เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 15

ร่องรอยของอดีต

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระดาษพลิกดังแกร็กท่ามกลางความเงียบงันของห้องเอกสารคดีเก่า กลิ่นอับของกระดาษสาและหมึกพิมพ์โบราณลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่ถูกกดทับด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ รินรดากำลังใช้ปลายนิ้วมือที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบางเฉียบ ไล้ไปตามรายชื่อพยานในสำคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน เอกสารชุดนี้ถูกจัดเก็บไว้ในชั้นลึกสุดของหอจดหมายเหตุศาลจังหวัด ซึ่งผ่านการร้องขออย่างยากลำบาก "คุณกำลังมองหาผีสางตัวไหนอยู่หรือครับ คุณทนาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือแถวถัดไป กวินทร์ก้าวเท้าออกมาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ เขาสวมเสื้อโค้ทสีชาเข้ม ไหล่เสื้อยังมีละอองฝนบางเบาเกาะอยู่เล็กน้อย ดวงตาคู่คมพินิจมองท่าทางเคร่งเครียดของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มที่เป็นทั้งเครื่องป้องกันและอาวุธในคราวเดียวกัน รินรดาไม่เงยหน้าขึ้นมอง เธอเพียงชะลอปลายนิ้วที่หยุดนิ่งลงบนบรรทัดหนึ่งของเอกสารแผ่นเหลืองกรอบ "ฉันไม่ได้มองหาผีสางค่ะ... เอ๊ย... ผมไม่ได้มองหาผีสางครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดที่เคยชินออกมาก่อนจะรีบแก้คำพูดในใจอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เธอควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบและเป็นทางการทัน "ผมกำลังมองหาความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้คำว่าอุบัติเหตุต่างหากล่ะครับ คุณกวินทร์" กวินทร์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงเล็กน้อยจนกลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นกระดาษผสมกลิ่นฝนจางๆ—เจือจางเข้ามาในระยะประชิด เขามองข้ามไหล่บางไปยังเอกสารบนโต๊ะ สายตาคมกริบกวาดผ่านรายชื่อบุคคลที่ถูกบันทึกไว้ในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนอย่างรวดเร็ว "สิบปีที่แล้ว... เป็นตัวเลขที่ยาวนานพอจะทำให้ความทรงจำของมนุษย์บิดเบี้ยว หรือไม่ก็... สวยงามเกินความเป็นจริง" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ราวกับกำลังท่องบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ "คุณคิดว่าคุณจะเจออะไรในซากปรักหักพังของอดีตล่ะครับ ความยุติธรรม หรือแค่ความผิดบาปที่ยังหาที่ลงไม่ได้" "บางครั้งมนุษย์เราก็ไม่ได้ต้องการความยุติธรรมหรอกครับ..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ "เราแค่ต้องการคำอธิบายว่าทำไม... คนเราถึงต้องเสียสละเพื่อความลับของคนอื่น" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดขึ้นในทันที โค้งมุมปากของกวินทร์ค่อยๆ เลือนหายไป ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนกระทบกระจกด้านนอกเป็นจังหวะ รินรดาเลื่อนเอกสารแผ่นสำคัญให้กวินทร์เห็นได้อย่างชัดเจน ด้านบนสุดคือบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจท้องถิ่นในคืนเกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน ชื่อของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถูกขีดเส้นใต้ด้วยปากกาแดง แต่ที่สะดุดตาคือรายชื่อของ "ผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก" ซึ่งถูกบันทึกไว้ด้วยลายมือหวัดๆ กวินทร์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาที่เคยพราวระยับด้วยความเยือกเย็นฉายแววไหววับเพียงเสี้ยวเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว "ชื่อนี้... คุ้นหูดีใช่ไหมครับ" รินรดาเอ่ยกระซิบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนผิวผ้าไหม "คุณธนา คนขับรถในคืนนั้นให้การว่า เขารอดมาได้เพราะมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งดึงตัวเขาออกจากซากรถก่อนที่ไฟจะลุกท่วม... และชายคนนั้น ทิ้งนามบัตรแผ่นหนึ่งไว้ให้ตำรวจในฐานะพยานสำคัญ" รินรดาหยิบซองพลาสติกใสอีกซองขึ้นมา ในนั้นมีนามบัตรกระดาษสาเก่าคร่ำคร่า ขอบกระดาษเหลืองตามกาลเวลา ตัวอักษรปั๊มทองจางๆ ระบุชื่อสำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งหนึ่ง พร้อมนามปากกาที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี — *'บทกวีใต้ร่มเงา'* — ห้องเก็บเอกสารพลอยเย็นเยียบลงถนัดตา กวินทร์ไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไร้การหลบเลี่ยง มีแรงดึงดูดประหลาดระหว่างความลับที่ถูกเปิดโปงกับความรู้สึกผิดที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง "คุณอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย..." รินรดากล่าวสรุป น้ำเสียงของเธอทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอก "สิบปีที่แล้ว คุณไม่ได้เป็นแค่นักกวีเร่ร่อน... แต่คุณคือคนที่ช่วยชีวิตพยานปากเอกคนนั้น หรือ... อาจจะเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างรถสองคันบนถนนสายเปลี่ยวคืนนั้น" กวินทร์หลุบตาลงมองนามบัตรใบนั้นชั่วครู่ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาทนายสาวอีกครั้ง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากดูขื่นขมและเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา "บางครั้ง... การเป็นผู้ช่วยชีวิตไม่ได้หมายความว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์เสมอไปหรอกนะครับ, คุณรินรดา" กวินทร์เอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "และบางเรื่อง... ถ้าคุณขุดมันขึ้นมาหายใจบนFผิวน้ำอีกครั้ง คุณอาจจะพบว่าอากาศมันหายใจยากกว่าการจมน้ำตายเสียอีก" ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำถามใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากโถงทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างเร่งรีบ พร้อมกับเงาตะคุ่มของใครบางคนที่ทาบทับลงบนกระจกฝ้าหน้าประตูห้องเก็บเอกสาร ทั้งสองคนชะงัก กวินทร์คว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่นด้วยแรงที่ห้ามปรามไม่ให้ส่งเสียง ขณะที่ประตูห้องกำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องมืดทึบแห่งนี้! ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครในบทนี้อย่างใจจดใจจ่อ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%