เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 33

ก้าวสุดท้ายก่อนสูญสิ้น

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงถอนหายใจแผ่วเบาที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากของรินรดา ไม่ได้สะท้อนความอ่อนล้า หากแต่เป็นแรงกดดันจากมวลอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวยามวิกาล เอกสารสำนวนคดีนับร้อยหน้าที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง ถูกจัดระเบียบจนไร้ที่ติราวกับตัวตนของเธอ—เย็นชา แม่นยำ และไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าภายใต้กรอบแว่นสายตากรอบโลหะสีเงินนั้น กำลังประเมินสถานการณ์ด้วยสมการความน่าจะเป็นรูปแบบใด พรุ่งนี้เช้า คือการไต่สวนนัดสุดท้ายก่อนศาลจะมีคำพิพากษา "คุณกำลังคำนวณความพ่ายแพ้ หรือกำลังหาทางหนีทีไล่ให้ผมกันแน่ครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง กวินทร์ก้าวเท้าพ้นจากเงาของชั้นหนังสือช้าๆ ในมือถือแก้วทรงเตี้ยที่มีของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ รอยยิ้มที่มุมปากของกวีหนุ่มไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ต้องหาผู้หวาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของนักหมากรุกที่กำลังมองดูคู่ต่อสู้เดินหมากตาสำคัญ รินรดาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแผ่นสุดท้าย สายตาคู่คมกริบมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้สร้างความปั่นป่วนให้แก่ชีวิตและจิตวิญญาณของเธอมาตลอดหลายเดือน เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ—ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อข้อกล่าวหาฆาตกรรมที่แขวนอยู่บนคอของเขา แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า หัวใจของเธอกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เขายืนอยู่ใกล้ในระยะประชิดเช่นนี้ "ฉันไม่ได้กำลังคำนวณความพ่ายแพ้ และแน่นอนว่าฉันไม่เคยมีแผนสำรองสำหรับการพ่ายแพ้" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาที่ควบคุมโทนเสียงไว้อย่างสมบูรณ์แบบ "แต่สิ่งที่ฉันกำลังคิด คือคุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ กวินทร์ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุดที่ฉันเพิ่งได้รับมาเมื่อสองชั่วโมงก่อน มันย้อนแย้งกับคำให้การของคุณอย่างสิ้นเชิง" กวินทร์หยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงก้าวเดียว เขาวางแก้วลงบนพื้นผิวไม้ เสียงกระทบเบาหว่านความตึงเครียดลงในบรรยากาศ เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้สองมือยันขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ความจริงก็เหมือนบทกวีครับ คุณรินรดา..." กวินทร์กระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตัวอักษรเรียงร้อยอย่างไร แต่มันขึ้นอยู่กับว่า... ผู้อ่านเลือกที่จะตีความมันไปในทิศทางไหนต่างหาก คุณอยากให้ผมเป็นฆาตกร หรือคุณอยากให้ผมเป็นแค่ชายโชคร้ายที่ยืนอยู่ผิดที่ผิดเวลาในคืนนั้นกันล่ะครับ" ดวงตาของทั้งสองสบประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มันคือการต่อสู้ทางจิตวิทยาที่ไร้ซึ่งอาวุธ แต่บาดลึกยิ่งกว่าคมมีด รินรดารู้ดีว่ากวินทร์มีความลับ—ความลับที่หากเปิดเผยออกมา มันอาจจะช่วยให้เขาพ้นผิด หรือในทางกลับกัน... อาจจะลากเธอลงไปในหลุมพรางทางจริยธรรมที่เธอไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้อีกเลย ในฐานะทนายความ หน้าที่ของเธอคือการปกป้องลูกความด้วยข้อกฎหมายและพยานหลักฐาน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง รินรดากลัวเหลือเกินว่า ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยขึ้นมา จะทำลายความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับชายผู้ร้อย "กฎหมายไม่ได้ตัดสินคดีด้วยบทกวีนะ กวินทร์" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับมาไว้ที่ตรรกะ "พรุ่งนี้ คือของจริง ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางกายภาพ ไม่ใช่คารมคมคายของคุณ ถ้าคุณยังปิดบังอะไรเกี่ยวกับคืนเกิดเหตุ... คดีนี้เราจบเห่แน่" กวินทร์ผละตัวออกไปช้าๆ เขายืดตัวตรง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เขาเดินไปหยิบสมุดปกหนังสีดำเล่มคุ้นตาขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ตที่พาดไว้บนโซฟา ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเธอ "ผมไม่ได้ปิดบังอะไรคุณเลยครับ... ตั้งแต่แรกจนถึงวินาทีนี้" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก "เพียงแต่ บางครั้งการมองหาความจริง เราต้องกล้าที่จะมองข้ามสิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่า" รินรดามองสมุดบันทึกเล่มนั้นด้วยความรู้สึกระแวง เธอยื่นมือไปเปิดมันออก หน้ากระดาษว่างเปล่าเกือบทุกหน้า ยกเว้นหน้าสุดท้ายที่มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งระบุพิกัดสถานที่และเวลาที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในสำนวนคดีใดมาก่อน พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของทนายสาวเย็นเฉียบ *หลักฐานชิ้นสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ... แต่อ1ยู่ในมือของคนที่คุณไว้ใจที่สุด* ก่อนที่รินรดาจะทันได้เงยหน้าขึ้นเพื่อซักถาม เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกความเงียบขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ตามด้วยการผลักประตูเปิดออกโดยปราศจากการอนุญาต ร่างสูงของทนายความรุ่นพี่และหุ้นส่วนใหญ่ของสำนักงานกฎหมายก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบแฝงความหมายบางอย่างในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาล "รินรดา... ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องคุยกันเรื่องพยานปากเอกที่เราเพิ่งได้มาใหม่" รุ่นพี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาที่มองไปยังกวินทร์กลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็น "และผมเกรงว่า... คุณกำลังถูกลูกความของคุณหลอกใช้มาตลอดทาง" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดมนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%