เสียงกระดาษแผ่นบางถูกพลิกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเพียงเล็กน้อย คือสรรพเสียงเดียวที่ดังแข่งกับเสียงฝนตกกระหน่ำอยู่นอกกระจกหน้าต่างห้องทำงานของรินรดา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่มีตราประทับลับสุดยอด ซึ่งเพิ่งถูกส่งมอบมาผ่านพัสดุไร้ที่มาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, กวินทร์"
รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มมุมห้อง แสงเงาจากภายนอกทาบทับใบหน้าด้านซ้ายของกวินทร์ ทำให้รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาดูราวกับภาพวาดของศิลปินยุคเรเนสซองส์ที่ซ่อนเร้นความลับอันดำมืด
กวินทร์ไม่ตอบทันที เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ราวกับรสชาติของแอลกอฮอล์ในแก้วนั้นน่าสนใจเสียยิ่งกว่าเอกสารพลิกคดีที่วางอยู่ตรงหน้าทนายความสาว ก่อนจะวางแก้วกระทบโต๊ะกระจกเกิดเสียงทึบเบาๆ
"ไฟไม่ได้มีไว้แค่เผาทำลายนะครับ, รินรดา" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะซ่อนนัยยะอันตรายไว้เสมอ "บางครั้ง... มันก็เป็นสิ่งเดียวที่ให้ความอบอุ่นในโลกที่หนาวเหน็บและเต็มไปด้วยความล่อลวงใบนี้ เอกสารชุดนั้นไม่ใช่แค่หลักฐาน แต่มันคือเศษซากความจริงที่พวกเขากลบฝังไว้ใต้ดินลึกเกินกว่าที่กฎหมายธรรมจะเอื้อมมือไปถึง"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอย่อมรู้ดีว่า "พวกเขา" ที่กวินทร์หมายถึงคือใคร กลุ่มอำนาจมืดที่ชักใยอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมและการทุจริตระดับประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตายของบุคคลใกล้ชิดในอดีตของเธอ การเปิดโปงข้อมูลลับชุดนี้ไม่เพียงแต่จะสั่นคลอนรากฐานของกระบวนการยุติธรรม แต่มันกำลังตีตราประหารชีวิตพวกเขาทั้งสองคนทางอ้อม
เธอก้มลงมองเอกสารในมืออีกครั้ง บันทึกข้อความลับระหว่างผู้พิพากษาระดับสูงและนักการเมืองอิทธิพล พ่วงด้วยบัญชีลับธนาคารในต่างประเทศ ทุกตัวอักษรและตัวเลขคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่สามารถลากคอฆาตกรมาลงโทษได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือกระสุนปืนที่ถูกบรรจุรอไว้พุ่งตรงมายังศีรษะของเธอเช่นกัน
"คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานิ่งสงบแต่สะท้อนความตึงเครียดระลอกใหญ่ "ถ้าเรายื่นเอกสารนี่ให้กับอัยการสูงสุด พรุ่งนี้เช้าเราอาจจะไม่ตื่นขึ้นมามองเห็นแสงตะวันอีกเลย... ทำไมคุณถึงดึงฉันเข้ามาในวังวนนี้ด้วย ทำไมคุณถึงเลือกที่จะไม่เงียบเหมือนคนอื่นๆ"
กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปรดเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนมากับความชื้นของสายฝน สายตาคมก้มลงมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก มันมีทั้งความห่วงใย ความท้าทาย และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะนิยาม
"เพราะความเงียบคือการสมรู้ร่วมคิดไงครับ" กวินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "และอีกอย่าง... ผมคงทนเห็นคุณเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความโดดเดี่ยวเพื่อตามหาความยุติธรรมที่บิดเบี้ยวนี้เพียงลำพังไม่ได้ บทกวีที่ดีที่สุด ไม่ใช่บทที่เขียนด้วยความสุขสมบูรณ์ แต่มันคือบทกวีที่กลั่นกรองมาจากรอยร้าวของจิตวิญญาณ และเราสองคนต่างก็มีรอยร้าวที่ตรงกัน... ไม่ใช่หรือครับ?"
คำพูดของเขามีพลังทำลายล้างสูงเสมอ มันแทรกซึมเข้าไปในเกราะป้องกันอันแข็ง I ของทนายความสาว จนหัวใจที่ด้านชามานานนับปีสั่นไหวอย่างรุนแรง รินรดาเม้มปากแน่น พยายามดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริง เธอเป็นทนายความที่ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล จะปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกมาชี้นำไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะกับผู้ชายที่มีเสน่ห์อันตรายและคาดเดาไม่ได้อย่างกวินทร์
"ตรรกะของคุณมันบ้าสิ้นดี, กวินทร์" เธอกล่าวเสียงลอดไรฟัน แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก "แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะเอ่ยจบประโยค เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของอาคารชุดหรูใจกลางเมืองก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสลับกับความมืดกะพริบพรึบพรับไปทั่วทั้งชั้น ทันใดนั้น กระจกหน้าต่างด้านหลังห้องก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่พุ่งตรงเข้ามาทางระเบียงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะตั้งตัวทัน!
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครในบทนี้อย่างใจจดใจจ่อ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 16
คดีที่ไม่มีใครต้องการรู้
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!