เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 4

ภาพหลอนของความทรงจำ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"คุยอะไรกันอยู่หรือครับ... ดูท่าทางจะเครียดกันน่าดูเลยนะ" เสียงทุ้มต่ำของท่านประธานอาวุโส ‘ธนาทร’ ดังแทรกเข้ามาในโถงทางเดินกว้างหน้าห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานกฎหมาย รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากของชายวัยกลางคนผู้นั้นไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมที่กวาดมองประเมินคนทั้งคู่แม้แต่น้อย บรรยากาศรอบตัวของธนาทรเต็มไปด้วยอำนาจเงียบเชียบที่กดทับให้พื้นที่บริเวณนั้นแคบลงถนัดตา กวินทร์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนองศายืน ร่างสูงในชุดสูทสีชาโคลยังคงรักษาท่าทีผ่อนคลายไว้อย่างแนบเนียน เขาส่งยิ้มบางเบาให้ผู้มาใหม่ราวกับเรื่องที่พวกเขากำลังถกเถียงกันเป็นเพียงบทสนทนารuนสبرยยามบ่าย "เราแค่กำลังพูดถึงโครงสร้างทางกฎหมายของพยานหลักฐานชุดล่าสุดครับ ท่านประธาน" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าแฝงนัยยะความเยือกเย็น "บางครั้ง... ตัวอักษรบนกระดาษก็มักจะซ่อนเงื่อนงำบางอย่างที่ผู้เขียนตั้งใจซ่อนไว้ มากกว่าจะเปิดเผยความจริงทั้งหมด" รินรดายืนนิ่งเงียบ เธอกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาราวกับสัตว์ป่าที่รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของอันตราย สายตาของธนาทรที่มองมากวินทร์ คล้ายกับสายตาของผู้ล่าที่กำลังจับตามองหมากตัวสำคัญบนกระดาน... หมากที่อยู่นอกเหนือการควบคุม "ความจริงหรือครับ กวินทร์" ธนาทรทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของผู้อาวุโสฟังดูคล้ายเสียงกระซิบจากความมืด "ในโลกของกฎหมาย ความจริงเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยครับ สิ่งที่เราต้องการมีเพียงแค่ 'ความน่าเชื่อถือ' ที่ถูกจัดฉากไว้อย่างดีต่างหาก... หวังว่าคุณรินรดาคงเข้าใจเรื่องนี้ดีนะ" ประโยคสุดท้ายถูกส่งตรงมายังทนายสาว รินรดากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในโสตประสาทอย่างกะทันหัน กลิ่นอายของฝนตกและคราบเลือดจางๆ ลอยวนอยู่ในความทรงจำ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ตอบคำถาม ก่อนจะเลือกใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว "ฉันเข้าใจดีค่ะ... เอ้ย... ผมเข้าใจดีครับ" รินรดาเกือบหลุดคำแทนตัวที่คุ้นเคย แต่ไหวพริบดึงเธอกลับมาได้ทันท่วงที ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นเฉี่ยวมองสบตาธนาทรอย่างไม่เกรงกลัว "และฉัน—ผมเชื่อว่าความจริงมักมีวิธีเปิดเผยตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะถูกฝังไว้ลึกแค่ไหนก็ตาม" ธนาทรหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาชั่ววินาที ก่อนจะกลับมาเป็นปกติราวกับภาพลวงตา "ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้โชคดีกับการสืบสวนก้าวต่อไปนะครับ... ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี เมืองนี้มีความลับที่ตายไปพร้อมกับคนเยอะเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการถึง" เมื่อร่างของธนาทรเดินลับหายไปในมุมตึก กวินทร์จึงหันมามองทนายสาวข้างกาย แววตาคมกริบของกวีหนุ่มฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะยังคงติดรอยยิ้มบางๆ ไว้ก็ตาม "คุณหน้าซีดมากเลยนะ รินรดา" กวินทร์เอ่ยเบาๆ ราวกับกระซิบ "ภาพหลอนพวกนั้น... กลับมาอีกแล้วใช่ไหมครับ" รินรดาเบือนหน้าหนี เธอยังไม่พร้อมจะเปิดเปลือยแผลเป็นในใจให้ใครเห็น โดยเฉพาะกับผู้ชายที่มีความลับซ่อนอยู่รอบตัวคนนี้ บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีนวลของสำนักงานที่ดูราวกับกรงขังขนาดใหญ่ ภาพความฝันเมื่อคืนก่อนย้อนกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง... ในความฝันนั้น เธอยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ชะล้างรอยเลือดบนพื้นถนน เสียงกระซิบของใครบางคนดังขึ้นข้างหู *‘เธอคือคนที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น’* และเมื่อหันไปมอง เจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเงาดำที่มีโครงหน้าคล้ายกับกวินทร์ "ผมไม่ได้เป็นอะไร..." รินรดาเค้นเสียงตอบด้วยความยากลำบาก "เรามีงานต้องทำต่อ กวินทร์ ถ้าคุณยังอยากจะช่วยคดีนี้จริง ๆ เลิกเล่นเกมจิตวิทยากับผมเสียที แล้วบอกมาว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับคืนวันที่เกิดเหตุ" กวินทร์ถอนหายใจเบาๆ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด กลิ่นอายน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยเข้ามารบกวนสติของเธอ "บางครั้งกาลเวลาก็ไม่ได้เยียวยาอะไรเลยนะครับ มันแค่ทำให้เราซ่อนแผลเป็นได้แนบเนียนขึ้น... เช่นเดียวกับคดีนี้ที่คุณกำลังทำอยู่ คุณคิดจริงๆ หรือว่าเรากำลังสู้กับคนนอกสำนักงาน" คำพูดของกวินทร์ทำเอารินรดาชะงัก หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นตระหนก ความสงสัยที่เธอพยายามกดทับไว้เริ่มกัดกินจิตใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอื้อnวาจาใดออกมาอีก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายความเงียบ เธอกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เสียงของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปลายสายรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "คุณรินรดาครับ... เราเพิ่งพบหลักฐานชิ้นใหม่ในห้องทำงานเก่าของเหยื่อ มันถูกซ่อนไว้ในสันปกของหนังสือรวมบทกวีเล่มหนึ่ง... และ... และลายมือที่เขียนโน้ตข้างในนั้น มันเป็นลายมือของคุณกวินทร์ครับ!" รินรดาชาวาบไปทั้งร่าง ศีรษะหมุนเคว้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กวินทร์ยังคงส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ รอยยิ้มที่ในวินาทีนี้... เปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเธอ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%