"ถ้าคิดจะชนะเกมนี้ด้วยการเงียบใส่ฉัน บอกเลยนะว่าฝันไปเถอะธันวา"
ลินินวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ลงบนโต๊ะโลหะเสียงดัง 'เคร้ง' จนคนตัวสูงที่กำลังสาละวนอยู่กับแผงวงจรในแล็บถึงกับชะงักมือ ร่างบางก้าวฉับเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ที่ติดตัวเธอมาดูจะขัดกับบรรยากาศกลิ่นน้ำมันเครื่องและไอความร้อนจากเครื่องจักรในห้องนี้อย่างสิ้นเชิง
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เขาขยับแว่นเซฟตี้ขึ้นไปไว้บนกลุ่มผมสีเข้ม ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
"ใครบอกว่าผมเล่นเกม? ผมแค่กำลังยุ่ง... งานของผมมันมีสาระกว่าการมานั่งปั่นประสาทใครไปวันๆ เยอะ ลินิน"
"สาระเหรอ?" ลินินแค่นยิ้ม มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองถึงกับลมหายใจสะดุด "สาระที่ว่านี่รวมถึงการทำเป็นมองไม่เห็นของขวัญที่ฉันวางทิ้งไว้ให้บนโต๊ะคณะเมื่อวานด้วยหรือเปล่าคะ?"
ธันวาเม้มปากแน่น เขาไม่ได้ตั้งใจจะเมิน แต่มันคือปฏิกิริยาป้องกันตัวของพวกปากแข็งที่รู้ดีว่าถ้าเผลอหยิบมันมาถือไว้... หัวใจของเขาจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปตลอดทั้งวัน
"ดอกไม้เน่าๆ ช่อนั้นน่ะเหรอ? ผมทิ้งถังขยะไปตั้งแต่ห้านาทีแรกที่เห็นแล้ว" เขาโกหกหน้าตาย น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้
"โกหก" ลินินโน้มตัวลงไปหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น "นายไม่ได้ทิ้ง เพราะถ้าทิ้งจริงๆ นายคงไม่เอาดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าในช่อนั้นมาเสียบไว้ในขวดแก้วข้างแล็บนั่นหรอก จริงไหม?"
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องแล็บ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนที่ทำงานครางหึ่งๆ อยู่เบื้องหลัง เขารู้ดีว่าเขากำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความช่างสังเกตและความตรงไปตรงมาของยัยคุณหนูนักจัดดอกไม้นี่
"เธอต้องการอะไรลินิน" เขาถามเสียงแผ่วลง "ถ้ามาเพื่อจะตอกย้ำว่าผมกำลังหวั่นไหว ก็ยินดีด้วย เธอทำสำเร็จแล้ว... พอใจหรือยัง?"
ลินินนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะยอมรับออกมาตรงๆ แบบนี้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความปากแข็งที่เตรียมไว้รับมือมลายหายไปในพริบตา เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด
"ฉันไม่ได้ต้องการให้นายยอมรับแบบขอไปที แต่ฉันต้องการความชัดเจน"
"ชัดเจนเหรอ?" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงใหญ่กว่ากดดันให้ลินินต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ทว่าเขากลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วดึงเข้ามาใกล้จนหลังของเธอชิดกับขอบโต๊ะทำงาน "ถ้าผมชัดเจนแล้วเธอจะรับมือไหวเหรอ? เพราะถ้าผมเริ่ม... ผมไม่มีวันหยุดกลางคันแน่นอน"
บรรยากาศในห้องแล็บที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นเครื่องจักร กลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่แฝงไปด้วยความปรารถนา ลินินรับรู้ได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือ แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวด มันคือความหนักแน่นของคนที่กำลังกักขังเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา
"นายกล้าเหรอ?" เธอท้าทาย ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นคลอน
"อย่าท้า" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งเกือบจะแตะกับพวงแก้มใส "คนอย่างผมถ้าจะยอมแพ้ ก็ต้องมีรางวัลที่คุ้มค่าพอ... และรางวัลที่ผมอยากได้ที่สุด ก็คือตัวของเธอนั่นแหละ"
"งั้นก็พิสูจน์สิ" ลินินเชิดหน้าขึ้นท้าทาย สายตาที่เปล่งประกายด้วยความดื้อรั้นนั้นทำให้ธันวาแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูแล็บ ตามมาด้วยเสียงกวนประสาทของคินที่ดังแทรกเข้ามาในจังหวะนรก
"ไอ้ธัน! ข้าซื้อน้ำมาฝาก... เฮ้ย! กูมาขัดจังหวะมึงสองคนหรือเปล่าวะเนี่ย?"
ธันวาผละออกจากลินินทันที เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท ส่วนลินินรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ความร้อนผ่าวบนใบหน้าบอกได้ดีว่าเธอเขินอายแค่ไหน
คินยืนแสยะยิ้มอยู่ตรงประตู สายตาซุกซนกวาดมองคนทั้งคู่ที่ยืนห่างกันคนละโยชน์เหมือนเพิ่งทำอะไรผิดมาจริงๆ ธันวาขมวดคิ้วแน่น เดินตรงเข้าไปหาคินหมายจะเตะให้กระเด็น แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างในมือของคิน... เป็นช่อดอกไม้ที่คุ้นตา มันคือช่อเดียวกันกับที่เขาวางไว้ในขวดแก้วเมื่อเช้านี้!
"มึงไปเอามันมาจากไหนวะ!" ธันวาตะคอกถาม
คินหัวเราะร่า ยกช่อดอกไม้ขึ้นเหนือหัว "ของมึงเหรอ? กูนึกว่าขยะข้างห้องซะอีก เห็นน้องเขาถามหาอยู่ ก็เลยถือวิสาสะหยิบมาคืนให้... อ้าว เห็นท่าทางน้องลินินเขาดูเหมือนกำลังจะร้องไห้ก็นึกว่ามึงทำพังซะอีก"
ลินินเบิกตากว้าง เธอไม่ได้ถามหาดอกไม้นั่น... และเธอก็ไม่ได้ร้องไห้!
"ธันวา... นายโกหกฉันว่านายทิ้งมันไปแล้ว?" ลินินหันมามองคนตัวสูงที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนคนถูกจับได้คาหนังคาเขา ธันวากำหมัดแน่น พยายามจะอธิบายแต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ
ในวินาทีที่ความจริงถูกเปิดเผย และบุคคลที่สามเข้ามาปั่นป่วนจนสถานการณ์ไม่เป็นใจ สายตาของลินินที่มองมานั้นทั้งสับสนและคาดหวัง ในขณะที่ธันวากำลังจะก้าวเข้าไปอธิบาย... ประตูแล็บอีกบานที่เชื่อมกับห้องเก็บของก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวอีกคนที่เดินเข้ามาพร้อมเอกสารในมือและรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรนัก
"พี่ธันวาคะ... ลินินไม่ได้มาคนเดียวเหรอคะแบบนี้? เห็นว่ามีเรื่องด่วนจะคุยด้วย แต่ดูท่าคงไม่สะดวกสินะคะ?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่ตามลุ้นไปกับความซึนของพี่ธันวาและน้องลินินนะคะ ตอนหน้ามีเรื่องให้กรี๊ดคอแตกแน่นอน เตรียมทิชชู่ไว้ซับเลือดกำเดาด้วยนะคะ! (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 14
ใครจะยอมแพ้ก่อนคนนั้นแพ้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!