พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก•ตอนที่ 5

สายลมยามวิกาล

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
ความมืดมิดยามวิกาลมิได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลยแม้แต่น้อย สำนักหอคัมภีร์หลวงในยามนี้ เงียบสงัดราwป่าช้า ทว่ากลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของอำนาจที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์ ฉินอวี้เหมยก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบดั่งวิญญาณ อาภรณ์สีนิลสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิดของระเบียงทางเดินยาว ปิ่นหยกขาวบนมวยผมถูกถอดเก็บไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ประกายสะท้อนแสงจันทร์ทรยศต่อภารกิจเสี่ยงตายในคืนนี้ เบื้องหน้าของนางคือประตูไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง—สถานที่เก็บรักษาบันทึกคดีลับย้อนหลังสามรัชกาล ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาการตายของตระกูลฉินเมื่อสิบปีก่อน "เจ้ากล้าดียังไงถึงมาเหยียบที่นี่... กุนซือฉิน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดบังความเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของเสาต้นใหญ่ ฉินอวี้เหมยมิได้สะดุ้งตกใจ นางหยุดฝีเท้าลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว ชินอ๋องเฟยหลง ในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ดิ้นทองกลมกลืนกับรัตติกาล ดวงตาดุจพยัคฆ์หยกเมฆาคมกริบราwกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตวิญญาณของนาง แสงจันทร์สาดส่องกระทบสันกรามคมคายและริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ท่านอ๋อง... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดจึงยังไม่บรรทมเพคะ?" ฉินอวี้เหมยเอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้ภายในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ก้าวเข้าไปหาช้าๆ สองก้าว ชินอ๋องเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและแหบพร่า "เปิ่นหวางรอคนที่บังอาจทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ ขโมยตรายางบัญชาการทหารเพื่อลอบเข้ามาค้นหาเอกสารต้องห้าม... เจ้าคิดว่าหอคัมภีร์แห่งนี้ เป็นห้องหนังสือส่วนตัวของเจ้าหรือไร?" "หม่อมฉันเพียงแต่... ต้องการหาความจริง" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่คมของสตรีผู้ปราดเปรื่องฉายประกายความเด็ดเดี่ยว "หรือท่านอ๋องเองก็ทรงหวาดกลัวว่า ความจริงเมื่อสิบปีก่อน จะสั่นคลอนบัลลังก์ที่พวกท่านกำลังแย่งชิงกันอยู่เพคะ?" คำพูดนั้นเฉียบคมราwใบมีด ชinอ๋องเฟยหลงหรี่ตาลง ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วจนฉินอวี้เหมยต้องถอยหลังไปชนกับบานประตูไม้จันทน์ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับบานประตู กักขังร่างบอบบางไว้ในวงแขนอย่างแนบชิด กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายสนิมเหล็กและชาชั้นดีโชยเข้าจมูก "ความจริงหรือ?" เฟยหลงก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับพวงแก้มเนียนนุ่มจนใจดวงน้อยกระตุกวูบ "เจ้าเอาชีวิตของตนเองมาแขวนไว้บนเส้นด้ายเพื่อความจริง... แต่วิธีการของเจ้ามันโง่เขลาสิ้นดี รู้ตัวหรือไม่ว่าหากองค์ชายสามรู้เรื่องนี้ หัวบนบ่าของเจ้าคงหลุดออกจากร่างก่อนที่จะได้เปิดสมุดเล่มนั้นเสียอีก" "หม่อมฉันมิใช่คนขลาดเขลาที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาเช่นนั้นเพคะ" ฉินอวี้เหมยเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกยามที่ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ "หากต้องตายในวังหลังอันโสมมนี้ อย่างน้อยหม่อมฉันก็ได้ตายในฐานะผู้ไขปริศนา มิใช่ในฐานะหมากตัวหนึ่งที่รอวันถูกทำลาย" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แววตาของชินอ๋องฉายแววซับซ้อนยากจะหยั่งถึง ทั้งโกรธเคืองในความดื้อรั้น และ... หวาดหวั่นแทนสตรีตรงหน้า ผู้ซึ่งมีความงดงามและมันสมองที่เทียบชั้นบุรุษ ทว่ากลับเปราะบางราวกับแก้วเจียระไนในคราเดียวกัน "เจ้ามันดื้อด้านที่สุด..." เฟยหลงพึมพำเสียงเบา มืออีกข้างเอื้อมไปสัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทีดุดันเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "หากเจ้าอยากได้นัก... เปิ่นหวางจะช่วยเจ้าหา" ฉินอวี้เหมยเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ยามที่ชินอ๋องเอื้อมมือไปดันบานประตูไม้จันทน์ให้เปิดออกด้วยกำลังภายในอันกล้าแกร่ง ทว่า ในวินาทีที่บานประตูค่อยๆ แง้มออก กลิ่นหอมประหลาดของดอกอวี้หลานก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและแสงคบเพลิงสว่างวาบที่สาดส่องมาจากสุดปลายระเบียง "ใต้เสด็จ! มีผู้บุกรุกแอบอล่านที่หอคัมภีร์พ่ะย่ะค่ะ!" เสียงตะโกนขององครักษ์หลวงดังขึ้นทำลายความเงียบ ฉินอวี้เหมยหน้าถอดสีทันที องค์ชายสามหย่งเจิ้งทรงนำกำลังทหารราชองครักษ์มาตรวจเวรยามในยามวิกาลอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะจนน่ากลัว ราวกับมีคนจงใจส่งข่าวให้พวกเขามาเจอฉากนี้พอดี! ชินอ๋องเฟยหลงไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาดุจพยัคฆ์หยกเมฆาหรี่ลงอย่างเย็นเยียบ เขาดึงร่างของฉินอวี้เหมยเข้ามาซ่อนไว้ในอ้อมอกกว้างอย่างแนบเนียน ใช้ชายเสื้อคลุมสีดำผืนใหญ่บังตัวนางไว้มิดชิด ก่อนจะยกถ้วยชาเคลือบหยกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างประตูขึ้นมาจิบอย่างใจIเย็น ท่ามกลางแสงไฟคบเพลิงที่สว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างขององค์ชายสามหย่งเจิ้งก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าพวกเขาด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ "โอ้... เสด็จอา... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดจึงมาทรงพระสำราญจิบชาชมจันทร์อยู่ที่หอคัมภีร์หลวงเล่าพ่ะย่ะค่ะ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลอุบายอันล้ำลึกไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%