เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 10

ทฤษฎีที่ล้มเหลว

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
กระดาษโน้ตแผ่นเล็กยับยู่ยี่ในอุ้งมือของรินรดา มีน้ำหนักราวกับมันหลอมมาจากตะกั่ว "คุณกำลังใช้ความรู้สึกตัดสินคดีความที่ต้องอาศัยเพียงลายลักษณ์อักษรและข้อเท็จจริงนะครับ... ทนายรินรดา" เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ดังลอดผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบกรอบหน้าคมคายของกวีหนุ่ม ทำให้เงาทอดทอดลงบนสันจมูกโด่งและดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่มักซ่อนความนัยราวกับกำลังอ่านบทกวีบทสุดท้ายบนแท่นประหาร รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เธอกำลังพยายามดึงสติกลับมาสู่กรอบตรรกะทางกฎหมายที่เธอถือมั่นมาตลอดชีวิตการเป็นทนายความ แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน—ภาพที่กวินทร์ยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัวริมหน้าต่าง พร้อมกับถ้อยคำสารภาพที่คลุมเครือระหว่างความจริงกับบทประพันธ์—ยังคงวนเวียนกรีดแทะจิตใจของเธออย่างไม่รู้จักจบสิ้น "ดิฉันไม่ได้ใช้ความรู้สึก กวินทร์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในย่านเสียงต่ำ เธอพยายามรักษามาดนิ่งสนิทไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเยือกเย็น "ดิฉันกำลังประเมินน้ำหนักของพยานหลักฐานต่างหาก หลักฐานที่คุณจงใจซ่อนมันไว้จากสำนวนของศาล" กวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ถูกร่นลงจนเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ ที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ "พยานหลักฐานหรือครับ... หรือจริงๆ แล้วคุณกลัวว่าถ้าผมรอดคดีนี้ไปได้ คุณจะต้องยอมรับความจริงบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังในอดีตของคุณกันแน่" กวินทร์หยุดยืนโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ความจริงที่ว่า... คนที่เราปกป้อง อาจไม่ใช่คนบริสุทธิ์อย่างที่คุณอยากให้เป็น" คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องเบาบางลงเฉียบพลัน สมองของเธอสั่งการให้โต้แย้งด้วยข้อกฎหมาย สั่งให้เธอยืนหยัดในฐานะทนายความผู้ผดุงความยุติธรรม แต่หัวใจกลับทรยศด้วยการเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากำลังกัดกร่อนวิชาชีพของเธอทีละน้อย ทฤษฎีความเย็นชาและไร้ตัวตนที่เธอใช้เป็นเกราะคุ้มกันมายาวนานกำลังพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า รินรดาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตานั้น แต่กลิ่นอายเฉพาะตัวของกวินทร์—กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกซึมผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืน—กลับโอบล้อมเธอไว้จนดิ้นไม่หลุด "ถ้าคุณคิดว่าเกมนี้เป็นเพียงบทกวีที่คุณแต่งขึ้นเพื่อเล่นสนุก..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงอำนาจของตนกลับคืนมาด้วยการเชิดคางขึ้นสบตาเขาตรงๆ "คุณคงประเมินทนายความคนนี้ต่ำเกินไปแล้ว กวินทร์" กวินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข หากแต่เป็นความท้าทายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ เขายื่นมือออกมาช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนหลังมือที่กำแน่นของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความร้อนรุ่มผ่านผิวหนังจนรินรดาสะดุ้งเฮือกแต่กลับไม่ยอมชักมือหนี "บางที... ทฤษฎีที่ล้มเหลวที่สุด อาจไม่ใช่กฎหมายของคุณหรอกครับ ทนายรินรดา" กวินทร์กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจริมใบหู "แต่มันคือความพยายามของคุณ... ที่จะเกลียดผมให้ได้นานพอ" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน รินรดากำลังจะอ้าปากโต้กลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน ทว่าจู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมทำลายสมาธิทั้งสิ้นลงอย่างไร้ความปรานี *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นจากบานประตูหน้าห้องทำงาน ก่อนที่มันจะถูกผลักเปิดออกช้าๆ โดยปราศจากการอนุญาต ร่างชราในชุดสูทลำลองของท่านประธานที่ปรึกษาสำนักงานกฎหมายก้าวเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าย่นย่นของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับจับจ้องมาที่มือของกวินทร์ที่ยังคงแตะอยู่บนหลังมือของรินรดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ผมคิดว่าพวกคุณคงกำลังยุ่งกับการเตรียมสำนวนคดี..." น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "แต่เกรงว่าพวกคุณคงไม่มีเวลาเหลือพอ... สำหรับหลักฐานชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาถึงผมเมื่อหนาวนี้" ท่านประธานโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าทนายสาว เสียงกระทบเนื้อไม้ดังทึบ แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของทั้งคู่ รินรดาดึงมือตัวเองกลับอย่างรวดเร็ว เธอหันไปมองซองเอกสารนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่สลับกับกวินทร์ที่ยืนนิ่งสงบราวกับคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว เมื่อเธอยื่นมือไปหยิบซองเอกสารและดึงกระดาษด้านในออกมา ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ภาพถ่ายใบเดียวที่แนบมาพร้อมกับบันทึกข้อความลับจากสถานีตำรวจภูธรท้องถิ่น—ภาพถ่ายรอยนิ้วมือแฝงที่เพิ่งถูกกู้คืนได้จากอาวุธสังหาร และรอยนิ้วมือนั้น... ไม่ใช่ของกวินทร์ แต่เป็นของพยานปากเอก... ที่กำลังยืนยันว่ากวินทร์เป็นฆาตกรตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหอันมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%