ดาบแก้ปัญหา” “เช่นนั้น... จะให้เปิ่นหวางนั่งมองไพร่พลอดอยากรอความตายหรือ” “ย่อมไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ” นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องทีละน้อย กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ ของดอกเหมยขาวโชยปะทะนาสิกท่ามกลางกลิ่นอายสงคราม “ในเมื่อพวกมันต้องการตัดทางเสบียง เราก็แค่สร้าง ‘เส้นทางใหม่’ ที่พวกมันคาดไม่ถึง และในขณะเดียวกัน... เราจะส่งของขวัญชิ้นงามกลับไปให้องค์ชายรองผู้พี่ ที่บังอาจเล่นตลกกับท้องพระคลังของแผ่นดิน” นางหยิบพู่กันขนกระต่ายป่าขึ้นมาจรดลงบนกระดาษสาเนื้อหยาบ ลายเส้นพู่กันตวัดอย่างรวดเร็วและงดงามราวกับอักษรวิจิตรของราชสำนัก แต่มันคือแผนการลักลอบขนส่งเสบียงผ่านเส้นทางลับทางใต้ของหุบเขาอัสดง เส้นทางที่ถูกปิดตายด้วยกฎหมายโบราณ แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่ฉินอวี้เหมยจดจำไว้ขึ้นใจจากความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต “ท่านกุนซือ... เส้นทางนั้นอันตรายยิ่งนัก หน้าผาสูชันและมีกองโจรภูเขาชุกชุม อีกทั้งยังมีสายสืบของฝ่ายตรงข้ามคอยจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว” นายกองทัพท้วงขึ้นด้วยความกังวล “อันตรายย่อมมี แต่ผลลัพธ์คุ้มค่าแก่การเดิมพัน” ฉินอวี้เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง นางเงยหน้าขึ้นมองชินอ๋องเฟยหลงที่โน้มพระoองค์ลงมาทอดพระเนตรแผนที่ใกล้ๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดเสียจนพระองค์ได้กลิ่นลมหายใจแผ่วเบาของนาง ดวงพักตร์งดงามล่มเมืองที่มักจะซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา บัดนี้กลับเปล่งประกายความฉลาดเฉลียวจนน่าหลงใหล ชินอ๋องเฟยหลงทอดพระเนตรดวงพักตร์นวลเนียนนั้นเงียบๆ พระหัตถ์หนายื่นออกไปสัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มนวลของนางอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนคนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนีด้วยความตกตะลึง เพราะไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นท่านอ๋องผู้ไร้ความปราณีทรงกระทำเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน “เจ้ากล้าหาญเกินไปแล้ว... อวี้เหมย” กระแสพระ องค์ทุ้มต่ำและอ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน “หากเจ้าพลาดพลั้ง เปิ่นหวางจะมิยอมให้ผู้ใดในแผ่นดินนี้ได้อยู่อย่างสงบสุขเป็นอันขาด” “หม่อมฉันไม่เคยเล่นเกมที่ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพคะ” นางแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่งดงามราวดอกไม้แรกแย้มกลางฤดูหนาว ทำเอาหัวใจที่ด้านชาของชินอ๋องถึงกับกระตุกวูบ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในกระโจมกำลังอบอวลไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้งท่ามกลางวิกฤต เสียงฝีเท้าม้าควบตะบะอย่างเร่งรีบก็ดังแหวกความเงียบยามวิกาลเข้ามาใกล้กระโจมบัญชาการเรื่อยๆ ตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทหารยามหน้าค่าย “รายงาน! มีราชोองการด่วนจากเมืองหลวง! ส่งตรงถึงกระโจมท่านอ๋องโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนสำนักบริหาร!” สิ้นเสียงรายงานนั้น บรรยากาศรอบด้านก็กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตา ฉินอวี้เหมยหุบพู่กันในมือลงทันที ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยในใจร้องเตือนเสียงดังระคนสงสัย ทหารรับใช้หน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ พร้อมกับชูหีบไม้ประทับตราหยกทองคำสีชาดขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา ชินอ๋องเฟยหลงทรงรับหีบนั้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าพระเนตรกลับฉายแววคมกราบดั่งพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อ พระองค์ทรงใช้พระกรรณขยับเปิดฝาหีบออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นม้วนราชโองการผ้าแพรสีเหลืองทองอร่ามที่นอนนิ่งอยู่ด้านใน ทว่า สิ่งที่แนบมากับราชโองการฉบับนั้น กลับไม่ใช่ตัวอักษรพระราชทานจากพระโอษฐ์ของฮ่องเต้... หากแต่เป็น “ป้ายอาญาสิทธิ์หยกโลหิต” ที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดสีดำคล้ำ และเส้นเกศาเส้นหนึ่งที่ถูกมัดด้วยด้ายสีแดงชาด ซึ่งเป็นเครื่องหมายประหารชีวิตเจ้านายชั้นสูงที่กระทำความผิดมหันต์! ชินอ๋องเฟยหลงทอดพระเนตรสิ่งของในหีบนั้น นัยน์พระเนตรวับวามด้วยเพลิงโทสะที่ระเบิดออกอย่างเงียบงัน พระองค์ตรัสด้วยพระสุระเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “พระราชโองการปลอม... และเป้าหมายของมันในครานี้ คือการปลดหัวโขนแม่ทัพชายแดนของเปิ่นหวางในยามที่ค่ายกำลังขาดเสบียง!” ฉินอวี้เหมยหรี่ตาลงมองป้ายอาญาสิทธิ์นั้น ก่อนที่รอยยิ้มเยือกเย็นจะผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ราวกับจะให้ได้ยินกันเพียงสองคน “ดูเหมือนว่า... หมากตานี้ขององค์ชายสาม จะมิได้ต้องการแค่บีบให้เราอดอยากเสียแล้วกระมังเพคะท่านอ๋อง... แต่มันต้องการ ‘หัว’ ของพวกเราทั้งคู่ เพื่อแลกกับบัลลังก์มังกรในเมืองหลวง” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความลับและเกมอำนาจเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%