แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานไม้สักแท้ ถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าบันทึกคำให้การของพยานปากเอก รินรดากวาดสายตาอ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สมองส่วนลึกกำลังประมวลผลข้อเท็จจริงที่บิดเบี้ยว สัญชาตญาณของทนายความผู้ผ่านคดีใหญ่มาโชกโชนบอกเธอว่า มีบางอย่าง "ผิดปกติ" อย่างร้ายกาจ รายละเอียดเวลาในสำนวนคดีกับคำพูดของกวินทร์เมื่อคืนนี้ไม่สอดคล้องกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนจิ๊กซอว์คนละชุดที่ถูกบังคับให้ต่อเข้าด้วยกันเพื่อตบตาผู้พิพากษา
กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แต่ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยกำลังก้าวใกล้เข้ามาพร้อมกับถาดกระเบื้องเคลือบในมือ รินรดายังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกราบจดจ้องอยู่ที่หน้ากระดาษแผ่นนั้น ขณะที่เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างเผยให้เห็นรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มผู้กุมหัวใจและปริศนาทั้งหมดไว้ในคราวเดียวกัน
"กาแฟลาเต้ร้อนๆ ครับ ริน... ผมจำได้ว่าคุณชอบดื่มตอนที่ต้องใช้ความคิดหนักๆ"
เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับแก้วกระเบื้องที่ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ กวินทร์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีผ่อนคลาย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นข้อมือที่มีนาฬิกาเรือนเรียบสวมอยู่ รอยยิ้มของเขายังคงอบอุ่นและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เช่นเคย แต่วันนี้... ในสายตาของทนายสาว รอยยิ้มนั้นกลับแฝงรอยร้าวบางอย่างที่เธอเพิ่งสังเกตเห็น
รินรดายังไม่เงยหน้าขึ้นมอง เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนสันแฟ้มเอกสาร เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบ
"คุณกวินทร์ครับ..." เธอเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา "บันทึกคำให้การของพยานในหน้าที่สี่... คุณเป็นคนแนะนำให้เขาเปลี่ยนเวลานัดหมายกับลูกความของผมเอง ใช่ไหมครับ"
กวินทร์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกเล็กน้อยก่อนจะคลี่ออกเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ความนิ่งของเขาคือปฏิกิริยาที่รินรดากำลังรอคอย มันคือหลักฐานเชิงจิตวิทยาชิ้นแรกที่ยืนยันความสงสัยของเธอ
"คุณกำลังหมายถึงอะไรหรือครับ ริน... ในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบทกวีและภาพลักษณ์ทางสังคมให้กับคดีนี้ ผมแค่ชี้แนะมุมมองที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ให้พยานเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้นเอง" กวินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มของเขายังคงสุภาพ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ประกายความอบอุ่นอย่างที่เคยเป็น
"ธรรมชาติของมนุษย์ หรือว่า... กลยุทธ์ในการบิดเบือนความจริงกันแน่ครับ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอแข็งกรวดและเต็มไปด้วยคำถามที่รอการพิสูจน์ "คุณไม่ได้แค่ช่วยผมหาหลักฐานมาต่อสู้คดี... แต่คุณกำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือในการล้างมลทินให้ใครบางคน โดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมครับ"
บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงสู่ความตึงเครียด กวินทร์ถอนหายใจยาวเบาๆ เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เขาเป็นผู้แต่งขึ้นเอง
"คุณเป็นทนายที่เก่งมาก ริน... คุณมองเห็นรอยต่อของความจริงได้ทะลุปรุโปร่งเสมอ แต่บางครั้ง... การรู้ความจริงทั้งหมด อาจทำให้บทเพลงที่เรากำลังบรรเลงอยู่ต้องสะดุดหยุดลงกลางคันนะครับ" กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกาย "คุณอยากชนะคดีนี้ด้วยกฎหมายที่ไร้หัวใจ หรือคุณอยากให้ความยุติธรรมที่แท้จริงมันเกิดขึ้นกันแน่"
"ความยุติธรรมที่แท้จริง จะไม่มีวันสร้างขึ้นบนรากฐานของการหลอกลวงครับ กวินทร์" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงและท่าทีที่มั่นคงทำให้เธอไม่ได้ดูด้อยกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย "ตลอดเวลาที่คุณอยู่ข้างผม... คุณมองผมเป็นอะไรกันแน่ หมากตัวหนึ่งบนกระดานที่คุณเป็นคนเดินเกม หรือว่า..."
ประโยคคำถามค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดากะพริบแสงสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่เด้งขึ้นบนหน้าจอ เป็นไฟล์เสียงสนทนามקלกุลจากเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ
กวินทร์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์นั้นแวบหนึ่ง รอยยิ้มที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจของเขากลับเลือนหายไปในพริบตา แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด
รินรดาก้มลงมองหน้าจอ หัวใจเต้นระรัวด้วยความสงสัย เธอยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเปิดลำโพงเพื่อฟังเสียงปริศนาที่ส่งตรงมาในเวลาวิกฤตเช่นนี้ ทันทีที่เสียงสนทนาเริ่มเล่น เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูของบุคคลที่สามก็ดังชัดเจนขึ้นท่ามกลางความเงียบ
*"บอกทนายรินรดาซะ... ว่าไอ้กวินทร์ร้อยเล่ห์คนนั้น คือคนที่อยู่เบื้องหลังหลักฐานปลอมในคดีฆาตกรรมเมื่อห้าปีที่แล้ว... และคนที่มันกำลังจะทำลายคนต่อไป ก็คือเธอนั่นแหละ..."*
เสียงในสายตัดไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดาชะงักค้าง หันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทว่าในวินาทีนั้นเอง กวินทร์ไม่ได้มีท่าทีตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เขากลับค่อยๆ ปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะลงอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ที่ส่งตรงมาถึงเธอราวกับปีศาจในคราบกวี
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครในบทนี้อย่างใจจดใจจ่อ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 14
ความลับใต้รอยยิ้ม
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!