คราบหมึกสีดำบนกระดาษสาแผ่นนั้นซึมลึกราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจาง
เสียงรินชากระทบแก้วคริสตัลในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะช่วยขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ทนายสาวมาดนิ่งไม่ได้แตะต้องแก้วน้ำชาเลยตั้งแต่กวินทร์ก้าวเข้ามา เธอนั่งไขว่ห้างหลังโต๊ะทำงาน สายตาคมกริบราวกับเลนส์กล้องที่กำลังโฟกัสจับผิดทุกอณูการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มตรงหน้า
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คุณกวินทร์"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบแต่มั่น 3 พยางค์สุดท้ายถูกเน้นย้ำด้วยความสงสัยที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ เอกสารสำนวนคดีบนโต๊ะถูกเลื่อนไปข้างหน้าด้วยปลายนิ้วที่เคลือบด้วยความเยือกเย็น ในนั้นคือประวัติการใช้ชีวิต การเดินทาง และรอยต่อของเวลาที่สูญหาย ซึ่งไม่เคยตรงกับสิ่งที่กวินทร์เคยเล่าให้เธอฟังแม้แต่บรรทัดเดียว
กวินทร์แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่มักทำให้ผู้คนหลงandในความลึกลับ แต่วันนี้ รินรดากลับมองเห็นรอยปริร้าวบางอย่างซ่อนอยู่หลังแววตานั้น เขาวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลดอาวุธชิ้นสุดท้าย
"ผมไม่ได้กำลังเล่นเกมหรอกครับ คุณรินรดา..." กวินทร์ทอดเสียงยาว ทอดสายตามองลอดผ่านกระจกใสออกไปเบื้องล่างที่สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา "...เกมมันเล่นผมต่างหาก ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมก้าวเข้ามาในสำนักงานกฎหมายของคุณ"
รินรดาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อรักษาพื้นที่ทางจิตวิทยา "ความจริงในสำนวนคดีไม่เคยปรานีใคร และมันยิ่งไม่แยแสต่อความโรแมนติกในบทกวีของคุณด้วย คุณบอกว่าคุณเป็นแค่นักเขียนเร่ร่อนที่บังเอิญอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่หลักฐานพวกนี้..." เธอเคาะนิ้วลงบนกระดาษ "...บอกว่าคุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของพยานปากเอกเมื่อสามปีก่อน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ชั่วขณะหนึ่ง สองสายตาประสานกันราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ต่างฝ่ายต่างไม่อยากยอมถอย กวินทร์ถอนหายใจยาว แววตาที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอย่างน่าประหลาด
"ถ้าผมจะบอกว่า... สิ่งที่คุณถืออยู่ทั้งหมด มันคือเรื่องจริงครึ่งหนึ่งล่ะครับ" กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก
รินรดาหรี่ตาลง "หมายความว่ายังไง"
"ผมไม่ได้เป็นอย่างที่ใครคิด... และยิ่งไม่ใช่คนที่คุณพยายามจะหาคำตอบ" กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างเขากับโต๊ะทำงานของเธอ กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและฝนแรกโชยมาแตะจมูก "คุณคิดว่าผมเป็นฆาตกร? หรือคิดว่าผมเป็นผู้บริสุทธิ์ที่โชคร้าย? น่าเสียดาย... ทั้งสองอย่างนั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของผมเลย"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะกวินทร์ ศาลไม่ได้ตัดสินคดีด้วยปรัชญา"
"แต่ชีวิตคนเราตัดสินกันด้วยภาพลวงตานะครับ คุณรินรดา" กวินทร์ยิ้มเศร้า แววตาสั่นไหวเล็กน้อยยามที่เขาเอ่ยประโยคต่อมา "ผมไม่ใช่กวีผู้รื่นรมย์ในหอคอยงาช้าง ผมคือคนที่เขียนบทกวีขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือดบนมือของตัวเองต่างหาก... ทุกถ้อยคำที่ผมร้อยเรียงให้คุณฟัง มันคือคำโกหกที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยแต่งขึ้น เพื่อไม่ให้คุณต้องรังเกียจตัวตนที่แท้จริงของผม"
หัวใจของทนายสาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำลายกำแพงตรรกะที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปีจนพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา เสน่ห์อันตรายที่เธอเคยระแวดระวัง บัดนี้กลับกลายเป็นความเปราะบางที่ดึงดูดใจอย่างประหลาด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาความเท็จจากร่องรอยความเจ็บปวดที่ปรากฏชัดเจน
"ทำไม..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว "ทำไมคุณถึงเพิ่งมาบอกตอนนี้"
"เพราะว่า..." กวินทร์ยื่นมือมาแตะขอบกระดาษสำนวนแผ่นนั้น ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของเธอผ่านกระดาษเพียงนิดเดียว ความอบอุ่นที่ส่งผ่านความเย็นเยียบทำให้รินรดาชะงัก "...ความจริงบางอย่าง มักจะงดงามที่สุดในตอนที่เรายอมรับว่าเรากำลังพ่ายแพ้ให้กับมัน"
ก่อนที่รินรดาจะได้กล่าวตอบโต้สิ่งใดเพื่อดึงสติของตนเองกลับคืนมา เสียงกริ่งโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดจนแตกกระเจิง เป็นเสียงที่เธอมักจะได้ยินเฉพาะยามฉุกเฉินเท่านั้น
รินรดาขมวดคิ้ว ละสายตาจากกวินทร์ด้วยความไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
"รินรดาพูดค่ะ..."
เสียงปลายสายหอบสะท้านและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คุณรินรดาครับ! รีบเปิดดูข่าวช่องด่วนเดี๋ยวนี้ครับ... หลักฐานใหม่ในคดีที่คุณกำลังทำอยู่เมื่อสามปีก่อน ถูกส่งถึงมืออัยการสูงสุดแล้ว และชื่อผู้ส่งเอกสารชุดนั้นระบุไว้ชัดเจนว่า... คือคุณกวินทร์ครับ!"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอยังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมา ร่างสูงของกวินทร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆ ถอยหลังออกไปช้าๆ พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าช่วงเวลานี้จะมาถึง
*บทกวีใต้ร่มเงาขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมา ณ ที่นี้นะครับ*
เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 18
คำโกหกที่งดงาม
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!