เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 7

หลักฐานชิ้นที่หนึ่ง

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
กลิ่นอับของความตายไม่ได้มาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดเสมอไป สำหรับรินรดาแล้ว มันมักมาพร้อมกับกลิ่นของกระดาษเก่า ฝุ่นละอองที่ลอยวนในอากาศนิ่งสนิท และความเงียบงันที่กดทับโสตประสาทจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง แสงไฟจากปลายมวนบุหรี่ในความมืดสลัวของห้องทำงานร้าง ส่องวาบขึ้นครั้งหนึ่งราวกับดวงตาของสัตว์ป่าที่กำลังซุ่มมองเหยื่อ กวินทร์พ่นควันสีเทาจางออกทางริมฝีปากอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องร่างเพรียวของทนายสาวที่กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวเก่า ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุคดีปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ "คุณกำลังเสียเวลาค้นหาความหมายในกองขยะนะ, คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับจังหวะเปียโนตัวโน้ตสุดท้ายที่ยังค้างคาอยู่ในอากาศ รินรดาไม่หันกลับไปมอง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้เกินความจำเป็น แต่แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองกลับทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงไล้ไปตามสันหนังสือและแฟ้มเอกสารที่กระจัดกระจาย เธอกำลังใช้ตรรกะและเหตุผลรื้อฟื้นเศษเสี้ยวความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรม แต่วันนี้... สัญชาตญาณกลับบอกเธอว่า มีบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากข้อกฎหมายกำลังรอให้ค้นพบ "ความหมายมักซ่อนอยู่ในที่ที่คนเรามองข้ามเสมอครับ, คุณกวินทร์... อ๊ะ หรือว่าคุณกลัวว่าฉันจะเจออะไรเข้าล่ะ?" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ เธอจงใจใช้คำลงท้ายที่กวินทร์มักใช้ เพื่อตอกย้ำว่าเธอกำลังอ่านเกมของเขาอยู่ กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นรมย์แต่น่าขนลุก เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ จนกระทั่งเงาสลัวของเขาทาบทับลงบนแผ่นหลังของเธอ กลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าลอยแตะจมูก "ความกลัวเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่เขียนบทกวีด้วยความตายนะครับ... แต่ถ้าคุณอยากหาความจริง นักกฎหมายอย่างคุณควรระวังให้ดีว่า ความจริงบางเรื่อง อาจคมกว่าคมปากกาของผมเสียอีก" ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่น รินรดาชะงักมือที่กำลังจะหยิบแฟ้มเอกสารชุดสุดท้าย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปล่อยให้ความเยือกเย็นของวิชาชีพทนายความเข้าควบคุมความปั่นป่วนในอก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะสะดุดเข้ากับลิ้นชักโต๊ะที่ปิดไม่สนิท มีมุมกระดาษสีเหลืองซีดโผล่ออกมาเล็กน้อย ราวกับลิ้นที่กำลังแลบออกมาเยาะเย้ยความพยายามของพวกเขา เธอยื่นมือไปดึงลิ้นชักนั้นอย่างระมัดระวัง เสียงไม้เก่าเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ภายในลิ้นชักนั้น ไม่มีเอกสารทางคดี ไม่มีเงินสด หรือหลักฐานทางอารกรรมตามที่ตำรวจคาดการณ์ไว้ มีเพียงสมุดปกหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่ง หนังสתלุ่ยร่นตามกาลเวลา และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีกุญแจล็อก รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธอยกสมุดเล่มนั้นขึ้นมา น้ำหนักของมันเบากว่าที่คิด แต่กลับให้ความรู้สึกหนักอึ้งในความรู้สึก กวินทร์ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังหยุดนิ่งทันที รอยยิ้มมุมปากของกวีหนุ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เปลี่ยนโครงสร้างบรรยากาศรอบตัวให้ตึงเครียดขึ้นอย่างฉับพลัน เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟสลัววับวาวจนอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ "นั่น..." กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความขี้เล่นเมื่อครู่อันตรธานหาย เหลือเพียงความจริงจังที่น่ากลัว "ไม่ใช่สิ่งที่คุณควรเปิดอ่านหรอกนะ, รินรดา" รินรดาไม่สนใจคำเตือนนั้น นิ้วมือสวมถุงมือยางค่อยๆ บรรจงเปิดหน้าปกสมุดออก แสงไฟฉายดวงเล็กส่องกระทบเข้ากับลายมือเขียนหวัดๆ แต่เป็นระเบียบในหน้าแรก บรรทัดแรกของไดอารี่เก่าฉบับนั้น ไม่ได้เริ่มต้นด้วยวันที่หรือสถานที่ แต่มันเริ่มต้นด้วยบทกวีสั้นๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำเข้มข้น และทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดนั้น หัวใจของทนายสาวก็กระตุกวูบราวกับถูกกระชากลงเหอ *“ความลับที่ดีที่สุด คือความลับที่ถูกฝังไว้ในเงาของคนที่คุณไว้ใจที่สุด... และวันนี้ รอยร้าวในใจคุณ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง”* ด้านล่างของบทกวีนั้น มีลายเซ็นกำกับไว้ชัดเจน... เป็นลายเซ็นของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปจากเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อห้าปีก่อน บุคคลที่เป็นแผลเป็นในใจของรินรดามาตลอดกาล ห้องทำงานทั้งห้องพลันเงียบสนิทลงราวกับเวลาหยุดเดิน รินรดารemมือสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกวินทร์ที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม ในขณะที่กวินทร์เองก็จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินหยั่งถึง ไดอารี่ในมือเธอกำลังสั่นไหว พร้อมกับความจริงอันมืดมนที่กำลังจะถูกเปิดเผย และก่อนที่ใครจะทันได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินด้านนอก... กำลังก้าวใกล้เข้ามาทางห้องนี้ทีละก้าว... ทีละก้าว อย่างเชื่องช้าและมั่นคง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวและถ้อยคำอันบาดลึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%