เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 14

ความลับใต้รอยยิ้ม

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานไม้สักแท้ ถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าบันทึกคำให้การของพยานปากเอก รินรดากวาดสายตาอ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สมองส่วนลึกกำลังประมวลผลข้อเท็จจริงที่บิดเบี้ยว สัญชาตญาณของทนายความผู้ผ่านคดีใหญ่มาโชกโชนบอกเธอว่า มีบางอย่าง "ผิดปกติ" อย่างร้ายกาจ รายละเอียดเวลาในสำนวนคดีกับคำพูดของกวินทร์เมื่อคืนนี้ไม่สอดคล้องกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนจิ๊กซอว์คนละชุดที่ถูกบังคับให้ต่อเข้าด้วยกันเพื่อตบตาผู้พิพากษา กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แต่ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยกำลังก้าวใกล้เข้ามาพร้อมกับถาดกระเบื้องเคลือบในมือ รินรดายังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกราบจดจ้องอยู่ที่หน้ากระดาษแผ่นนั้น ขณะที่เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างเผยให้เห็นรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มผู้กุมหัวใจและปริศนาทั้งหมดไว้ในคราวเดียวกัน "กาแฟลาเต้ร้อนๆ ครับ ริน... ผมจำได้ว่าคุณชอบดื่มตอนที่ต้องใช้ความคิดหนักๆ" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับแก้วกระเบื้องที่ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ กวินทร์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีผ่อนคลาย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นข้อมือที่มีนาฬิกาเรือนเรียบสวมอยู่ รอยยิ้มของเขายังคงอบอุ่นและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เช่นเคย แต่วันนี้... ในสายตาของทนายสาว รอยยิ้มนั้นกลับแฝงรอยร้าวบางอย่างที่เธอเพิ่งสังเกตเห็น รินรดายังไม่เงยหน้าขึ้นมอง เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนสันแฟ้มเอกสาร เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบ "คุณกวินทร์ครับ..." เธอเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา "บันทึกคำให้การของพยานในหน้าที่สี่... คุณเป็นคนแนะนำให้เขาเปลี่ยนเวลานัดหมายกับลูกความของผมเอง ใช่ไหมครับ" กวินทร์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกเล็กน้อยก่อนจะคลี่ออกเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ความนิ่งของเขาคือปฏิกิริยาที่รินรดากำลังรอคอย มันคือหลักฐานเชิงจิตวิทยาชิ้นแรกที่ยืนยันความสงสัยของเธอ "คุณกำลังหมายถึงอะไรหรือครับ ริน... ในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบทกวีและภาพลักษณ์ทางสังคมให้กับคดีนี้ ผมแค่ชี้แนะมุมมองที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ให้พยานเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้นเอง" กวินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มของเขายังคงสุภาพ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ประกายความอบอุ่นอย่างที่เคยเป็น "ธรรมชาติของมนุษย์ หรือว่า... กลยุทธ์ในการบิดเบือนความจริงกันแน่ครับ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอแข็งกรวดและเต็มไปด้วยคำถามที่รอการพิสูจน์ "คุณไม่ได้แค่ช่วยผมหาหลักฐานมาต่อสู้คดี... แต่คุณกำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือในการล้างมลทินให้ใครบางคน โดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมครับ" บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงสู่ความตึงเครียด กวินทร์ถอนหายใจยาวเบาๆ เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เขาเป็นผู้แต่งขึ้นเอง "คุณเป็นทนายที่เก่งมาก ริน... คุณมองเห็นรอยต่อของความจริงได้ทะลุปรุโปร่งเสมอ แต่บางครั้ง... การรู้ความจริงทั้งหมด อาจทำให้บทเพลงที่เรากำลังบรรเลงอยู่ต้องสะดุดหยุดลงกลางคันนะครับ" กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกาย "คุณอยากชนะคดีนี้ด้วยกฎหมายที่ไร้หัวใจ หรือคุณอยากให้ความยุติธรรมที่แท้จริงมันเกิดขึ้นกันแน่" "ความยุติธรรมที่แท้จริง จะไม่มีวันสร้างขึ้นบนรากฐานของการหลอกลวงครับ กวินทร์" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงและท่าทีที่มั่นคงทำให้เธอไม่ได้ดูด้อยกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย "ตลอดเวลาที่คุณอยู่ข้างผม... คุณมองผมเป็นอะไรกันแน่ หมากตัวหนึ่งบนกระดานที่คุณเป็นคนเดินเกม หรือว่า..." ประโยคคำถามค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดากะพริบแสงสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่เด้งขึ้นบนหน้าจอ เป็นไฟล์เสียงสนทนามקלกุลจากเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ กวินทร์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์นั้นแวบหนึ่ง รอยยิ้มที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจของเขากลับเลือนหายไปในพริบตา แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด รินรดาก้มลงมองหน้าจอ หัวใจเต้นระรัวด้วยความสงสัย เธอยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเปิดลำโพงเพื่อฟังเสียงปริศนาที่ส่งตรงมาในเวลาวิกฤตเช่นนี้ ทันทีที่เสียงสนทนาเริ่มเล่น เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูของบุคคลที่สามก็ดังชัดเจนขึ้นท่ามกลางความเงียบ *"บอกทนายรินรดาซะ... ว่าไอ้กวินทร์ร้อยเล่ห์คนนั้น คือคนที่อยู่เบื้องหลังหลักฐานปลอมในคดีฆาตกรรมเมื่อห้าปีที่แล้ว... และคนที่มันกำลังจะทำลายคนต่อไป ก็คือเธอนั่นแหละ..."* เสียงในสายตัดไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดาชะงักค้าง หันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทว่าในวินาทีนั้นเอง กวินทร์ไม่ได้มีท่าทีตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เขากลับค่อยๆ ปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะลงอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ที่ส่งตรงมาถึงเธอราวกับปีศาจในคราบกวี ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครในบทนี้อย่างใจจดใจจ่อ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%