"บอกฉันมาตามตรงเถอะค่ะคุณธันวา ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร... ถึงได้กล้าเดินเข้ามาประกาศตัวในพื้นที่ของชมรมฉันหน้าตาเฉยแบบนี้!"
เสียงหวานใสที่เจือด้วยรังสีความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นทันทีที่ลินินก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาถึงลานกิจกรรมหน้าภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนงามจ้องเขม็งไปยังร่างสูงของคนที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ ประธานชมรมจัดดอกไม้ตัวเล็กไม่ได้พกความกลัวมาเลยสักนิด มีแต่ความฮึดฮัดอยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดหลังจากได้รับรายงานด่วนจี๋จากเพื่อนสนิท
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะติดดุและเรียบตึงอยู่เสมอกลับแสดงความงุนงงออกมาชัดเจน ดวงตาคมกริบกวาดมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนหายใจฮึดฮัดอกกระเพื่อมด้วยความโมโห เขาสะบัดหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงห้วนจัดตามนิสัย
"เธอพูดเรื่องบ้าอะไรของเธออีกแล้วลินิน อยู่ๆ ก็บุกมาถึงถิ่นแถมยังใส่ร้ายฉันหน้าตาเฉย สมองกระทบกระเทือนมาจากไหนเนี่ย"
"อย่ามาตีหน้ามึนกลบเกลื่อนนะคะ!" ลินินก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด นิ้วเรียวชี้หน้าคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง "ก็ผู้หญิงคนที่ใส่ชุดเดรสสีขาวแบรนด์ดัง หิ้วกระเป๋าชาแนลรุ่นลิมิเต็ด แล้วเดินเชิดหน้าชูตาเข้ามาบอกว่า 'ธันวาฝากกุญแจห้องแล็บไว้กับฉัน' แถมยังสั่งให้คนของเราเก็บข้าวของออกจากโต๊ะทำงานนิทรรศการอีก... ถ้าไม่ใช่กิ๊กเก่าคุณแล้วจะเป็นใคร!"
บรรยากาศรอบลานเกียร์ที่เคยอึกทึกครึกโครมเพราะเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษาปีสาม กลับเงียบกริบลงทันทีราวกับกดปุ่มปิดเสียง บรรดาเพื่อนร่วมแก๊งของธันวาที่ยืนล้อมวงอยู่ต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อมระอา คินที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเสาอีกต้นถึงกับรีบยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ส่งสายตาเลิกลั่กไปให้เพื่อนสนิท
"เดี๋ยว... เธอหมายถึงใครวะ?" ธันวาขมวดคิ้วแน่น ปมปัญหาผุดขึ้นในหัวสมองอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ทันได้อ้าปากแก้ตัว เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของลินินเสียก่อน
"อ้าว ธันวาคะ! อยู่นี่เองเหรอคะ นัทตามหาซะทั่วเลย"
ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีขาวตามที่ลินินเพิ่งบรรยายไปเป๊ะๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางนุ่มนวลเย้ายวนใจ นัทรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ธันวาพร้อมกับเอื้อมมือเรียวจะไปแตะที่แขนเสื้อยืดสีดำของเขา แต่ธันวาไวกว่า เขาก้าวถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมดุบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังแย่ลง
ลินินหันขวับกลับไปมองผู้หญิงที่เพิ่งมาใหม่ สายตาคมกวาดสำรวจหัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ที่พุ่งทะยานจนปรอทแตก เธอยกย่องมุมปากขึ้นนิดหน่อย รอยยิ้มที่ส่งไปให้ไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยสักนิด
"อ๋อ... ตัวจริงเสียงจริงนี่เองค่ะ สรุปว่าคุณคือน... อ๋อ คนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของกุญแจห้องแล็บสินะคะ พอดีเลยค่ะ ช่วยกรุณาเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากพื้นที่นิทรรศการของชมรมเราด้วยนะคะ เพราะที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้มาเดินกร่าง!"
"นี่คุณ! พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะคะ นัทเป็น..." นัทชะงักคำพูดไว้แค่นั้น พร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไปทางธันวาเหมือนลูกแมวตกน้ำ "ธันวาก็... ช่วยบอกเพื่อนคุณหน่อยสคะ ว่านัทมาทำไม นัทไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนซะหน่อย แค่คุณแม่บอกให้เอาของมาฝาก..."
"ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนเล่นของคุณ และกรุณาอย่ามาทำเสียงแอ๊บแบ๊วใส่ฉันด้วยค่ะ มันน่ารำคาญ!" ลินินสวนกลับทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดจบ น้ำเสียงห้วนจัดและแววตาเอาเรื่องทำให้คนฟังหน้าเสียไปชั่วขณะ
ธันวายืนมองผู้หญิงสองคนกำลังปะทะคารมกันตรงหน้าด้วยความรู้สึกปวดหัวตึบ เขายกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจก้าวแทรกกลางระหว่างลินินกับนัท ร่างสูงป้องปราบด้วยท่าทีเย็นชาและเด็ดขาด ซึ่งเป็นเกราะป้องกันตัวตามธรรมชาติของเขาเวลาเจอเรื่องน่ารำคาญใจ
"พอกันทีทั้งคู่!" ธันวาตวาดเสียงต่ำแต่ทรงพลังจนทุกคนรอบข้างสะดุ้ง เขาก้มมองหน้าลินินที่ยังคงเชิดหน้าใส่เขาไม่ลดละ ก่อนจะหันไปมองนัทด้วยแววตาเรียบเฉยไร้เยื่อใย "ส่วนเธอ... นัท ใครใช้ให้เธอมาที่นี่ กลับไปซะ แล้วก็บอกคุณแม่ด้วยว่าของฝากอะไรนั่น ฉันไม่ต้องการ และเรื่องของเรามันจบไปนานนับปีแล้ว อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแบบนี้อีก"
คำพูดที่ตัดเยื่อใยอย่างไร้ความปรานีทำให้นัทหน้าถอดสีริมฝีปากสั่นระริกด้วยความอับอายต่อหน้าผู้คนนับสิบที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ เธอปรายตามองลินินด้วยความเคียดแค้นก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าจากไปทันที
ลินินยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโกรธเมื่อครู่เบาบางลงไปบ้าง แต่ความรู้สึกติดค้างในใจกลับเข้ามาแทนที่ เธอเม้มปากแน่น พยายามจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้อีกฝ่ายเห็น ร่างบางหันหลังให้ธันวาเตรียมจะก้าวเท้าเดินหนีออกจากวงสนทนา
หมับ!
ข้อมือเล็กถูกมือหนาคว้าหมับไว้แน่น แรงดึงไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอยอมหยุดเดิน ลินินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาตวัดสายตาใส่คนตัวสูงที่ตอนนี้ขมวดคิ้วมุ่น
"จะไปไหน?" ธันวาเอถามเสียงเข้ม
"ปล่อยค่ะ! จะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน คุณเคลียร์กับแฟนเก่าของคุณเรียบร้อยแล้ว ก็เชิญไปสวีทกันต่อตามสบายเถอะค่ะ ไม่ต้องมาสนใจฉันหรอก!" ลินินสะบัดข้อมือหนีแต่ไม่หลุด ยิ่งพยายามดึงออก ธันวากลับยิ่งกระชับมือให้แน่นขึ้นไปอีก
"อย่ามาประชดประชันน่าลินิน เธอก็เห็นอยู่ว่าฉันไล่เธอไปแล้ว" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดไม่แพ้กัน "ยัยนัทนั่นเป็นแค่น้องสาวของเพื่อนแม่ที่ผู้ใหญ่พยายามจะจับคู่ให้ ซึ่งฉันปฏิเสธไปตั้งแต่วชาติเศษแล้ว ไม่เคยคิดอะไรด้วยเลยสักนิดเดียว เข้าใจซะใหม่ด้วย!"
"แล้วฉันต้องสนใจด้วยเหรอคะว่าคุณจะคิดอะไรกับเธอ..." ลินินเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ปล่อยค่ะ ฉันจะกลับไปดูแลงานนิทรรศการดอกไม้ของฉันแล้ว ปล่อยมือฉันสักที!"
ธันวาไม่ยอมปล่อย เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเอาแต่ใจ จนร่างบางต้องถอยหลังไปชนกับเสาปูนเย็นเฉียบ แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับเสาเพื่อกักตัวเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ดวงตาคมกริบก้มลงมองสบตาคนตัวเล็กในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"หึงเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมใบหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นวูบหนึ่งทำให้หัวใจของลินินกระตุกวูบ
"ใครหึงคุณ! เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะคุณธันวา ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคะ ไม่งั้นฉันจะ..."
คำขู่ถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำชวนใจสั่นระทัว เขาก้มกระซิบข้างริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขาอ่อนแรง
"ถ้าไม่ได้หึง... แล้วหน้าแดงทำไมล่ะ หึ?"
ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับจู่โจมที่ไร้การตั้งรับ หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกำหมัดแน่นเตรียมจะเงื้อมือขึ้นฟาดอกแกร่งระบายความเขินอาย
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของธันดาก็แผדเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศสีชมพูชวนฟินจนยับเยิน ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความขัดใจเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง
และเพียงแค่เห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่ผ่อนคลายลงเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันทีจนลินินสังเกตเห็นได้
"มีอะไรเหรอคะ?" ลินินถามด้วยความสงสัยโดยลืมตัว
ธันวารับสายทันทีโดยไม่ทันได้ตอบคำถาม เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาเบาๆ ทำให้ร่างสูงถึงกับหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย
"ธันวา! แย่แล้วเว้ย... รีบมาที่ห้องแล็บด่วนเลย ตอนนี้ผลงานการทดลองชิ้นเอกของโปรเจกต์ใหญ่กำลังจะพังพินาศเพราะมีคนแอบเข้าไปรื้อค้นข้าวของข้างในกระจัดกระจายหมดแล้ว!"
________________________________________
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 26
รอยร้าวเริ่มก่อตัว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!