วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 8

งานคู่งานแรกที่ทำเอาปวดหัว

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ฉันไม่คิดว่า ‘คนอย่างนาย’ จะได้รับเชิญให้มาร่วมงานในโปรเจกต์สำคัญระดับมหาวิทยาลัยแบบนี้ด้วยนะ ‘ธีร์’” เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กดดันจนแทบจะหยุดหายใจ เขาไม่ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวเข้ามา ชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูขัดกับบรรยากาศห้องประชุมชมรมจัดดอกไม้โดยสิ้นเชิง ลินินเม้มปากแน่น เธอหันไปมองธันวาที่ตอนนี้แผ่รังสีความเป็นศัตรูออกมาจนคนรอบข้างสัมผัสได้ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้มาใหม่ที่เป็นถึงตัวเต็งประธานสภานักศึกษาอย่าง ‘ธีร์’ อดีตคู่แข่งคนสำคัญของธันวาที่สร้างรอยแผลเป็นไว้ในใจเขาเมื่อปีก่อน “กฎของมหาวิทยาลัยเปลี่ยนไปแล้วครับธันวา งานใหญ่ระดับนี้ฝ่ายประชาสัมพันธ์จำเป็นต้องได้คนที่... มีรสนิยมดีมาดูแลภาพลักษณ์ และบังเอิญว่าทางผมมองเห็นศักยภาพของลินิน” ธีร์เอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในแววตาของเขากลับซ่อนความเย้ยหยันไว้อย่างมิดชิด เขาขยับแว่นสายตาก่อนจะยื่นแฟ้มงานมาตรงหน้าหญิงสาว ลินินรับแฟ้มนั้นมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เธอเหลือบมองธันวาที่ตอนนี้สันกรามขึ้นนูนเด่นชัดด้วยความโกรธ “ถ้าหมายถึงงานออกแบบซุ้มเปิดงานมหาลัย เราสองคนถูกวางตัวให้ทำร่วมกันค่ะ” ลินินเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเธอเรียบสนิทพยายามซ่อนความประหม่าเอาไว้ “โดยมีคุณธีร์เป็นผู้ประสานงานหลัก” “ร่วมกัน?” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนลินินยังต้องหดไหล่ “งั้นก็บอกให้คนของคุณรู้ไว้เลยนะว่า ฉันไม่มีนโยบายทำงานร่วมกับคนไม่มีฝีมือ หรือคนที่จ้องจะเอาหน้าโดยการหยิบยืมไอเดียคนอื่น” บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นทันที ธีร์ไม่ได้โกรธ เขากลับคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิศวะสายดุอย่างคุณยังใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะครับธันวา แต่น่าเสียดาย... คำสั่งนี้มาจากเบื้องบน ผมแค่นำมาส่ง” ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอวางแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง!’ ก่อนจะเดินไปขวางกลางระหว่างชายหนุ่มสองคน “พอกันทั้งคู่ค่ะ! จะทะเลาะกันด้วยเรื่องอดีตไปถึงไหนคะ?” ลินินตวัดสายตามองธันวาที่กำลังพ่นลมหายใจฟึดฟัด “ที่นี่คือห้องประชุมชมรมจัดดอกไม้ ไม่ใช่สนามมวย ถ้าคุณธันวาอยากจะพิสูจน์ว่าตัวเองเก่งกว่าใคร ก็ใช้ผลงานเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่ใช้ปาก!” ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาวที่ดูจะเด็ดขาดกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ “เธอปกป้องมันเหรอ ลินิน?” “ฉันไม่ได้ปกป้องใคร แต่ฉันห่วงงานของฉันค่ะ” เธอเชิดหน้าใส่คนตัวสูงกว่า “ถ้างานนี้ออกมาห่วย เพราะมัวแต่เอาเวลาไปกัดกัน ฉันนั่นแหละที่จะเป็นคนฟาดพวกคุณทั้งสองคนเอง จำไว้!” ธีร์เลิกคิ้วมองหญิงสาวด้วยความชื่นชมที่ปิดไม่มิด “เก่งสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับลินิน... งั้นเอาเป็นว่า ผมขอให้พวกคุณส่งแบบร่างซุ้มดอกไม้คอนเซปต์ ‘เหล็กกล้ากับความอ่อนช้อย’ ภายในพรุ่งนี้เย็นนะครับ หวังว่าเราจะได้เห็นผลงานที่สมน้ำสมเนื้อ” เมื่อธีร์เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มทิ้งท้ายสุดกวนประสาท ความกดดันในห้องก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ธันวาหันกลับมาจ้องหน้าลินินทันที “เหล็กกล้ากับความอ่อนช้อย? หึ... โจทย์ปัญญาอ่อน” ธันวาพูดพร้อมกับขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด “เธอคิดว่าไอ้หมอนั่นจะมาไม้ไหน? มันจงใจจับคู่ให้เรา เพื่อให้เราทะเลาะกันจนงานพังใช่ไหมล่ะ” “ก็น่าจะใช่ค่ะ” ลินินตอบเสียงเรียบ เธอเริ่มหยิบดอกกุหลาบสีขาวมาจัดลงแจกันเพื่อสงบสติอารมณ์ “แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับที่ว่า... เราต้องทำ ‘งานคู่งานแรก’ ให้มันออกมาดีที่สุด เพื่อไม่ให้มันมีข้ออ้างมาเขี่ยเราออก” “ห่วงงานหรือห่วงไอ้หน้าอ่อนนั่นกันแน่?” ธันวาเดินเข้ามาใกล้ ก้าวเข้าหาลินินจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะไม้ทำงาน กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขากลบกลิ่นดอกไม้ในห้องจนมิด “อย่าหาเรื่องค่ะธันวา” ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นของเธอทำเอาธันวาใจกระตุก “ถ้าคุณไม่อยากทำ ก็เชิญออกไปได้เลยค่ะ ฉันหาคนช่วยงานคนใหม่ได้ไม่ยากหรอก” “ฝันไปเถอะ” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกของเขาเกือบจะแตะกับปลายจมูกของเธอ “ฉันไม่มีวันปล่อยให้ดอกไม้ของคุณไปอยู่ในมือคนอื่น... โดยเฉพาะกับไอ้หมอนั่น” ลินินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะกับความใกล้ชิดที่รวดเร็วเกินรับมือ ความซึนของเขาหายไปไหนหมดเหลือเพียงสายตาที่ร้อนแรงจนแทบจะแผดเผา “ทำไม... ถึงไม่ยอมให้คนอื่นล่ะคะ?” เธอถามเสียงแผ่ว ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้เธอเริ่มประหม่า ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวของเขาเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าลินินออกช้าๆ สัมผัสเบาหวิวแต่กลับทิ้งความร้อนผ่าวไว้บนผิวแก้ม “เพราะงานนี้มันไม่ใช่แค่ซุ้มดอกไม้ธรรมดาหรอกลินิน...” เขากระซิบชิดริมฝีปาก “แต่มันคืองานที่ฉันจะประกาศให้คนทั้งมหาลัยรู้ว่า... คุณน่ะ เป็น ‘ของใคร’” ยังไม่ทันที่ลินินจะได้โต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องชมรม ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวและก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ “เฮ้ยไอ้ธัน! ไอ้ธีร์มันเพิ่งเดินออกไป แกรีบตามไปดักหน้าห้องมันเลยดีไหม... อ้าว! เฮ้ย! โทษที... ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?” คินโผล่หน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกะล่อน แต่เมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสองที่ยืนชิดกันจนเกือบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียว เขาก็รีบยกมือปิดตา “โอ้โห... นี่ห้องชมรมหรือห้องหอครับเนี่ย!” ลินินรีบผลักอกธันวาออกทันที หน้าของเธอขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู เธอคว้ากรรไกรตัดดอกไม้ขึ้นมาถือไว้แน่นเพื่อป้องกันตัวจากความประหม่าที่พุ่งพล่าน “ไม่มีอะไรทั้งนั้นค่ะคุณคิน! ธันวาเขาแค่... กำลังอธิบายเรื่องการจัดซุ้มงาน!” เธอรีบแก้ตัวเสียงสั่น ธันวาหันไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาต แต่คินกลับทำลอยหน้าลอยตา แถมยังเดินตรงเข้ามาหาที่โต๊ะ “หรออออ... อธิบายท่าไหนเนี่ย หน้าแดงกันทั้งคู่เลย” คินหัวเราะร่าก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง “แต่ฟังนะไอ้ธัน งานซุ้มดอกไม้น่ะไม่ใช่เรื่องตลก เมื่อกี้ฉันไปได้ยินพวกกลุ่มตัวร้ายมันซุบซิบกันที่โรงอาหาร... พวกมันกำลังจะหาวิธีทำลาย ‘โครงเหล็ก’ ที่นายออกแบบไว้ให้พังลงมาต่อหน้ากรรมการในวันงาน!” ธันวาและลินินสบตากันทันที ความเย็นเยียบแล่นเข้าสู่หัวใจ หากโครงสร้างที่ธันวาตั้งใจสร้างเพื่อลินินถูกทำลายลง ไม่เพียงแค่ความอับอายที่จะตามมา แต่มันหมายถึงจุดจบของความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางการจับจ้องของศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าลินินกับธันวาจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร เกียร์เปื้อนกาวใจจะรอพบทุกคนในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%