วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 16

ข้าวต้มมัดกับรอยยิ้มที่ไม่เคยเห็น

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าพี่ชายแท้ๆ ของนายยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วมาสั่งสอนฉันเรื่องมารยาทอีกรอบ ฉันจะเอาช่อกุหลาบหนามยาวเท่าไม้บรรทัดยัดใส่ปากเขาให้ดูค่ะ ธันวา!” น้ำเสียงหวานที่มักจะเฉือดเฉือนเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ ลินินยืนกอดอกแน่นในห้องพักส่วนตัวของชมรมจัดดอกไม้ แผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตูไม้ที่เพิ่งลงกลอนไปหมาดๆ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยอารมณ์ผสมปนเป ทั้งความตกใจจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อครู่ และความอึดอัดที่ยังคงค้างคาอยู่ในอก ให้ตายเถอะ... ใครจะไปคิดว่าจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะปลายนิ้วหนาของธันวาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ข้างแก้ม... พี่ชายแท้ๆ ตัวดีของพ่อวิศวะสายดุคนนี้จะถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาพร้อมกับคำพูดเหน็บแนมที่ชวนให้อยากเอาแจกันฟาดหัวสักทีสองที! “บอกให้ใจเย็นไงวะ ทำไมหูต้องกางแล้วพองขนใส่ทุกคนขนาดนั้นเนี่ย” ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างสูงโปรดในชุดช็อปวิศวะสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีมึนและทำตัวกวนประสาทอยู่เสมอกลับฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่หงุดหงิดลินิน... แต่เป็นไอ้พี่ชายตัวแสบที่ชอบโผล่มาทำลายจังหวะชีวิตเขาอยู่เรื่อยต่างหาก “ใครพองขน! นายต่างหากที่ควรจัดการปัญหาครอบครัวของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะลากฉันไปเอี่ยวด้วยนะคะ ธันวา! รู้ไหมว่าสายตาที่พี่ชายนายมองฉันเมื่อกี้ มันเหมือนฉันเป็นเด็กใจแตกที่กำลังล่อลวงวิศวกรอนาคตไกลยังไงยังงั้น!” ลินินตวาดแว้dกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนจนแทบจะทะลุร่างอีกฝ่าย “พี่ธ리스มันก็ปากหมาแบบนั้นตั้งแต่เกิด ยูนิเวอร์ซิตี้ก็จบจากเมืองนอกเมืองนา แต่สันดานเรื่องเสือกเรื่องชาวบ้านนี่ไม่เคยเปลี่ยน... เลิกสนใจมันเหอะน่า” ธันวาว่าพลางเอื้อมมือจะคว้าแขนเรียว แต่วิมลินกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ปฏิกิริยาที่เว้นระยะห่างนั้นทำให้ธันวาชะงักไป ดวงตาคมดุฉายแววไหววูบชั่วขณะ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่กวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยถังน้ำ กรรไกรตัดกิ่ง และเศษก้านดอกไม้ระเกะระระกะ ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับหม้อสเตนเลสขนาดเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมุมห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวหอมมะลิเคี่ยวกับใบเตยและขิงทุบโชยแตะจมูก เจือด้วยกลิ่นหอมละมุนของหมูสับปั้นก้อนปรุงรส ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ “...นี่เธอทำอะไรกินวะเนี่ย” “ข้าวต้มค่ะ ถามได้” ลินินตอบเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีไปหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดแต่งก้านดอกยูคาลิปตัสแก้เก้อ “ถึงฉันจะเป็นคุณหนูที่พี่ชายนายมองว่าทำอะไรไม่เป็น แต่อย่างน้อยก็ทำอาหารกินเองได้ ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยมาม่ากับกาแฟกระป๋องเหมือนวิศวกรแถวนี้หรอกนะคะ” “ปากดีชะมัด” ธันวาพึมพำในลำคอ แต่ริมฝีปากหยักกลับกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ร่างสูงเดินดุ่มๆ ไปที่โต๊ะ เปิดฝาหม้อสเตนเลสออกดูก่อนจะสูดกลิ่นหอมเข้าปอดเต็มแรง “หอมดีนี่... ต้มเผื่อหมาตัวไหนแถวนี้ด้วยหรือเปล่า หรือว่าตั้งใจทำไว้กินคนเดียวจนหมดหม้อ?” “ไม่ได้ทำเผื่อใครทั้งนั้นค่ะ! นั่นคือมื้อเย็นของฉันหลังจากต้องมาเจอเรื่องประสาทเสียเพราะนายกับพี่ชายนาย!” ลินินหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่ แต่จังหวะนั้นเองที่เผลอขยับตัวเร็วเกินไป ปลายกรรไกรคมกริบในมือจึงเฉี่ยวเข้าที่ปลายนิ้วเรียวเบาๆ “โอ๊ย!” เสียงอุหลงอุทานดังขึ้นพร้อมกับหยดเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาจากผิวเนื้อเนียน ธันวาที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเล็กไว้ทันทีราวกับติดสปริง ความรวดเร็วนั้นทำให้ลินินถึงกับอึ้ง ปรับสีหน้าไม่ทันเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ฉายแววร้อนรนอย่างปิดไม่มิด “ซุ่มซ่ามชะมัด! แค่นี้ก็ระวังไม่ได้หรือไงวะ!” น้ำเสียงที่หลุดออกมาแม้จะยังเจือด้วยความดุและอาการปากไม่ตรงกับใจ แต่ปลายนิ้วหนากลับบีบกระชับข้อมือเธอไว้อย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าน้ำหนักเพียงนิดเดียวจะไปซ้ำเติมรอยแผลเล็กๆ นั้น ลินินกะพริบตาปริบๆ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยจังหวะการเต้นที่ผิดเพี้ยนไปในทิศทางอื่น... ทิศทางที่อันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม ธันวาไม่ได้ปล่อยมือ เธอปล่อยให้เขากุมข้อมือไว้แบบนั้นขณะที่ร่างสูงก้าวเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลบนชั้นวางอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีเก้ๆ กังๆ ยามที่เขาบรรจงหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาเช็ดรอบแผลให้ด้วยความเบามือที่สุด ช่างขัดแย้งกับลุคหนุ่มวิศวะสายดุหัวโจกเด็กช่างที่ใครๆ ต่างพากันเกรงกลัวลิบลับ “เจ็บก็บอกดิ จะทนทำไมวะ” ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมก้มมองต่ำโฟกัสอยู่ที่ปลายนิ้วของเธอ เป่าลมเบาๆ ผ่านริมฝีปากหนาเพื่อบรรเทาความแสบจากแอลกอฮอล์ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลงมาทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของลินินลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ใบหน้างามร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลินินเม้มริมฝีปากแน่น เผลอมองสำรวจเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนปากร้ายที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้อย่างทะนุถนอม... ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เวลานิ่งๆ และเลิกกวนประสาทสักห้านาที ทำไมถึงได้ดูมีเสน่ห์จนน่ากลัวขนาดนี้กันนะ “มองอะไร หน้าฉันมีแผลหรือไง” ธันวาเงยหน้าขึ้นกะ습ทันหัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลินินสะดุ้งสุดตัวแต่หนีไปไหนไม่ได้เพราะถูกข้อมือหนาตรึงไว้ “เปล่าค่ะ... แค่คิดว่านายนี่มันประหลาดชะมัด” ลินินพยายามเค้นเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนดังทะลุอกออกมาแล้วก็ตาม “เดี๋ยวร้ายใส่ เดี๋ยวใจดี... ตกลงสมองนายมีปัญหาหรือว่าฮอร์โมนแปรปรวนกันแน่คะ ธันวา” ธันวาไม่ตอบทันที นัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่ออย่างลึกซึ้ง ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ ท่าيزกลางกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และข้าวต้มร้อนๆ ในห้องพัก “ถ้าไม่ประหลาด... ฉันคงไม่มานั่งประสาทเสียอยู่กับยัยคุณหนูจอมเชิดนี่หรอก” ธันวาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ดวงตาสื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ลินินไม่กล้าแม้แต่จะตีความ มือหนาที่ปล่อยจากการทำแผล เปลี่ยนมาเลื่อนขึ้นกุมข้างแก้มเนียนไว้อย่างแผ่วเบา โป้วิเคราะห์ปลายนิ้วเกลี่ยพวงแก้มแดงระเรื่อนั้นอย่างหลงใหล “รู้ตัวบ้างหรือเปล่า... ว่าเวลาเธอทำหน้าดื้อใส่ฉัน มันน่ามันเขี้ยวแค่ไหน” “นะ... นาย...” ลินินพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด แรงจะเถียงหรือปากเก่งหายวับไปกับตาเมื่อปลายนิ้วคู่นั้นลูบไล้อย่างอ่อนโยนเกินกว่าที่เคยเป็นมา บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังละมุนละไมและอบอุ่นจนแทบจะละลาย ทว่าในวินาทีที่หัวใจของลินินกำลังจะยอมจำนนให้กับความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งจากผู้ชายปากร้ายคนนี้... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงผลลูกบิดที่บิดหมุนเปิดเข้ามาเองโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย! “ไอ้ธัน! แกอยู่ในนี้ใช่ไหมวะ... เฮ้ย! กูบอกให้มาเคลียร์เรื่องที่บ้าน ไม่ใช่ให้มาสวีทกับเด็กนี่ในห้องเก็บดอกไม้!” เสียงทุ้มห้วนของพี่ชายธันวาตวาดลั่นพร้อมกับก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องเต็มความสูง ดวงตาสีเข้มกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ธันวาผุดลุกขึ้นบังร่างบางของลินินไว้ด้านหลังทันที นัยน์ตาดุฉายแววอำมหิตขึ้นมาวับวาย กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนด้วยความโกรธจัดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญที่สุด! --- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่ธันและน้องลินินนะคะ!)*
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%