กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษสาหมักมือและน้ำหมึกสีดำสนิทลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานกึ่งสตูดิโอของกวินทร์ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีเหลืองนวลขับเน้นให้เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่สะท้อนภาพของตึกสูงระฟ้าในยามค่ำคืน รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง เอกสารต้นฉบับบทกวีชุดใหม่ที่กวินทร์เพิ่งส่งมอบให้เธอดูก่อนการยื่นศาลในสัปดาห์หน้าถูกวางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า
ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความจริงจัง นิ้วเรียวยาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มไล่สายตาอ่านตัวอักษรทีละบรรทัดอย่างพินิจพิเคราะห์ ตรรกะทางกฎหมายที่เธอเคี่ยวกรำมาตลอดชีวิตการทำงานกำลังทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อเชื่อมโยงร้อยเรียงถ้อยคำเหล่านี้เข้ากับสำนวนคดีฆาตกรรมอำพรางที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม
"คุณกำลังใช้มันเป็นแผนที่นำทาง... หรือเครื่องมืออำพรางคดีกันแน่ครับ คุณกวินทร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้อง กวินทร์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ถือแก้ววิสกี้สีอำพันในมือ แววตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย รอยยิ้มมุมปากของเขายากจะคาดเดvว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
รินรดาไม่หันกลับไปมองทันที เธอยังคงจ้องตัวอักษรบทกวีบทที่สี่ บรรทัดที่หก ที่ระบุถึง *‘กลีบกุหลาบสีชาดที่ร่วงหล่น ณ เวลาเที่ยงคืนสิบหนาที’*
"เวลาตายในรายงานชันสูตรศพของเหยื่อรายล่าสุดคือเที่ยงคืนสิบนาทีครับ..." รินรดาหันกลับมาสบตา ประโยคของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "และคราบเลือดที่คุณบรรยายถึงในบทกวีบทนี้... มันสอดคล้องกับวิถีของรอยกระเซ็นในที่เกิดเหตุอย่างน่าขนลุก ทั้งที่คุณไม่เคยเดินทางไปที่นั่นด้วยซ้ำตามคำให้การของตำรวจ"
กวินทร์ยกแก้วขึ้นจิบน้อยๆ ดวงตาสีเข้มมองเธอนิ่งราวกับกำลังชื่นชมภาพวาดชิ้นเอก "ความจริงมักซ่อนอยู่ในที่ที่เรามองข้ามเสมอครับ ทนายรินรดา บทกวีไม่ใช่แค่เรื่องของจินตนาการ แต่มันคือบันทึกของวิญญาณที่กระซิบบอกความจริงที่กฎหมายมองไม่เห็นต่างหาก"
"กฎหมายมองเห็นหลักฐานและข้อเท็จจริงครับ ไม่ใช่ภาพลวงตาที่คุณร้อยเรียงขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงความผิด" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ถ้าอัยการนำบทกวีนี้ไปเทียบเคียงกับพยานแวดล้อม คุณจะไม่มีทางแก้ต่างในชั้นศาลได้เลย ทำไมคุณถึงใส่รายละเอียดพวกนี้ลงไป? คุณตั้งใจจะท้าทายระบบยุติธรรม... หรือกำลังร้องขอให้ใครสักคนอ่านรหัสลับนี้กันแน่"
กวินทร์วางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ เขาก้าวเข้ามาประชิดจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกระดาษและบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นในบรรยากาศ
"บางที... ผมอาจจะแค่รอให้ทนายความผู้เที่ยงตรงที่สุดมาไขปริศนาก세นี้ด้วยตัวเองก็เป็นได้ครับ" กวินทร์กระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนเกือบจะกลืนไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตอบโต้หรือถอยห่างจากสถานการณ์อันตรายนี้ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เอกสารในแฟ้มคดีลับสุดยอดที่ควรจะอยู่แต่ในสำนักงานอัยการถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักตรงหน้าพวกเขา เสียงหอบหายใจของลูกน้องคนสนิทของรินรดาดังแทรกความเงียบขึ้นมาทันที
"คุณรินรดาครับ! เราเพิ่งได้ภาพวงจรปิดชุดใหม่... คนที่วางแผนทั้งหมดในคืนเกิดเหตุ ไม่ใช่คุณกวินทร์ครับ... แต่เป็นหมายเลขโทรศัพท์ปริศนาที่โทรเข้าเครื่องของเขา และต้นสายนั้น... โทรมาจากเบอร์ส่วนตัวในสำนักงานกฎหมายของคุณเองครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับถ้อยคำและเงาปริศนานี้นะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 2
รหัสในบทกวี
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!