เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 8

สายตาที่อ่านไม่ขาด

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระแทกเบาๆ ของแฟ้มเอกสารปกหนังสีเข้มที่วางลงบนโต๊ะไม้สักในห้องทำงานทนายความยามค่ำคืน เปรียบเสมือนเสียงฆ้อนตัดสินของตุลาการที่ดังขึ้นในความเงียบงัน รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ สร้างเงาสลัวทาบทับลงบนกรอบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อพิจารณาภาพถ่ายหลักฐานในมือ ภาพที่บันทึกรอยขูดขีดบนกรอบหน้าต่างห้องสมุดของเหยื่อ—รอยที่เกิดจากเครื่องมือช่างชนิดเดียวกันกับที่ถูกพบในห้องพักของกวินทร์ "คุณกำลังใช้ความตายของคนอื่นมาเป็นวรรณกรรมชิ้นเอก หรือกำลังใช้มันเพื่อปกปิดความจริงบางอย่างกันแน่ครับ คุณกวินทร์" น้ำเสียงของรินรดาราราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อ เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างหันหลังให้เธออยู่ แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากมวลอากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปเมื่อกวินทร์ขยับตัว กวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเจือความเย้ยหยันและเสน่ห์อันตรายที่รินรดารู้ดีว่าเธอควรระวังตัวให้มากกว่านี้ ชายหนุ่มค่อยๆ หันกลับมา แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นใบหน้าคมสันและดวงตาที่ยากจะคาดเดา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนที่มีเส้นเลือดปูดโปーンเล็กน้อยจากการควบคุมอารมณ์ "คุณรินรดา... ทนายความผู้เชื่อมั่นในตรรกะและกระบวนการยุติธรรมอย่างไร้รอยต่อ" กวินทร์ก้าวช้าๆ เข้าหาโต๊ะทำงาน ทิ้งระยะห่างเพียงแค่ปลายนิ้วกั้น "คุณมองโลกผ่านตัวบทกฎหมายและพยานหลักฐาน แต่คุณเคยลองมองผ่านรอยร้าวของตัวอักษรดูบ้างไหมครับ ว่าบางครั้งความจริงมันไม่ได้ถูกซ่อนไว้ในความยุติธรรม แต่มันซ่อนอยู่ในความเจ็บปวดต่างหาก" "ความเจ็บปวดไม่ใช่ข้ออ้างในการบิดเบือนกระบวนการทางกฎหมาย" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยตรง ดวงตาของเธอนิ่งสนิทและแข็งกร้าว "คดีนี้ไม่ใช่บทกวีโศกนาฏกรรมที่คุณจะแต่งแต้มคำสวยหรูลงไปเพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจจากสังคม ผู้ชายคนนั้นตายไปแล้ว และหลักฐานทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นรอยนิ้วมือบนสมุดบันทึก หรือเส้นใยผ้าในที่เกิดเหตุ ล้วนชี้มาที่คุณ... กวินทร์" กวินทร์หยุดยืนค้ำโต๊ะทำงานโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและกาแฟดำจากตัวเขา สายตาของกวินทร์ที่มองเธอนั้นไม่ได้มีความกลัวของผู้ต้องหาเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความท้าทายและความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "แล้วถ้าผมบอกคุณว่า... สมุดบันทึกเล่มนั้นไม่ได้ถูกเขียนโดยผมล่ะครับ" กวินทร์กระซิบ เสียงของเขาต่ำและนุ่มนวล ทว่ากลับดังก้องกังวานในความเงียบ "คุณจะยังใช้ตรรกะเดิมๆ ของคุณตัดสินผมอยู่ไหม หรือลึกๆ แล้ว... คุณกลัวว่าตรรกะที่คุณยึดมั่นมาตลอดชีวิตมันกำลังจะพังทลายลง เพราะคุณเริ่มสงสัยในความบริสุทธิ์ของระบบที่คุณรับใช้" หัวใจของรินรดากระตุกวูบไปชั่วขณะ เธอจ้องมองริมฝีปากที่กำลังยิ้มเยาะของกวินทร์ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันถูกกดทับไว้ด้วยสัญชาตญาณมืออาชีพ เธอย่อมรู้ดีว่านี่คือจิตวิทยาการโน้มน้าวที่กวินทร์ถนัด เขาพยายามดึงเธอเข้าสู่เกมทางอารมณ์ เกมที่เธอต้องไม่ยอมก้าวขาลงไปเด็ดขาด "คุณคิดว่าผมจะไขว้เขวเพราะวาทศิลป์ของคุณอย่างนั้นหรือ?" รินรดาแค่น1เสียงหัวเราะเยือกเย็น เธอเลื่อนแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าเขา "เชิญแต่งบทกวีแก้ตัวของคุณให้ผู้พิพากษาฟังเถอะครับ หวังว่าสำนวนโวหารของคุณจะมีน้ำหนักมากพอที่จะหักล้างรอยนิ้วมือแฝงบนอาวุธสังหารได้นะ" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สายตาของทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท กวินทร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริมคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามอ่านเศษเสี้ยวความทรงจำที่เธอพยายามซ่อนไว้ "คุณกำลังปกป้องความยุติธรรม... หรือกำลังปกป้องแผลเป็นในใจของคุณเองกันแน่ครับ รินรดา" กวินทร์กระซิบแผ่วเบາ ราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจในเงาสลัว "คนที่กลัวความจริงที่สุด มักจะเป็นคนที่เคยสูญเสียบางสิ่งไปเพราะความจริงไม่ใช่หรือครับ" คำพูดนั้นราวกับลูกศިลป์ที่ปักเข้ากลางใจรินรดาอย่างแม่นยำ มือที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนี้ ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากตอกกลับ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบงันและดึงสติของทั้งคู่ออกจากภวังค์อันตราย *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างของทนายฝึกงานหนุ่มยืนหอบหายใจโยนเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะทำงาน สีหน้าของเขซีดเผือกจนเห็นได้ชัด "คุณรินรดาครับ... มีหลักฐานใหม่เพิ่งถูกส่งมาที่แผนกนิติวิทยาศาสตร์ฉุกเฉินเมื่อครู่นี้ครับ เป็นภาพกล้องวงจรปิดจากมุมอับหลังตึกในคืนเกิดเหตุ..." ทนายฝึกงานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองทั้งคู่ด้วยแววตาตื่นตระหนก "คนที่เดินออกจากห้องของเหยื่อในเวลาที่เกิดเหตุ... ไม่ใช่คุณกวินทร์ครับ... แต่เป็นผู้หญิงสวมเสื้อโค้ทสีดำที่ถือร่มคันเดียวกับที่คุณรินรดาใช้เมื่อคืนนี้ครับ!" รินรดาเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงสันหลัง เธอนิ่งค้างไปในทันที ขณะที่กวินทร์ค่อยๆ ยืดตัวตรง ช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวและถ้อยคำอันบาดลึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%