เสียงก๊อกแก๊กของกุญแจห้องแล็บที่กระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งคือสิ่งเดียวที่ฉุดฉันหลุดจากวังวนความระอุเมื่อครู่... ให้ตายเถอะ ใครกันที่บังaาญมาขัดจังหวะเวลาความเป็นความตายระหว่างฉันกับนายวิศวะหน้าดุคนนี้!
ฉันผละถอยหลังออกมาสามก้าวโดยอัตโนมัติ รักษาระยะห่างให้พ้นจากเขตอันตรายที่เรียกว่า ‘ลมหายใจอุ่นจัดของธันวา’ ใบหน้าของฉันคงแดงก่ำไม่ต่างจากลูกตำลึงสุก และมั่นใจได้เลยว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของฉันมันเต้นแรงจนทะลุกรอบกระดูกซี่โครงออกมาแล้วแน่ๆ
“ไอ้ธัน... มึงอยู่ในนี้เปล่าวะ? อาจารย์ฝ่ายกิจการตามหาตัวมึงให้วุ่น บอกว่าเอกสารเบิกงบชมรมหุ่นยนต์มีปัญหา...”
เสียงทุ้มติดกวนประสาทของ ‘คิน’ ดังลอดเข้ามาพร้อมกับบานประตูกลางห้องที่ถูกผลักเปิดผางจนกว้าง ธันวาจิ๊ปากอย่างขัดใจ สีหน้าหงุดหงิดฉายชัดเจนบนใบหน้าคมคาย เขาเสยผมลวกๆ ด้วยความเซ็งก่อนจะหันไปตวัดสายตาพิฆาตใส่เพื่อนสนิทที่ยืนทำหน้าเหวออยู่ตรงธรณีประตู
“มึงตาบอดหรือไงไอ้คิน ถึงไม่ดูตาม้าตาเรือว่ากูทำอะไรอยู่” ธันวาย้อนเสียงห้วน จัดการปัดเศษผงอลูมิเนียมบนเสื้อช็อปตัวเองหน้าตาเฉย ทั้งที่เมื่อกี้เขานั่นแหละที่เป็นคนต้อนฉันจนมุมติดโต๊ะทำงาน
คินกวาดสายตามองสภาพเราสองคนสลับกันไปมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันทีตามประสาคนปากเสีย “อ้าว... กูขอโทษที่ขัดจังหวะ ‘สวีททู’ ของพวกมึงก็แล้วกัน พอดีกูไม่รู้ว่าห้องแล็บวิศวะจะกลายเป็นห้องปรับทัศนคติส่วนตัวไวเบิลขนาดนี้... ว่าไงครับคุณประธานชมรมจัดดอกไม้ หน้าแดงเชียว อากาศในห้องแล็บมันร้อน หรือโดนไอร้อนจากเตาหลอมโลหะตรงไหนหรือเปล่า?”
“เงียบปากไปเลยนะคิน ถ้าไม่อยากให้กระถางกุหลาบหนามแหลมไปฟาดหน้าหรอก” ฉันสวนกลับทันควัน เสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามเชิดหน้าขึ้นสูงแม้ว่าขาจะสั่นพับๆ อยู่ก็ตามที
ธันวาแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาสีนิลคมกริบช้อนมองฉันแวบหนึ่งก่อนจะหันไปตบไหล่เพื่อนสนิทแรงๆ สองที “เรื่องเอกสารเดี๋ยวตามไปเคลียร์ มึงออกไปรอข้างนอกก่อนไป๊”
“โห... มีไล่ มีหวงพื้นที่ส่วนตัวด้วยเว้ย” คินยักิ้วหลิ่วตาอย่างกวนประสาท ยอมถอยหลังก้าวออกไปแต่โดยดีแต่ไม่วายทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำเอาฉันอยากจะมุดแผ่นดินหนี “รีบเคลียร์กันให้เสร็จนะมึง อาจารย์ตามตัวด่วน... อ้อ ระวังโดนดอกไม้กินหัวด้วยล่ะไอ้ธัน”
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวกลับเข้ามาอีกครั้ง บรรยากาศในห้องแล็บตอนนี้มันช่างชวนให้อึดอัดเสียเหลือเกิน เมื่อไม่มีตัวป่วนอย่างคินอยู่แล้ว ความกดอากาศระหว่างฉันกับธันวาก็พุ่งสูงปรี๊ดขึ้นมาทันที
ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง พยายามทำเป็นสนใจลวดลายบนหน้าปัดเพื่อหลบสายตาคู่นั้น “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับชมรมก่อนนะคะ งานจัดดอกไม้งานพรุ่งนี้ยังไม่เรียบร้อยดี”
“เดี๋ยวดินิน”
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ยังคงมีความดื้อรั้นเจืออยู่ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่มีท่าทีคุกคามเหมือนก่อนหน้า มีเพียงความลังเลบางอย่างที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น ธันวายกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเบาๆ—ท่าทางที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในผู้ชายปากร้ายอย่างเขา
“อะไรอีกเล่า จะหาเรื่องอะไรมาประชดฉันอีก” ฉันถามเสียงห้วน พยายามถอยหลังแต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานของเขาเสียแล้ว
“ไม่ได้หาเรื่อง...” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบกล่องไม้ขนาดกะทัดรัดที่วางซ่อนอยู่หลังกองตำราอิเล็กทรอนิกส์เล่มหนา มันเป็นกล่องไม้สนสีเข้ม ขัดผิวเรียบเนียนมือ ฝากล่องสลักลวดลายดอกไม้เล็กๆ ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
ฉันกะพริบตาปริบๆ มองกล่องนั้นด้วยความสงสัย “อะไรน่ะ?”
“เปิดดูเองสิ ถามมากจริง” เขาทำฟอร์มชักสีหน้าดุใส่กลบเกลื่อนความประหม่า มือหนายื่นกล่องใบนั้นมาตรงหน้าฉัน
ฉันลังเลอยู่ชั่วขณะปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปเปิดฝากล่องไม้ออกช้าๆ... และวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของฉันก็พลانสะดุดกึก
ข้างในกล่องบุกำมะหยี่สีดำสนิท มี ‘ดอกกุหลาบเหล็กดัด’ ดอกหนึ่งวางนอนอยู่อย่างสง่างาม กลีบดอกแต่ละกลีบถูกบรรจงเคาะขึ้นรูปและดัดด้วยความประณีตบรรจง รอยเชื่อมต่อเนียนกริบจนแทบมองไม่เห็น รอยหยักที่ปลายกลีบดูพลิ้วไหวราวกับดอกไม้จริง ทั้งที่มันทำมาจากแผ่นโลหะแข็งๆ และตรงกลางเกสร... มันถูกฝังด้วยพลอยสีอำพันเม็ดเล็กที่ส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟในห้อง
นี่มัน... งานฝีมือช่างโลหะชัดๆ!
“นี่นาย...” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของผลงานด้วยความตะลึง งุนงง และคาดไม่ถึง “นายทำเองเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
ธันวาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ใบหูข้างซ้ายของเขามีร่องรอยสีแดงระเรื่อลามขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงติดจะกระแทกกระทั้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
“ก็ทำตอนที่เธอนั่งเถียงฉันอยู่ในห้องนี้เมื่อหลายวันก่อนนั่นแหละ... เห็นบ่นว่ากุหลาบจริงมันเหี่ยวเร็ว อยู่ได้ไม่ทันข้ามวันก็ร่วงโรย น่ารำคาญฉิบหาย ฉันก็เลยลองทำแบบที่มันไม่มีวันเหี่ยวดู... เผื่อว่าวันๆ หนึ่งสมองเธอจะได้คิดอะไรที่เป็นสาระขึ้นมาบ้าง ว่าของบางอย่างต่อให้แข็งแค่ไหน ถ้าตั้งใจทำมันก็พังยากเหมือนกัน”
คำพูดขวานผ่าซากตามสไตล์เขา แต่วัสดุข้างในกล่องกลับละเมียดละマイสวนทางกับคำพูดโดยสิ้นเชิง ขอบตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านกระจายไปทั่วอกซ้ายจนจุกแน่นไปหมด
ผู้ชายปากร้ายคนนี้... ลงทุนนั่งเคาะเหล็ก ดัดโลหะทีละชิ้นด้วยมือตัวเอง เพื่อทำดอกกุหลาบที่ไม่ยอมตายดอกนี้ให้ฉันเนี่ยนะ?
“ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นเครือ พยายามยกยิ้มมุมปากสู้ “แต่ฝีมือใช้ได้นี่... ไม่คิดว่าเด็กช่างกลจะมีความละเมียดละไมกับเขาด้วย”
“อย่ามาดูถูกฝีมือเด็กวิศวะนะลินิน” ธันวาหันกลับมาจ้องฉัน เขยิบเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ “ของขวัญชิ้นแรกจากฉัน... ถูกใจคุณหนูนักจัดดอกไม้จอมเรื่องมากคนนี้หรือเปล่าล่ะ?”
ฉันก้มลงมองกุหลาบเหล็กในกล่องอีกครั้ง หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด มันทั้งหวาน ทั้งฟิน และชวนให้ใจสั่นไหวจนแทบควบคุมไม่อยู่ มือบางเอื้อมไปหยิบดอกกุหลาบโลหะขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ความเย็นเฉียบของเนื้อโลหะถูกแทนที่ด้วยไออุ่นจากปลายนิ้วเราที่เผลอแตะโดนกันเล็กน้อย
“ก็... ไม่แย่ค่ะ” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มหวานหยดผุดขึ้นที่มุมปากอย่างที่ตั้งใจจะกวนประสาทเขากลับบ้าง “ถือว่าสอบผ่านสำหรับวิชาวิศวะภาคปฏิบัติ... นายทำได้ดีกว่าที่คิดนะ ธันวา”
รอยยิ้มมุมปากของธันวาขยายกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกันอีกครั้ง บรรยากาศหวานละมุนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในห้องแล็บที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคราบน้ำมันเครื่อง
“ถ้าสอบผ่านภาคปฏิบัติแล้ว... สนใจจะลองมาเป็นแฟนเด็กวิศวะดูสักเทอมไหมล่ะ?” เขากระซิบเสียงพร่า แววตาทอประกายลึกล้ำชวนฝัน
ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เตรียมจะอ้าปากเอ่ยคำตอบกวนๆ กลับไปเพื่อยื้อเชิงตามประสาคนฟอร์มจัด ทว่า...
*ปัง!*
เสียงกระแทกประตูห้องแล็บด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของใครบางคนที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือด
“ไอ้ธัน! ลินิน! พวกเธอรีบมาดูนี่เร็วเข้า! ที่สวนพฤกษศาสตร์หน้าตึกคณะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและเกียร์พังๆ ไปด้วยกันนะคะ! ❤️
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 20
ของขวัญชิ้นแรกจากวิศวะปากดุ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!