"ถ้าปากหนักมากนัก ก็เอาไว้ใช้แค่กินข้าวเถอะธันวา อย่าเอามาพูดจาประชดประชันใส่กันเลย มันรกหู!"
ฉันกระแทกถังสีลงกับโต๊ะทำงานไม้ในห้องแล็บที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นสีพ่นผสมกับกลิ่นดอกลิลลี่จางๆ จากช่อดอกไม้ที่ฉันอุ้มติดมือมาด้วย ธันวาที่กำลังนั่งถอดรหัสโปรแกรมอยู่ตรงหน้าชะงักกึก เขาหมุนเก้าอี้กลับมามองฉันด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่แววตาคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างน่าประหลาด
"ใครประชด? ฉันแค่พูดความจริงที่เธอไม่เคยอยากจะยอมรับ ลินิน" ธันวายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าฉันเกือบสองช่วงตัวทำให้เขากดดันฉันได้เสมอ เขาเดินเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ของเขา "ความจริงที่ว่าเธอกำลังใช้ดอกไม้พวกนี้เป็นเกราะป้องกันกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นมา เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าจริงๆ แล้วเธอก็แค่กลัว"
"กลัว? ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!" ฉันเถียงสวนทันควัน จ้องหน้าเขาเขม็ง ไม่ยอมแพ้
"กลัวที่จะยอมรับว่าที่ฉันตามตื๊อเธอทุกวันนี้ มันไม่ใช่แค่เพราะอยากแกล้ง... แต่เพราะฉันหยุดมองเธอไม่ได้ แม้แต่ตอนหลับตา!"
เสียงของธันวาแหบพร่าลงในประโยคสุดท้าย เขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน ฉันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บกว้าง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแต่เสียงเครื่องจักรทำงาน แต่ตอนนี้กลับมีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ถี่กระชั้น
ฉันเม้มปากแน่น พยายามจะถอยหนี แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้มั่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงแต่หนักแน่นพอที่จะตรึงฉันไว้กับที่
"ธันวา... นายเพ้อเจ้ออะไรของนาย" ฉันพยายามแค่นยิ้มเยาะเย้ย ทั้งที่ในใจสั่นไหวจนควบคุมไม่อยู่
"ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อ ฉันแค่เบื่อที่ต้องแสดงละครตบตาตัวเอง" เขาไล่สายตามองใบหน้าฉันราวกับจะจดจำทุกรายละเอียด "ที่ฉันต้องทำตัวดุ ต้องปากจัดใส่เธอ ก็เพราะถ้าฉันอ่อนโยนให้เธอเห็นมากกว่านี้ ฉันกลัว... กลัวว่าฉันจะยอมเธอทุกอย่างจนถอนตัวไม่ขึ้น"
นี่เขา... กำลังสารภาพออกมาตรงๆ อย่างนั้นเหรอ? บ้าไปแล้ว!
"แล้วทำไมต้องเป็นตอนนี้? ทำไมต้องเป็นฉัน?" ฉันถามออกไปเสียงสั่น พยายามดึงมือออกแต่เขากลับรวบมือฉันไปแนบไว้กับอกซ้ายที่เต้นโครมครามไม่ต่างกัน
"เพราะถ้าไม่พูดตอนนี้ ฉันคงบ้าตายก่อนที่การแข่งขันโปรเจกต์นี้จะจบลง ลินิน... ฉันชอบเธอ จะให้พูดกี่ครั้งฉันก็พูดได้ว่าฉันชอบเธอจนแทบคลั่ง ยัยคุณหนูนักจัดดอกไม้จอมดื้อ!"
จังหวะนั้น ราวกับโลกหยุดหมุน ความฉะฉานที่ฉันเคยมีมาตลอดมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอบอุ่นที่ซึมลึกไปถึงหัวใจ ฉันเงยหน้ามองเขา แววตาดุๆ ที่เคยทำให้ฉันหมั่นไส้บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวั่นไหวที่ปิดไม่มิด
เขาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ระยะห่างที่ลดลงจนไร้อากาศกั้นทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากลมหายใจของเขา
"แล้วเธอล่ะ..." เขาถามเสียงกระซิบ "เสียงในใจของเธอ... มันดังเท่าเสียงที่ฉันเพิ่งพูดไปบ้างไหม?"
ฉันอ้าปากค้าง กำลังจะเอ่ยปากตอบคำถามที่สั่นคลอนหัวใจที่สุดในชีวิต แต่ทันใดนั้น เสียงประตูห้องแล็บที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับเสียงหัวเราะกวนประสาทของคินก็ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศจนพังทลาย
"เฮ้ย! มาทำอะไรกันมืดๆ สองคนวะ... อุ๊ย! โทษที พอดีลืมกุญแจสำรองน่ะ!"
คินชะงักค้างอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพเราสองคนในระยะประชิดที่เกินคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกล ธันวาผละออกจากฉันอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนหน้ากากที่สวมใส่เป็นปกติ ทว่าหูของเขากลับแดงก่ำลามไปถึงลำคอ
ฉันรีบก้มหน้าลงคว้าแจกันดอกไม้มาถือไว้แน่น ปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ใจจะยังเต้นรัวเหมือนกลองชุด
คินไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาเดินยิ้มกริ่มเข้ามาใกล้พร้อมสายตาจับผิด "เห็นเมื่อกี้เหมือนจะมีอะไรเด็ดๆ... สารภาพรักกันอยู่เหรอเพื่อนรัก?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันที ธันวาขบกรามแน่น จ้องคินเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ในขณะที่ฉันทำได้เพียงยืนกำช่อดอกไม้แน่นจนกลีบดอกไม้เกือบจะช้ำคามือ ฉันรู้ดีว่าเกมนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว และความลับที่ธันวาเพิ่งเอ่ยออกมา... มันเพิ่งจะเปิดฉากสงครามความรู้สึกที่ไม่มีวันหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับหัวใจของยัยคุณหนูและนายวิศวะคนซึนมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 24
เสียงในใจที่ดังกว่าปาก
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!