เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 17

เสียงเพรียกจากเบื้องหลัง

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“คุณกำลังพยายามจะบอกผมว่า ความทรงจำที่ขาดหายไปของลูกความผม คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกประตูบานที่ปิดตายมาตลอดสิบปีงั้นหรือครับ คุณรินรดา?” กวินทร์วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม เสียงกระทบกันของโลหะและไม้ดังกังวานในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับเสียงลั่นของไกปืน เขาสบตารินรดาผ่านแว่นสายตากรอบบาง แววตาของเขานิ่งเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยประกายของความท้าทายที่ยากจะอ่านออก รินรดานั่งตัวตรง เธอจัดระเบียบแฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยกิริยาที่มั่นคงราวกับนักรบเตรียมพร้อมเข้าสู่สนามรบ เธอไม่หลบสายตาคมคู่นั้น แม้ในใจจะรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นกระทบฝั่ง “บางครั้งกุญแจไม่ได้ถูกซ่อนไว้ที่ไหนไกลหรอกครับกวินทร์ มันมักจะวางอยู่ตรงหน้าเราเสมอ เพียงแต่เราเลือกที่จะมองข้ามไปเพราะความกลัวจะเห็นสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้นต่างหาก” เธอเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องไปที่ปลายนิ้วของเขาที่ยังคงวางนิ่งอยู่ใกล้กับสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง “และเท่าที่ผมสังเกต... คุณเองก็ดูจะ ‘ระแวดระวัง’ ประตูบานนั้นเป็นพิเศษนะครับ” กวินทร์แค่นยิ้ม มุมปากขยับเพียงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งอารมณ์ขัน เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา พลิกผ่านหน้ากระดาษอย่างเชื่องช้า “ความกลัวเป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณมนุษย์ครับคุณทนาย แต่ความอยากรู้อยากเห็นน่ะสิ... มันคือจุดเริ่มต้นของหายนะเสมอ คุณไม่คิดหรือว่าการขุดคุ้ยเศษซากความทรงจำที่แตกสลาย อาจจะทำให้เราบาดเจ็บเสียเอง?” “ถ้าเราไม่กล้าแม้แต่จะหยิบเศษแก้วขึ้นมาดู เราก็ไม่มีวันรู้หรอกครับว่ามันเป็นชิ้นส่วนของแจกันที่สวยงาม หรือเป็นแค่เศษขยะที่ทิ่มแทงหัวใจเราอยู่ทุกวัน” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทาง กลับเริ่มตึงเครียดขึ้นจนสัมผัสได้ถึงออกซิเจนที่เบาบางลง รินรดาขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นอายของความลับที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้สัญชาตญาณทนายความของเธอร้องเตือน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อ “มีคนกำลังจับตามองเราอยู่ กวินทร์” เธอเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงเป็นเชิงกระซิบ “ไม่ใช่แค่คนทั่วไป แต่เป็นคนที่มีความรู้เรื่อง ‘จังหวะเวลา’ ของคุณดีเกินไป” กวินทร์ชะงัก นิ้วที่กรีดกรายอยู่บนกระดาษหยุดลงทันที เขาไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงอย่างน่าประหลาด “คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรครับ?” “เสียงฝีเท้าที่หายไปในจังหวะที่คุณเริ่มเขียนกลอนบทใหม่เมื่อคืนนี้” รินรดาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “และแสงแฟลชจางๆ ที่สะท้อนจากเงาไม้ฝั่งตรงข้ามหน้าต่างห้องคุณ ผมคิดว่าเราคงไม่ได้อยู่กันแค่สองคนมาสักพักใหญ่แล้วนะครับ” กวินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง เสียงนาฬิกาเดินดังติ๊ก... ติ๊ก... ก้องอยู่ในโสตประสาท ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาทำให้รินรดารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่เบื้องหลังของเธอ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าชวนให้รู้สึกสับสน เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยนัยยะที่ลึกซึ้ง “ในโลกของกวี... เงาไม่เคยพูดโกหกครับคุณรินรดา แต่มันก็มักจะเล่นตลกกับคนที่พยายามจะเข้าใจมันเสมอ หากคุณอยากรู้ว่าใครกำลังจับตามองเราอยู่... ลองมองไปที่กระจกบานเดิมที่คุณเคยบอกว่ามันสะท้อนความจริงของคุณสิครับ” รินรดาใจเต้นแรง ความรู้สึกเย็นวูบแล่นผ่านสันหลัง เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ทว่ากวินทร์กลับเดินไปยังหน้าต่างและดึงม่านสีทึบลงปิดสนิท ราวกับต้องการตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างถาวร ขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากถามถึงความหมายของประโยคนั้น เสียงแผ่วเบาจากทางด้านหลังของห้องทำงาน—เสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนพื้นไม้กระดานอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน—ก็ดังขึ้นจากมุมมืดที่ไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของกวินทร์ และไม่ใช่เสียงลมจากหน้าต่าง ทว่ามันเป็นเสียงของการ ‘กดชัตเตอร์’ กล้องถ่ายภาพที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาทว่าชัดเจนในความเงียบ รินรดาหันขวับไปตามต้นเสียง ทว่าสิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่ใบหน้าของคนแปลกหน้า แต่เป็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ถูกเสียบไว้ที่กรอบประตูห้องทำงาน... ภาพถ่ายใบนั้นคือภาพของเธอในจังหวะที่เธอกำลังก้มหน้าอ่านบันทึกเล่มเดียวกับที่กวินทร์ถืออยู่เมื่อครู่นี้ ใบหน้าในภาพถ่ายนั้นดูหวาดกลัวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นตัวเองมาก่อน และที่มุมขวาของรูปภาพ มีข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดๆ สั้นๆ ว่า... ‘ทนายความไม่ควรอ่านสิ่งที่ตัวเองยังไม่พร้อมจะยอมรับ... แล้วคุณจะรู้ว่า เงาไม่ได้มีแค่ฝั่งเดียวครับ’ กวินทร์มองดูรูปภาพนั้นด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครในบทนี้อย่างใจจดใจจ่อ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%