วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 21

อย่าทำตัวน่ารักได้ไหม

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ให้ตายเถอะยายลินิน! นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิด ถึงปล่อยให้ไอ้ธันมันลากมาดูดอกไม้หัวเกรียมกลางแดดเปรี้ยงแบบนี้เนี่ย!” เสียงโวยวายของยัยพายเพื่อนสนิทดังแหวขึ้นมาทันทีที่พวกเราวิ่งมาถึงสวนพฤกษศาสตร์หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ตามเสียงตะโกนลั่นของตาคินในตอนที่แล้ว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เหตุการณ์ระเบิดตู้มต้ามอย่างที่เพื่อนในกลุ่มตื่นตูมกันไปเอง แต่เป็นสภาพแปลงกุหลาบพันธุ์พิเศษที่ฉันเพิ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจผสมดินและรดน้ำมาตลอดสัปดาห์... กำลังเหี่ยวเฉาเฉกา ดอกสีชมพูหวานละมุนที่ควรจะแย้มกลีบสวยงาม กลับคอพับคออ่อนราวกับโดนน้ำร้อนลวก ให้ตายสิ! นี่มันผลงานความพยายามของชมรมจัดดอกไม้ที่จะต้องใช้ส่งประกวดในงานมหาวิทยาลัยสัปดาห์หน้านะคะ! “ฉันไม่ได้ปล่อยให้เขาลากมาสักหน่อย ยัยพาย!” ฉันหันไปแหวใส่เพื่อนตัวดีหน้าตาตื่น ก่อนจะหันขวับไปมองต้นเหตุของเรื่องที่ยืนกอดอกพิงเสาโรงเรือนอยู่ สีหน้าของนายธันวานี่มันช่างนิ่งสนิทจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาเข้มมองมาที่แปลงดอกไม้สลับกับมองหน้าฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ปากหนาๆ นั่นเม้มเข้าหากันนิดหน่อยก่อนจะพ่นคำพูดที่ทำให้ฉันอยากจะเอาคีมตัดลวดมาฟาดปากเขาสักที “ยืนอ้าปากค้างทำซากอะไรอยู่ล่ะคุณประธานชมรม... กุหลาบ ‘ควีนเอลิซาเบธ’ ของเธอน่ะ มันกำลังจะลาโลกเพราะโรคราสนิมกินราก องุ่นเปรี้ยวอย่างเธอดูไม่ออกหรือไงว่าดินมันแน่นเกินไปจนรากเน่าหมดแล้ว” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มพิกัด ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีกรมท่าที่เลอะคราบกาวนิดหน่อยก้าวเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าว กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นไอดินเฉพาะตัวของวิศวกรหนุ่มลอยมาแตะจมูกในระยะประชิดจนฉันต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ “นายว่าใครตาถั่วห๊ะ! ธันวา!” ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ทันที แม้ในใจจะแอบสะดุ้งวาบเพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริง... ฉันมัวแต่ยุ่งกับการจัดดอกไม้บอร์ดนิทรรศการ จนละเลยการตรวจสอบค่า pH ของดินในแปลงนี้ไปนิดเดียวเองนะ “แล้วมันเรื่องอะไรที่นายจะต้องมาจุ้นจ้านเรื่องแปลงดอกไม้ของชมรมฉันด้วยล่ะคะ หรือว่าแอบอิจฉาที่พวกเราจะชนะการประกวดปีนี้หึ?” “อิจฉา?” ธันวาเลิกคิ้วสูง หัวเราะในลำคอเบาๆ แบบที่ฟังแล้วมันน่าหมั่นไส้เป็นบ้า “สมองเธอนี่มีแต่กลีบกุหลาบอัดแน่นอยู่หรือไง ถึงคิดว่าคนอย่างฉันจะว่างมาอิจฉาเรื่องไร้สาระแบบนี้... ถ้าฉันไม่บังเอิญเดินผ่านมาเห็นคนโง่กำลังยืนมองดอกไม้ตายซากด้วยสายตาโง่ๆ ล่ะก็ ป่านนี้มันคงกลายเป็นปุ๋ยหมักไปจริงๆ แล้วแหละ” “นี่นายว่าใครโง่ฮะ!” ฉันกำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ ปากเก่งๆ ของฉันกำลังจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าเขาให้สมกับความปากเสีย แต่ทว่า... จังหวะที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปเถียงนี่แหละ ที่ทำให้โลกทั้งใบมันเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ธันวาไม่ได้ถอยห่างออกไป... ตรงกันข้าม เขากลับโน้มใบหน้าคมคายลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน แววตาดุๆ ที่เคยมีรังสีความหงุดหงิดเมื่อครู่ ตอนนี้กลับฉายประกายบางอย่างที่ลึกล้ำและอ่อนโยนจนฉันเผลอกลั้นหายใจ “ปากเก่งจังนะ... แต่เวลาใกล้จะร้องไห้นี่น่าดูชมเหมือนกันนี่” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบa ชิดริมหู น้ำเสียงนั้นไม่มีแววเยาะเย้ยหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอบอุ่นประหลาดที่ไหล뢰บเข้ามาในอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตึกตัก... ตึกตัก... ให้ตายเถอะ! เสียงหัวใจบ้าoutนี่มันดังอะไรนักหนานะ ยัยลินิน ตั้งสติหน่อยสิ! เขาเป็นคู่กัด เป็นตาบ้าวิศวะปากเสียที่เธอเกลียดขี้หน้ามาตลอดสองปีเชียวนะ! ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตเข้าที่กลางใจจนขาอ่อนแรงแบบนี้ล่ะคะ “ใครจะร้องไห้กัน... ปล่อยนะ นายจะทำอะไร!” ฉันรีบผลักอกแกร่งของเขาออกเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น สายตาที่มันทำลายเกราะป้องกันความแข็งกระด้างที่ฉันสร้างขึ้นมาได้ในเวลาแค่เสี้ยววินาที ธันวาไม่ได้ถอนตัวออกไปไกลอย่างที่ควรจะเป็น เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นข้างแปลงดอกไม้ มือหนาที่มักจะถือประแจหรือคีมล็อก ค่อยๆ สวมถุงมือยางแล้วเริ่มใช้ช้อนพรวนดินเขี่ยหน้าดินรอบๆ โคนต้นกุหลาบที่เหี่ยวเฉาออกอย่างเบามือและทะนุถนอม ชนิดที่ผู้หญิงอย่างฉันยังอาย “ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ มาช่วยสิ... ถ้าไม่อยากให้ดอกไม้สุดที่รักของเธอตายคามือ ย่อตัวลงมาแล้วฟังให้ดีนะคุณประธาน” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ธันวาเริ่มอธิบายวิธีแก้ปัญหาดินแน่นและการกู้ชีพรากพืชด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบ 3 มิติอย่างคนที่มีความรู้จริง ท่าทางจริงจังและตั้งอกตั้งใจยามที่ปลายนิ้วแข็งกระด้างคู่นั้นบรรจงเกลี่ยดินออกทีละนิด เพื่อไม่ให้รากฝอยที่เสียหายต้องบอบช้ำไปมากกว่าเดิม มันทำให้ภาพลักษณ์ ‘วิศวกรสายดุ’ จอมโหดในสายตาคนอื่น พังทลายลงราบคาบ... เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่... อ่อนโยนกว่าที่ใครจะคาดคิด ฉันแอบช้อนตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาที่มีหยดเหงื่อเกาะพราวตามไรผม แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านร่มเงาไม้ลงมาตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันคมและแพขนตาดกหนา ภาพนั้นมันช่าง... ดึงดูดสายตาเสียจนฉันละสายตาไปไม่ได้เลย หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นรัวแรงจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมันเข้าสักวัน นี่ฉัน... กำลังหวั่นไหวกับความใส่ใจบ้าๆ ของผู้ชายปากจัดคนนี้จริงๆ น่ะเหรอ? “มองอะไร หน้าฉันมีดินติดอยู่หรือไง” ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแปลงดอกไม้ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยอย่างรู้ทัน ราวกับเขามีตาหลังและรู้ว่าฉันกำลังแอบมองเขาอยู่ “เปล่าซะหน่อย ใครมองนายกัน อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยนะธันวา!” ฉันรีบแก้ตัวเสียงสูง กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการย่อตัวลงแล้วคว้าช้อนพรวนดินอีกอันมาจ้วงขุดดินแรงๆ จนดินกระเด็นไปโดนรองเท้าผ้าใบสีขาวของเขา ธันวาหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้เสียจนฉันต้องรีบถอยหลังกรูด แต่ทว่าจังหวะที่ฉันกำลังจะลุกขึ้นยืนตามเขานั้น เท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับสายยางรดน้ำที่วางพาดอยู่บนพื้นดิน! “ว이๊ย!” ฉันอุทานลั่นด้วยความตกใจ หลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็งๆ ตรงหน้า แต่ทว่าความเจ็บปวดที่คิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น... เมื่อวงแขนแกร่งและอบอุ่นคู่หนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของฉันไว้ได้ทันท่วงที แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งร่างเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง สัมผัสแนบชิดที่เกิดขึ้นทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก ธันวาโอบเอวฉันไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ล้ม ขณะที่มืออีกข้างของเขาก็จับข้อมือฉันไว้มั่น ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดริมฝีปาก ดวงตาสีนิลคมกริบก้มลงมองฉันนิ่งสนิท เนตรคู่นั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของลินินคนนี้สั่นไหวจนแทบควบคุมไม่อยู่ “ซุ่มซ่ามจริงนะคุณหนู...” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดริมฝีปาก แววตาคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายเหมือนอย่างเคย แต่กลับฉายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายได้อย่างชัดเจน “ถ้าไม่มีฉันคอยรับไว้อย่างนี้... เธอจะเอาหน้าสวยๆ ไปไถกับพื้นถนนหรือไงหึ?” หัวใจของฉันเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองเพล ลินินผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำเมื่อเจอสายตาคู่นี้ตรึงไว้ และก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งสติหรือหาคำพูดจิกกัดมากลบเกลื่อนความเขินอาย ธันวาก็ก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักแทบจะปัดผ่านแก้มเนียนของฉันเบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ... “อย่าทำตัวน่ารักแบบนี้บ่อยนักเลย... ลินิน” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%