เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 32

พายุหมุนในใจ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระดาษแผ่นบางถูกผลักข้ามพื้นโต๊ะไม้สักสีเข้มดัง *สวาท* แผ่วเบา ทว่าในห้องทำงานที่เงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ มันกลับฟังดูคล้ายเสียงก요งศึกที่ถูกตีประโคมขึ้นอย่างกะทันหัน รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แว่นตากรอบบางถูกถอดออกวางไว้ข้างกองแฟ้มคดี เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบีบอัดอากาศภายในห้องให้เจือด้วยความตึงเครียด สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่เอกสารรายงานการสืบสวนฉบับลับ หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวเลข บันทึกการโอนเงิน และลายเซ็นที่คุ้นเคย "คุณอธิบายตัวเลขเหล่านี้ว่าอย่างไรครับ กวินทร์" น้ำเสียงของทนายสาวราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา ไม่มีร่องรอยของความลังเลเจือปนอยู่ในโทนเสียงนั้น มีเพียงความจริงอันหนาหนักที่ถูกกางออกระหว่างคนทั้งคู่ กวินทร์ ซึ่งยืนพิงขอบหน้าต่างหันหลังให้แสงไฟสลัวจากภายนอก เคาะนิ้วเรียวยาวลงกับขอบกระจกเบาๆ สองสามครั้ง เขายังคงรอยยิ้มบางเบาไว้ที่มุมปาก—รอยยิ้มที่มักซ่อนความหมายนัยยะอันซับซ้อนไว้เสมอ รอยยิ้มของผู้ชายที่มองโลกผ่านเลนส์ของบทกวีและการคำนวณในเวลาเดียวกัน กวินทร์ค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ ราวกับจังหวะการเดินของเข็มนาฬิกาในห้องสอบสวน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงมายังรินรดาราวกับจะอ่านทะลุผ่านม่านตาเข้าไปถึงเศษเสี้ยวความคิดที่ซ่อนอยู่ภายใน "ตัวเลขก็เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางภาษาชนิดหนึ่งครับ รินรดา..." กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนละไมราวกับกำลังท่องบทกวีให้ฟังในค่ำคืนที่ฝนพรำ "เช่นเดียวกับตัวอักษรในกฎหมาย มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ตีความตามผลประโยชน์ที่ตัวเองอยากจะเชื่อ มากกว่าจะมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง" "แต่อาชญากรรมไม่ได้ถูกซ่อนไว้ด้วยบทกวีนะครับ กวินทร์" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากท่าทีนิ่งสงบของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป เธอดันแฟ้มเอกสารแผ่นนั้นขยับเข้าไปใกล้ขอบโต๊ะอีกนิด "เงินจำนวนหกล้านบาทจากกองทุนช่วยเหลือเหยื่อ... ถูกโอนเข้าไปยังบัญชีในต่างประเทศที่มีชื่อคุณเป็นผู้ถือผลประโยชน์ร่วมเมื่อสามปีก่อน ช่วงเวลาเดียวกับที่คดีอุบัติเหตุของน้องสาวฉันถูกปิดลงอย่างน่ากังขา" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างเชื่องช้า กวินทร์ไม่สะทกสะท้าน เขาย1ขยับตัวเดินเข้ามาช้าๆ หยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงไม้กระดานกั้นกลาง แต่แรงดึงดูดทางจิตวิทยากลับทำให้มันดูแคบลงจนแทบหายใจไม่ออก แววตาของกวินทร์ทอประกายความเจ็บปวดวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยอันลึกซึ้ง "คุณกำลังใช้ตรรกะทางกฎหมายมาตัดสินหัวใจที่แหลกสลายของผม... รินรดา" กวินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณคิดจริงๆ หรือว่าผมจะแลกชีวิตของใครสักคน กับเศษกระดาษสีเขียวพวกนั้น? ถ้าคุณรู้จักผมจริงๆ คุณจะรู้ว่ามีบางสิ่งที่มนุษย์ยอมแลกได้แม้กระทั่งความถูกต้อง เพื่อปกป้องคนที่เขารัก" "คนที่รัก?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ "คนที่คุณปกป้องคือใคร? หรือคนที่คุณกำลังปกป้องจริงๆ ก็คือตัวคุณเองจากคุกตะราง?" "บางครั้ง... เงาที่เราพยายามวิ่งหนี ก็คือตัวตนที่แท้จริงของเรานะครับ" กวินทร์กระซิบเสียงแผ่ว ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากลมหายใจ มือข้างหนึ่งของเขายื่นออกไปราวกับจะเอื้อมมาสัมผัสแก้มของเธอ ทว่ารินรดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างเด็ดเดี่ยว สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น "อย่าเข้ามา" เธอเตือนเสียงต่ำ "ความสัมพันธ์ระหว่างเราจบลงตรงนี้ ในฐานะคู่กรณี ไม่ใช่คนรู้จัก" กวินทร์ชะืองมือค้างไว้กลางอากาศ รอยยิ้มบนริมฝีปากจางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว เขากวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูท วางทับลงบนกองเอกสารของเธอ "ถ้าคุณคิดว่านั่นคือความจริงทั้งหมดที่คุณค้นพบ... งั้นลองเปิดหน้าสุดท้ายของสมุดเล่มนี้ดูสิครับ รินรดา" กวินทร์พูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เสียงฝีเท้าของเขาก้าวออกไปตามทางเดินด้านนอก ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบที่เริ่มกัดกินความมั่นใจของเธอทีละน้อย รินรดากลั้นใจ เอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มนั้นขึ้นมา นิ้วมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะเปิดพลิกผ่านหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ จนกระทั่งมาถึงหน้าสุดท้าย—หน้าที่ถูกพับมุมไว้ ดวงตาของทนายสาวเบิกกว้างขึ้นทันที ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท *ข้อความนั้นระบุวันที่ของวันพรุ่งนี้... พร้อมรายชื่อเหยื่อรายต่อไป ซึ่งก็คือชื่อของตัวเธอเอง* ทันใดนั้นเอง ไฟนีออนเหนือเพดานห้องก็กะพริบติดๆ ดับๆ สองครั้ง ก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่ง และในความเงียบงันนั้นเอง เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากระเบียงด้านนอก... เป็นเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้หน้าต่างห้องทำงานของเธอทีละก้าว ทีละก้าว อย่างช้าๆ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดมนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%