เสียงกระแทกของโทรศัพท์มือถือลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องพักส่วนตัวของสำนักงานกฎหมาย ดังก้องกังวานทำลายความเงียบงันยามวิกาลจนน่าตกใจ รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจของเธอสะดุดกักค้างไว้ที่ลำคอ ประโยคสุดท้ายจากลูกน้องคนสนิทผ่านสายโทรศัพท์เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“คนที่วางแผนทั้งหมดในคืนเกิดเหตุ... ไม่ใช่คุณกวินทร์ครับ... แต่เป็นหมายเลขโทรศัพท์ปริศนาที่โทรเข้าเครื่องของเขา และต้นสายนั้น... โทรมาจากเบอร์ส่วนตัวในสำนักงานกฎหมายของคุณเองครับ!”*
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาไหวระริก สมองที่เคยยึดมั่นในตรรกะและข้อกฎหมายอันเที่ยงตรง บัดนี้กลับหมุนคว้างอย่างไร้ทิศทาง เบอร์ส่วนตัวในสำนักงานของเธอ... มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าถึงได้ ใครคือหนอนกระบอกไม้ไผ่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศทั้งหมดนี้
แกร็ก...
เสียงกลอนประตูห้องทำงานถูกปลดล็อกดังขึ้นแผ่วเบา รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารคดีบนโต๊ะมาถือไว้ราวกับมันคือเกราะกำบังเดียวที่มี เธอนิ่งงั้น รอคอยให้เงาร่างหลังบานประตูเผยตัวตนออกมา
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงายาวทาบทับร่างของชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ กวินทร์... เขายังคงสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเช่นเคย เรือนผมระต้นคอเล็กน้อยยุ่งเหยิงเล็กน้อยขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดิบเถื่อนและอันตรายยิ่งขึ้น ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดไม่ใช่ความเหนื่อยล้า หากเป็นรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง ซึ่งยากจะคาดเดาว่าเขาซ่อนคมมีดไว้ที่ใด
"ดึกป่านนี้แล้ว ทนายความคนเก่งยังไม่ได้พักผ่อนอีกหรือครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความตึงเครียดในอากาศลงทีละน้อย กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน ราวกับผู้ล่าที่กำลังเดินสำรวจอาณาเขตของตนเอง
รินรดากลืนก้อนความกลัวลงคอ พยายามดึงสمةความเยือกเย็นในฐานะทนายความมืออาชีพกลับคืนมา เธอจ้องมองเขาผ่านเลนส์แว่นด้วยสายตาที่คมกริบไม่แพ้กัน
"คุณเข้ามาได้อย่างไร นี่มันยามวิกาล และที่นี่คือเขตหวงห้ามของสำนักงาน" เสียงของเธอเรียบสนิท แต่สั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค
กวินทร์หยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงช่วงแขน เขาวางสมุดปกหนังสีดำเล่มคุ้นตาลงบนโต๊ะ เลื่อนมันมาหยุดตรงหน้าเธอช้าๆ สัมผัสของหนังด้านๆ เสียดสีกับผิวไม้เกิดเสียงแผ่วเบา
"กุญแจสำรองไม่ได้มีไว้แค่เปิดประตูห้องทำงานของคุณหรอกนะครับรินรดา แต่มันมีไว้เพื่อไขความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมต่างหาก" กวินทร์เอ่ยตอบ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอไว้อย่างชัดเจน "ผมรู้ว่าคุณเพิ่งได้รับโทรศัพท์สายสำคัญ... สายที่ทำให้คุณมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดเอ่ยสวนกลับทันที "ถ้าคุณรู้... งั้นก็ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิคะ... เอ่อ... ครับ!" เธอเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นประกายระยิบระยับในดวงตาของเขา "อธิบายมาว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้าเครื่องของคุณในคืนเกิดเหตุ และเชื่อมโยงกับแผนการทำลายหลักฐานทั้งหมด มันโทรมาจากเบอร์ภายในสำนักงานของฉันได้อย่างไร ในเมื่อคุณกับฉัน... เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน"
กวินทร์ไม่แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก
"คุณฉลาดมากที่ตามสืบเรื่องนี้จนเจอ... แต่คุณกำลังมองหาผู้ร้ายในเงาผิดคน ทนายรินรดาครับ" กวินทร์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดแคบลงจนรินรได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจางๆ จากตัวเขา "คนที่ถือโทรศัพท์เครื่องนั้นในคืนนั้น ไม่ใช่คนที่คุณสงสัย... และไม่ใช่ลูกน้องของคุณด้วยซ้ำ"
"ถ้าอย่างนั้นมันเป็นใคร!" รินรดาเผลอขึ้นเสียงอย่างลืมตัว ความอดทนของเธอขาดผึ่งลง "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะกวินทร์ ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมบทกวีอะไรของคุณทั้งนั้น คดีนี้กำลังจะพรากทุกอย่างไปจากฉัน!"
"รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตของคุณด้วยใช่ไหมครับ?" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้นจนรินรดาชะงัก ชายหนุ่มวางมือลงบนขอบโต๊ะ โน้มเข้ามาใกล้จนเธอต้องเอนตัวหลบโดยสัญชาตญาณ "ความจริงก็คือ... ผมไม่ได้เป็นคนบงการ แต่ผมคือคนเดียวที่รู้ว่า 'ใคร' ต้องการให้คุณแพ้คดีนี้ และหลักฐานที่จะลากคอมันออกมา... อยู่ในมือผม"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความสับสน "คุณหมายความว่ายังไง..."
"ข้อเสนอของผมง่ายมากครับ" กวินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านสลักลึกในจิตวิญญาณ "คุณถอนฟ้องคดีนี้ในส่วนของผม... แลกกับการที่ผมจะมอบกุญแจดอกสำคัญ ที่จะเปิดโปงฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าคนรักเก่าของคุณเมื่อห้าปีก่อน"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน รินรดาร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ชื่อของคนรักเก่าที่ตายจากไปอย่างมีเงื่อนงำเมื่อห้าปีก่อน เป็นแผลเป็นที่เธอไม่เคยอนุญาตให้ใครแตะต้อง แต่วันนี้... กวินทร์กลับหยิบมันขึ้นมาต่อรองราวกับเป็นสินค้าในตลาดมืด
"คุณ... คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง..." เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกระซิบ
"ผมรู้อะไรหลายๆ อย่างที่คุณคาดไม่ถึงครับรินรดา" กวินทร์ยืดตัวตรงขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความดึงดูดและอันตรายในเวลาเดียวกัน "ว่าอย่างไรล่ะครับ... จะยอมแลกความปลอดภัยของสำนักงานกฎหมายแห่งนี้ และความยุติธรรมที่รอคอยมานาน... กับการปล่อยตัวกวีที่ไม่มีพิษภัยอย่างผมไป หรือจะปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายลงพร้อมกับความลับที่ถูกฝังกลบ?"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความขัดแย้งทางจริยธรรมและจิตวิญญาณตีรวนกันอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าการยอมรับข้อเสนอนี้เท่ากับการทำผิดจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างร้ายแรง แต่ถ้าปฏิเสธ... เธอก็อาจไม่มีโอกาสได้รู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของคนรักเลยตลอดชีวิต
ในจังหวะที่ความเงียบงันและอึדอัดเข้าปกคลุมห้องทำงานจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และหยุดลงตรงหน้าประตูห้องของเธอพอดี
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากทักท้วง บานประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงของหุ้นส่วนอาวุโสประจำสำนักงานก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่มุมซองมีคราบสีแดงคล้ายสนิมเหล็ก
"คุยอะไรกันอยู่หรือครับ... ดูท่าทางจะเครียดกันน่าดูเลยนะ" หุ้นส่วนอาวุโสเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาที่มองตรงมายังกวินทร์และรินรดากลับเต็มไปด้วยประกายคมปลาบของความลับที่ถูกเปิดเผย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางค้นหาความจริงในเงาดำนี้ไปด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 3
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!