พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก•ตอนที่ 9

หมากกลลวงใจ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"บัญชีส่วยสามปีล่าสุดของหัวเมืองตะวันตก ถูกคัดลอกด้วยลายมือของอาลักษณ์ชั้นผู้น้อยในกรมคลัง ทว่าหมึกที่ใช้... กลับเป็นชาดสกัดจากดอกอิงฮวาป่า ซึ่งมีเพียงสำนักตระกูลซ่งของใต้เท้าซ่งเหวินเจี๋ยเท่านั้นที่ใช้ประทับตรารับรองเอกสารลับเฉพาะกิจ" ปลายนิ้วเรียวระหงดั่งหยกขาวของฉินอวี้เหมยจรวดผ่านแผ่นกระดาษสาเนื้อดี แสงจากเปลวเทียนสีนวลสะท้อนเงาลงบนดวงหน้าเรียบเฉยที่ฉายแววเฉียบคมดุจใบมีด นางเอ่ยวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศภายในห้องหนังสือลับของจวนชินอ๋องเย็นเยียบลงถนัดตา ชินอ๋องเฟยหลงมิได้เอ่ยคำใด เขายังคงประทับนั่งนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์แดง อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายพยัคฆ์ทะยานเมฆาขับเน้นให้บุคลิกอันองอาจและเยือกเย็นนั้นดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้า—กุนซือหญิงผู้ก้าวเข้ามาเปลี่ยนกระดานหมากการเมืองของแคว้นให้พลิกคว่ำพลิกหงายได้ด้วยปลายนิ้ว นางไม่ได้เพียงแค่อ่านเกมออก แต่กำลังร้อยเรียงหลักฐานมัดตัวขุนนางฉ้อฉลทีละเปลาะอย่างเลือดเย็นและงดงาม "ใต้เท้าซ่งเหวินเจี๋ยเป็นคนสนิทขององค์ชายสามหย่งเจิ้ง การสาวเส้นทางเงินนี้ไปถึงตัวเขา ย่อมเท่ากับการกระชากหน้ากากสุนัขจิ้งจอกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเมตตาปลอมๆ ออกต่อหน้าธารกำนัล" ชินอ๋องเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำกังวานก้องสะท้อนผนังห้อง "เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า เหยื่อตัวนี้จะยอมติดเบ็ดโดยง่าย" "ปลาใหญ่ย่อมฮุบเหยื่อที่หอมหวานที่สุดเสมอเพคะ" ฉินอวี้เหมยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากคล้ายหยันคล้ายเย้ย "พวกมันคิดว่าความเงียบงันของกรมคลังคือชัยชนะ แต่ความจริงแล้ว... ข้าเพียงแต่ปล่อยให้พวกมันหายใจเข้าลึกขึ้นอีกนิด เพื่อจะได้สำลักความโลภของตนเองให้สะใจยามที่รัดคอแน่นเข้า" แววตาที่พวกเขาสบกันนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่มิต้องเอื้อBนวาจา ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ทัพผู้กุมอำนาจทหารและกุนซือผู้กุมสติปัญญา หาใช่เพียงความร่วมมือทางผลประโยชน์ หากแต่คือการเดิมพันด้วยลมหายใจและเกียรติยศท่ามกลางวังวนแห่งอำนาจที่พร้อมจะกลืนกินคนได้ทุกเมื่อ แผนการขั้นแรกถูกวางไว้อย่างรัดกุม คืนนี้... พวกเขาจะใช้ "ความเงียบ" เป็นอาวุธ และใช้ "ความโลภ" ของฝ่ายตรงข้ามเป็นกับดัก ณ จวนอันโอ่อ่าของใต้เท้าซ่งเหวินเจี๋ย แสงไฟจากโคมกระดาษยังคงสว่างไสว ทว่าภายในห้องโถงใหญ่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ใต้เท้าซ่งกำลังเดินวนไปมาด้วยความร้อนรน เอกสารบัญชีลับหายไปจากห้องนิรภัยอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่เงาของขโมยก็ไม่มีผู้ใดพบเห็น สิ่งเดียวที่ทิ้งไว้คือสาส์นท้าทายฉบับหนึ่งที่ระบุสถานที่นัดพบในยามสาม ณ หอจันทราคารวะ "ใคร... ใครเป็นคนขโมยมันไป!" ใต้เท้าซ่งตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง ยามนี้นามขององค์ชายสามหย่งเจิ้งไม่อาจคุ้มหัวเขาได้อีกหากความลับนี้รั่วไหลไปถึงพระเนตรพระกรรณของฮ่องเต้ "เจ้ากำลังตามหาสิ่งนี้อยู่กระนั้นหรือ ใต้เท้าซ่ง" เสียงทุ้มหวานกังวานราบบนความเงียบสงัดของราตรีกาล ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง ใต้เท้าซ่งสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามเสียง ท่ามกลางเงาจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างแกะสลัก ฉินอวี้เหมยยืนกอดอกพิงเสาไม้สลักอย่างผ่อนคลาย ในมือของนางถือพัดจีบไม้ไผ่ที่คลี่ออกครึ่งหนึ่งบังรอยยิ้มเยาะหยัน "เจ้า... เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงบุกรุกจวนข้าราชสำนัก!" ใต้เท้าซ่งชี้หน้าด้วยความตื่นตระหนก พร้อมส่งสัญญาณมือเรียกองครักษ์เงา ทว่า... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ "ไม่ต้องเรียกให้เสียเวลาเพคะ องครักษ์ฝีมือดีสิบกว่าคนของท่าน บัดนี้ล้วนแต่กำลัง 'หลับใหล' อยู่ในความฝันอันยาวนานภายใต้ฤทธิ์ยาสลบไร้กลิ่นของข้าแล้ว" ฉินอวี้เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก ก่อนที่ใต้เท้าซ่งจะทันได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ประตูห้องโถงก็ถูกถีบกระเด็นด้วยพลังภายในอันรุนแรงจนเศษไม้กระจายเกลื่อนพื้น ร่างสูงใหญ่ในชุดอาภรณ์สีดำสนิทของชินอ๋องเฟยหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินที่มั่นคงและทรงพลัง แรงกดดันจากไอสังหารของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนแผ่ซ่านจนใต้เท้าซ่งทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด "ทะ... ท่านอ๋อง!" ใต้เท้าซ่งเสียงสั่นเทา ละล่ำละลัก "กระหม่อม... กระหม่อมถูกปรักปรำ!" "ปรักปรำงั้นหรือ?" ชินอ๋องก้าวเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าขุนนางฉ้อฉล สายตาคู่นั้นเย็นชาไร้ความปราณีราวกับมองมดปลวก "บัญชีส่วยสามปี ทรัพย์สินที่รีดไถมาจากราษฎรนับหมื่นครัวเรือน และตรายางประจำตัวของเจ้าที่ปรากฏอยู่บนเอกสารลับ... ยังกล้าปฏิเสธอีกหรือว่าเจ้าบริสุทธิ์" ชินอ๋องตวัดมือโยนห่อผ้าที่บรรจุหลักฐานทั้งหมดลงตรงหน้า ใต้เท้าซ่งหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด เขารู้ดีว่าคราวนี้ไม่มีหนทางรอดเงื้อมมัจราชผู้นี้เสียแล้ว ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในกำมือของชินอ๋องและกุนซือหญิงอย่างไร้ข้อกังขา ฉินอวี้เหมยกลับขมวดคิ้วมุ่นโดยพลัน สัญชาตญาณอันเฉียบคมเตือนภัยนางถึงความผิดปกติบางอย่าง ความเงียบงันที่ผิดธรรมชาติ... เสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้ด้านนอกหยุดชะงักกะทันหัน... "ท่านอ๋อง ระวัง!" ฉินอวี้เหมยพุ่งตัวเข้าผลักชินอ๋องออกด้านข้างทันที ในเสี้ยววินาทีนั้น ลูกธนูอาบยาพิษสีนิลดอกหนึ่งแหวกอากาศพุ่งทะลุกระดาษหน้าต่างปักเข้าที่อกของใต้เท้าซ่งที่กำลังคุกเข่าอยู่เต็มแรง โลหิตสีดำทะลักพุ่งออกจากปากของเขา ดวงเบิกโพลนด้วยความตกใจก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะล้มฟาดพื้น แน่นิ่งไปทันที ชินอ๋องคว้ากระบี่ประจำกายออกครึ่งเล่มด้วยสัญชาตญาณ ดวงเนตรคมกริบกวาดมองออกไปในความมืดราตรี "ใครหลบอยู่ข้างนอก! ไสหัวออกมา!" ท่ามกลางความเงียบงัน มีเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากระเบียงด้านนอก พร้อมกับการปรากฏกายของบุรุษผู้หนึ่งในชุดอาภรณ์สีขาวปักลายเมฆาเงิน ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนโยนดั่งบัณฑิตผู้ทรงคุณธรรม ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็นอำมหิต—องค์ชายสามหย่งเจิ้ง "ชินอ๋อง... เสด็จอาผู้ปรีชาสามารถ ช่างน่าประทับใจยิ่งนักที่ทรงสืบหาความจริงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้" องค์ชายสามแย้มสรวล ทอดมองซากศพของใต้เท้าซ่งด้วยสายตาไร้เยื่อใยราวกับมองเศษขยะ "น่าเสียดาย... ที่พยานปากเอกของท่าน ดันด่วนอายุสั้นเสียก่อนที่จะได้ทูลความจริงแด่เสด็จพ่อ" ชินอ๋องหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่กระจายรอบกาย "ที่แท้ก็เป็นเจ้า... หย่งเจิ้ง ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความเน่าเฟะทั้งหมดนี้!" องค์ชายสามมิได้สะทกสะท้านต่อท่าทีคุกคาม เขายังคงยิ้มแย้ม ทว่าสายตากลับเหลือบมองข้ามผ่านร่างของชินอ๋องไปสบตากับฉินอวี้เหมยที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง "กุนซือฉิน... สตรีผู้ปราดเปรื่องแห่งยุค ช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่เจ้าเลือกยืนอยู่ผิดข้าง..." องค์ชายสามกล่าวพร้อมกับโบกมือช้าๆ รอบตัวพวกเขากลับมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยดังขึ้น เงาร่างของทหารองครักษ์นับไม่ถ้วนปรากฏตัวขึ้นปิดล้อมหอจันทราคารวะไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา "แต่ไม่ต้องห่วง..." องค์ชายสามแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ขณะที่มือข้ายกถ้วยชาเคลือบหยกขึ้นจิบช้าๆ ท่ามกลางวงล้อมแห่งความตาย "คืนนี้... นอกจากพวกท่านจะไม่ได้หลักฐานใดกลับไปแล้ว ศพของท่านทั้งสอง... ก็คงจะต้องอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลอุบายอันล้ำลึกไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์หยกเมฆาอาญาสิทธิ์ กับ กุนซือหญิงผู้ไร้รอยจารึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%