กระดาษสีชมพูพาสเทลแผ่นนั้นสั่นน้อยๆ ตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศในห้องแล็บภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล กลิ่นฉุนของกาวอีพ็อกซี่และน้ำยาเคมีตีรวนปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกสแตติสจากช่อดอกไม้ที่ลินินถือค้างไว้ในมือ
ดวงตากลมโตของประธานชมรมจัดดอกไม้ปีสองเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างของธันวาแตะลงที่มุมซองจดหมายปริศนาฉบับนั้นพอดี ร่างสูงในชุดช็อปสีเลือดหมูเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจางๆ ชะงักกึก สีหน้าดุดันที่มักจะถมึงทึงใส่เธอเสมอในยามปกติแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันชั่วขณะ
“จะมองอีกนานไหม หรือคิดจะยึดโต๊ะแล็บฉันเป็นที่ปักหลักถาวร?”
เสียงทุ้มห้วนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ก่อนจะปรายตามองซองจดหมายด้วยหางตา ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธบางอย่างที่ลินินจับสังเกตได้ทัน
“ใครอยากจะปักหลักแถวนี้กันคะ ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์สั่งให้ฉันเอาช่อดอกไม้แสดงความยินดีโปรเจกต์ทีมนักศึกษาปีสามมาส่งให้ถึงมือหัวหน้าโปรเจกต์อย่างคุณ... ฉันคงไม่เอาตัวเองมาดมกลิ่นเคมีชวนเวียนหัวนี่หรอกค่ะ” ลินินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากสีพีชระเรื่อตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบลุ้นระทึกว่าจดหมายฉบับนั้นคืออะไรกันแน่
“งั้นก็วางไว้ตรงนั้น แล้วก็เชิญกลับไปได้แล้ว ทางนี้รกและไม่มีที่ว่างพอให้คุณหนูอย่างคุณมาเดินเฉิดฉายหรอกนะ”
ธันวาว่าพลางปัดมือไล่อย่างไม่ใยดี ร่างสูงหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับโต๊ะทำงานรกๆ ของตัวเองที่มีชิ้นส่วนเกียร์และวงจรไฟฟ้ากระจัดกระจาย เขาหยิบประแจปากตายขึ้นมาหมุนน็อตตัวเล็กๆ ย้ำความสนใจไปที่งานตรงหน้า ราวกับต้องการขับไล่ผู้บุกรุกให้ออกไปจากอาณาจักรส่วนตัวของเขาโดยเร็ว
แต่ลินินไม่ใช่คนที่จะยอมถอยให้ใครง่ายๆ ยิ่งท่าทางปัดสบัดและน้ำเสียงกระแทกกระทั้นของเขาดูมีพิรุธมากเท่าไหร่ ความอยากรู้อยากเห็นก็ยิ่งตีตื้นขึ้นมาในอกเป็นทวีคูณ เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิด กวาดสายตาสำรวจไปรอบห้องแล็บที่เงียบสงบในยามเย็น
ผิดคาด... ห้องแล็บของเสือร้ายแห่งคณะวิศวะไม่ได้มีแค่คราบน้ำมันและเศษเหล็กอย่างที่เธอเคยปรากฏภาพจำ
บนชั้นวางของมุมห้องที่เปิดไฟส้มสลัว มีกระถางต้นไม้จิ๋วหลิวเรียงรายอยู่เป็นระเบียบ ทั้งแคคตัส ไม้อวบน้ำ และที่สะดุดตาที่สุดคือต้นกุหลาบหินสีม่วงอมเทาที่ถูกจัดแต่งด้วยก้อนกรวดสีขาวสะอาดตาอย่างประณีต บ่งบอกว่าผู้เลี้ยงต้องใส่ใจและใช้ความอดทนไม่น้อยในการดูแลพวกมันให้เติบโตมาได้ขนาดนี้
ไม่เพียงเท่านั้น... ข้างกองตำราวิศวกรรมเล่มหนาเตอะ มีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่งวางอยู่ ใกล้กันนั้นมีดินสอไม้เหลาจนแหลมเปี๊ยบและยางลบก้อนเล็กๆ ที่มีรอยการใช้งาน ท่าทางและบรรยากาศรอบตัวของธันวาในยามที่เขาอยู่กับสิ่งเหล่านี้ช่างแตกต่างจากยามที่เขาปากร้ายใส่เธอยิ่งนัก
“มองอะไร?”
เสียงเข้มเอ่ยขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ลินินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อหันกลับมาแล้วพบว่าธันวากำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาเข้มคู่นั้นไม่ได้ดุดันอย่างเคย กลับมีความระแวดระวังเจือความกระอักกระอ่วนฉายชัดอยู่ในนั้น
“เปล่าค่ะ... แค่กำลังทึ่งว่าคนปากร้ายอย่างคุณ ก็มีมุมมุ้งมิ้งปลูกต้นไม้ใบหญ้ากับเขาด้วยเหรอคะ นึกว่าในหัวสมองจะมีแต่วิธีคิดคำนวณรอบตัดของเกียร์ซะอีก” ลินินเหน็บแนมเบาๆ พยายามซ่อนประกายความประหลาดใจไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน
ธันวาแค่น "หึ" ในลำคอ ร่างสูงวางประแจในมือลงเสียงดังกระทบกับโต๊ะไม้จนเกิดเสียงก้อง เขาก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่ ขยับเข้ามาใกล้จนลินินต้องเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นสบู่ผสมกลิ่นอายเฉพาะตัวของคนทำงานช่างไม้ช่างเหล็กโชยแตะจมูก สร้างความปั่นป่วนในท้องของหญิงสาวอย่างประหลาด
“งานอดิเรกมันก็คือเรื่องส่วนตัว... ดีกว่าคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านก็แล้วกัน” ธันวาว่าพลางเหลือบมองซองจดหมายสีชมพูที่ยังวางอยู่บนกองกระดาษ “ถ้าส่งของเสร็จแล้ว เชิญครับ”
“นี่คุณ!” ลินินตวัดสายตาคมกริบใส่ “ฉันไม่ได้อยากสอดรู้ซะหน่อย แต่จดหมายนั่น... มันตกอยู่ใกล้ชิดกับของๆ ฉันต่างหากล่ะคะ หรือว่า... จะเป็นจดหมายสารภาพรักจากสาวคณะไหนรึเปล่า ถึงได้ทำท่าทางมีพิรุธซะขนาดนั้น”
เธอจงใจลากเสียงยาวเพื่อหยั่งเชิง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นสันจรามคมของชายหนุ่มกระตุกไหวเล็กน้อยอย่างคนเก็บอาการไม่อยู่
ธันวาขบกรามแน่น สันกรามขึ้นเป็นสันนูนชัดเจน ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง ชายหนุ่มเอื้อมมือคว้าซองจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนที่มือเรียวของลินินจะคว้ามันไปได้ทัน เขาซ่อนมันไว้ด้านหลังลำตัว ท่าทางหวงแหนยิ่งกว่าไข่ในหินนั่นยิ่งทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของลินินพุ่งทะยานจนขีดสุด
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ!” ธันวาเสียงเข้มขึ้น ปลายเสียงเจือความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด “อย่ามายุ่งเรื่องชาวบ้านให้มันมากนักเลยลินิน เอาเวลาไปจัดดอกไม้กิ๊บเก๋ของเธอโน่นไป”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตแล้วทำไมต้องทำตัวมีลับลมคมในขนาดนี้ด้วยล่ะคะ หรือว่าข้างในนั้นเขียนว่า... *'พี่ธันวาสุดหล่อขา น้องรักพี่นะคะ'* แบบนั้นเหรอคะ อุ๊ย!” ลินินแกล้งทำเป็นยกมือปิดปาก ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความขบขันเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของพ่อหนุ่มวิศวะสายดุเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อลามไปถึงใบหู
“ลินิน!” ธันวาคำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าวอย่างเหลืออด จนลินินต้องดันแผ่นหลังติดกับชั้นวางของด้านหลังโดยปริยาย ช่องว่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ ความสูงของเขาทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นมอง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียวเท่านั้น จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ และจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่ายชัดเจน
ดวงตาคมกริบของธันวากวาดมองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงประกายความสับสนและแววตาบางอย่างที่ลินินไม่กล้าแม้แต่จะตีความ
“ถ้าพูดมากอีกคำเดียว...” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาต่ำ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชิดริมใบหูของเธอจนขนลุกซู่ “ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า... เรื่องของชาวบ้านที่ว่าเนี่ย มันมีบทลงโทษยังไง”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ กลิ่นหอมหวานของดอกสแตติสผสมผสานกับกลิ่นกายอบอุ่นของชายหนุ่มสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ลินินลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกในอกจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างลดลงจนแทบไม่มีที่ว่างนั้นเอง
*แอ๊ดดด—!*
เสียงประตูห้องแล็บที่ไม่ได้ปิดสนิทถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มกวนประสาทของเพื่อนสนิทตัวแสบที่ดังแทรกเข้ามาทันที
“ไอ้ธันวะ! กูเอาแปลนงานมาให้... เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงกับคุณประธานชมรมดอกไม้รึเปล่าเนี่ย หน้าแดงเชียวนะมึง!”
เสียงของคินดังลั่นห้องแล็บ ทำเอาธันวาและลินินผละออกจากกันแทบไม่ทัน ลินินหน้าแดงก่ำด้วยความอาย รีบคว้าช่อดอกไม้แล้วก้าวฉับๆ เดินเลี่ยงผ่านร่างของคินออกไปจากห้องทันทีโดยไม่หันกลับมามอง ขณะที่ธันวากำซองจดหมายในมือแน่น ใบหน้าบึ้งตึงหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่โดนขัดจังหวะสำคัญเข้าอย่างจัง
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ)
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 5
ความลับใต้โต๊ะแล็บ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!