พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก•ตอนที่ 6

คมดาบที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของสุหนี่ว์หลงจิ่งลอยอวลผสมผสานกับคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากท้องพระโรงชั้นนอก คือกลิ่นอายแห่งความตายที่ฉินอวี้เหมยคุ้นเคยเป็นอย่างดี ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักของนางบรรจงหมุนจอกสุราลายครามในมืออย่างเชื่องช้า สายตากวาดมองผ่านม่านมุกโปร่งแสงไปยังเบื้องหน้า ที่ซึ่งงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของกองทัพพยัคฆ์เมฆากำลังดำเนินไปอย่างครึกครื้น ทว่าเต็มไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกราก อาภรณ์ผ้าต่วนสีนวลปักลายกอไผ่ด้วยดิ้นเงินขับเน้นร่างระหงให้ดูสง่างามเยือกเย็น บนเรือนผมปักปิ่นหยกขาวสลักรูปดอกบัวตูม—เรียบง่ายแต่ทรงอำนาจในความเงียบงัน สมฐานะกุนซือหญิงผู้กุมชะตากรรมทัพหน้า "เจ้าดูจะกังวลกับรสชาติของสุราในจอกนั้นเสียเหลือเกินนะ, กุนซือฉิน" เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดเบียดดังขึ้นข้างกาย ชินอ๋องเฟยหลงประทับนั่งอยู่บนเก้าองครักษ์ไม้พะยูงแกะสลัก ฉลองพระองค์ชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆาด้วยด้ายทองคำตอกย้ำอำนาจค้ำฟ้า พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันมาทอดพระเนตรนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทว่าเต็มไปด้วยความระแวกและ... ความอาทรที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้เกราะน้ำแข็ง ฉินอวี้เหมยไม่สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแย้มสรسพน้อยๆ อย่างผู้เหนือกว่า ดึงสายตากลับมาประสานกับพระพักตร์คมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "หม่อมฉันเพียงแต่คิดว่า... สุราจอกนี้รสชาติหวานล้ำจนเกินงาม เพคะ, ท่านอ๋อง" นางทูลตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ ทว่าแฝงนัยยะเฉียบคม "ความหวานที่ผิดปกติ มักซ่อนพิษร้ายที่สามารถละลายกระดูกได้ทั้งร่าง หากดื่มเข้าไปโดยไม่ระวัง เกรงว่ารุ่งสางพรุ่งนี้ แผ่นดินฉีคงต้องเปลี่ยนมือผู้ถือครอง" เฟยหลงแค่นพระสรวลในลำพระโอษฐ์ พระหัตถ์หนายื่นไปคว้าจอกสุราในมือของนางมาถือไว้เอง สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของพระองค์แตะโดนหลังมือของนางชั่วครู่ ทว่าทำเอาหัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดของฉินอวี้เหมยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "ถ้าเช่นนั้น... เปิ่นหวางจะทดลองดื่มแทนเจ้าเองดีหรือไม่?" ตรัสจบ พระองค์ก็ทรงยกจอกสุราขึ้นจดพระ oth "อย่าเพิ่งเพคะ!" ฉินอวี้เหมยยื่นมือไปรั้งแขนเสื้อของพระองค์ไว้โดยไม่รู้ตัว สติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกดึงกลับมาสู่สถานการณ์ตรงหน้า ทว่ายังไม่ทันที่เฟยหลงจะทรงขยับพระองค์ ทันใดนั้น บรรยากาศรอบโต๊ะเสวยก็พลันเยียบเย็นลงจนน่าขนลุก ที่ประทับเบื้องสูง องค์ชายสามหย่งเจิ้งผู้แย้มพระสรวลประจบสอพลอมาตลอดทั้งคืน บัดนี้กำลังทอดพระเนตรลงมาด้วยแววตาคุกกรุ่นและอำมหิต ผิดกับรอยยิ้มการค้าบนพระพักตร์โดยสิ้นเชิง มือเรียวยาวขององค์ชายสามชูจอกสุราขึ้นเป็นเชิงทายทัก ก่อนจะส่งสัญญาณให้ขันทีคนสนทรขยับตัวเข้าประชิดกลุ่มทหารองครักษ์ *เคร้ง!* เสียงอาวุธลับพุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักลงบนเสาไม้แกะสลักด้านหลังของเฟยหลงอย่างเฉียดฉิว ขนนกพิราบสีดำที่หางลูกดอกอาบด้วยยางไม้พิษสีม่วงเข้ม บ่งบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การลอบสังหารแบบธรรมดา แต่เป็นการ "กวาดล้าง" ที่วางแผนมาอย่างรัดกุม ทหารองครักษ์ประจำพระองค์ชักดาบออกจากฝักในพริบตา เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วตำหนักรับรอง ความโกลาหลบังเกิดชั่วพริบตา สนมเอกและขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันวิ่งหนีตายอลหม่าน เสียงกรีดร้องประสานกับเสียงคำรามสั่งการของแม่ทัพหนุ่มผู้ไร้ความปราณี "คุ้มกันท่านอ๋อง!" เสียงตะโกนก้องของรองแม่ทัพซ่งดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน ทว่าฉินอวี้เหมยกลับไม่ขยับเขยื้อนกายหนีไปไหน นางหรี่ตาลงมองกลุ่มมือสังหารในชุดราตรีสีดำที่แฝงตัวเข้ามากับคณะรำถวายพระพร สายตากวาดมองทิศทางและรูปแบบการเคลื่อนไหว... *รูปแบบการเดินหมากของตระกูลหลี่* ตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เป็นพันธมิตรลับขององค์ชายสาม! "ท่านอ๋อง ระวังเพคะ!" ฉินอวี้เหมยร้องเตือนพร้อมกับกระชากร่างของชินอ๋องให้หลบพ้นคมดาบที่พุ่งมาจากมุมมืดอย่างกะทันหัน แรงกระชากทำให้ร่างระหงเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมพระorษ์ที่แข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็ก กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายสนิมเหล็กและชาชั้นดีโอบล้อมกายนางไว้ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เฟยหลงไม่ลังเลแม้แต่น้อย พระหัตถ์ข้างหนึ่งตวัดกระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝักด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ *ฉับ!* ประกายกระบี่สีเงินยวดยวงวาดผ่านลำคอของมือสังหารคนสนิทที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวขาดกระเด็นในดาบเดียว โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์ปักดิ้นทอง ทว่าพระพักตร์ของชินอ๋องยังคงเยือกเย็นชาดั่งเทพสงครามผู้ไร้หัวใจ "บังอาจนัก!" พระสุรสิงห์ก้องกังวานทรงอำนาจจนทุกคนในตำหนักต้องหยุดชะงักด้วยความหวาดกลัว ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ทว่าในความเงียบนั้น เสียงปรบมือเบาๆ และน่ารังเกียจก็ดังขึ้นจากระเบียงชั้นลอย องค์ชายสามหย่งเจิ้งเสด็จก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมพระโอษฐ์ ในพระหัตถ์ทรงถือป้ายคำสั่งทองคำทมิฬของกองทัพพิทักษ์เมืองหลวง ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวว่าพระองค์ทรงก่อกบฏอย่างโจ่งแจ้ง "สมเป็นชินอ๋องผู้เกรียงไกร... ฝีมือดาบยังคงเฉียบคมไม่เปลี่ยน" องค์ชายสามตรัสด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "น่าเสียดายนักที่ต่อให้ท่านเก่งกล้าเพียงใด คืนนี้... น้ำสุราอาบพิษที่ท่านดื่มเข้าไปเมื่อครู่ คงออกฤทธิ์กัดกร่อนเส้นเอ็นจนขยับพระองค์ไม่ได้แล้วกระมัง?" หัวใจของฉินอวี้เหมยหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม นางรีบหันไปมองจอกสุราที่เฟยหลงเกือบจะเสวยเข้าไปในตอนแรก... หรือว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่ใช่การลอบสังหารด้วยคมดาบตั้งแต่แรก แต่เป็นการลวงให้ไขว้เขวเพื่อส่งพิษเข้าร่างท่านอ๋อง! แต่น่าแปลกนัก... ที่เฟยหลงกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย พระองค์ทรงแย้มพระสรวลหยันอย่างน่ากลัว ค่อยๆ ประทับยืนขึ้นเต็มความสูง โอบเอวบางของฉินอวี้เหมยไว้แนบพระoษ์อย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับตวัดพระเนตรคมกริบมององค์ชายสามราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "หย่งเจิ้ง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสุราจอกนั้น... ตกถึงท้องเปิ่นหวางแล้วจริงๆ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลอุบายอันล้ำลึกไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%