กลิ่นฉุนของกาวร้อนและเศษไม้เนื้อแข็งที่ถูกเลื่อยจนป่นละเอียดคละคลุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการโปรเจกต์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในยามที่เข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบสามทุ่ม โครงสร้างโมเดลซุ้มดอกไม้โครงเหล็กดัดผสมไม้สักทองที่ธันวาใช้เวลาอดหลับอดนอนคำนวณสدรับน้ำหนักมาตลอดสามวันเต็ม บัดนี้กลับเอียงกระลาดเข้าหา The structural failure หรือจุดวิกฤตโครงสร้างพังทลายอย่างน่าอนาถ
ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบหน้าดุของธันวาฉายแววหงุดหงิดจนแทบจะพ่นไฟ เขาเสยผมลวกๆ จนยุ่งเหยิง สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ขณะใช้มือหนาปัดเศษไม้ที่หักโค่นลงบนพื้นเสียงดัง *เคร้ง!*
"โธ่เว้ย! คำนวณองศาผิดไปแค่สองมิลลิเมตร คานรับน้ำหนักด้านบนก็พังลงมาไม่เป็นท่าเลยเหรอวะ"
เสียงทุ้มต่ำบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนที่ประตูห้องแลบจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์സൈและกางเกงสแลคเข้ารูปของลินิน ประธานชมรมจัดดอกไม้ผู้มีใบหน้าสวยเฉี่ยวและฝีปากที่คมกริบยิ่งกว่ากรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ เธอกวาดสายตาคมกริบมองซากความพินาศตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
"อุ๊ยตาย... งานศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซของท่านวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่ กลายสภาพเป็นซากปรักหักพังเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะคะเนี่ย" ลินินเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน พาขายาวก้าวเข้ามาใกล้ซากโมเดลทีละนิด
ธันวาหันขวับมามอง ปากร้ายๆ รีบสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณ "ถ้าจะมาเยาะเยียวยาก็เชิญกลับไปห้องจัดดอกไม้ของเธอเถอะลินิน พื้นที่ตรงนี้มันรกและไม่เหมาะกับคนสวยๆ อย่างเธอหรอก... โดยเฉพาะคนสวยที่ชอบจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้าน"
"ปากดีจังนะคะ ทั้งที่ตอนนี้ผลงานที่นายตั้งใจจะเอาไปอวดกรรมการมันพังไม่เป็นท่าอยู่รอมร่อ" ลินินเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างท้าทาย "ถ้าฉันไม่เข้ามาเห็น นายก็คงนั่งกอดซากไม้พวกนี้จนรุ่งเช้าโดยที่คิดหาทางแก้ปัญหาไม่ออกน่ะสิคะ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่คุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความทิฐิที่พุ่งพล่าน ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวจนเธอต้องผถอยหลังไปชนกับโต๊ะทำงานที่มีอุปกรณ์เครื่องมือวางระเกะระラะ ความใกล้ชิดที่ฉับพลันทำให้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกฟรีเซียธรรมชาติจากตัวลินินลอยมาปะทะจมูกชายหนุ่มอย่างจัง
"แล้วเธอคิดว่าใครกันล่ะที่เป็นต้นเหตุทำให้โครงสร้างนี่มันพัง?" ธันวาโน้มใบหน้าลงต่ำ กระซิบเสียงพร่าใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียน "เพราะมัวแต่ไขว้เขวกับสายตาของประธานชมรมจัดดอกไม้เมื่อตอนบ่าย สมาธิฉันถึงได้หลุด... และทุกอย่างก็พังลงแบบนี้ไง"
ลินินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก แต่ด้วยศักดิ์ศรีค้ำคอ เธอจึงรีบผลอกอกแกร่งออกห่างแล้วเชิดใส่ทันที "อย่ามามบวกโบยความผิดให้ฉันนะธันวา นายมันทำงานสะเพร่าเองต่างหาก!"
ในขณะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ประตูห้องแลบที่ปิดสนิทเมื่อครู่กลับถูกเปิดผางออกอีกครั้งโดยฝีมือของคิน เพื่อนสนิทตัวแสบของธันวาที่เดินลากกระเป๋าอุปกรณ์เข้ามาหน้าตาเฉย พร้อมกับแก๊งเพื่อนสาวฝั่งลินินที่โผล่พรวดตามเข้ามาสมทบราวกับนัดกันไว้
"เฮ้ย ธันวา ลินิน! พวกเราเอาชานมไข่มุกมาฝาก... อ้าว เฮ้ย!" คินแกล้งทำเป็นอุทานเสียงดังเกินจริงเมื่อเห็นสภาพซากโมเดลพังๆ "นี่พวกนายเล่นอะไรกันเนี่ย รุนแรงกันตั้งแต่หัวค่ำเลยเหรอวะ โมเดลถึงได้พังเละเทะขนาดนี้"
"คิน! นายหุบปากไปเลยนะ!" ทั้งธันวาและลินินประสานเสียงกันขึ้นพร้อมโดยไม่ได้นัดหมาย ใบหน้าหล่อและสวยต่างขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายปนโมโห
แก๊งเพื่อนสาวของลินินกระซิบกระซาบหัวคิกคักกันอยู่มุมห้อง หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันทั่ว "แหม... เขาก็แค่หาข้ออ้างจะได้อยู่ซ่อมโมเดลกันสองต่อสองในห้องมืดๆ ต่างหากล่ะแก ดูสิ... ยืนใกล้กันซะขนาดนั้น กลัวเขากินตับหรือยังไงจ๊ะลินิน"
"ยัยนิดา! แกเงียบไปเลยนะ ไม่งั้นฉันจะตัดก้านกุหลาบหนามแหลมปาใส่หัวแกจริงๆ ด้วย!" ลินินหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทหน้าตายิ้มแย้มของตัวเอง ก่อนจะหันมาปั้นหน้าบึ้งใส่ธันวาที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกอมยิ้มกริ่มอย่างชอบใจ
"หึ... เพื่อนเธอก็พูดมีเหตุผลดีนี่นา" ธันวาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงแววเจ้าเล่ห์ แตกต่างจากมาดหนุ่มดุคนเดิมลิบลับ ดวงตาคมกริบพราวระยับขณะจ้องมองใบเนียนที่ขึ้นสีแดงก่ำ
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะธันวา!" ลินินรีบหันหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา "ไหนๆ งานนายก็พังแล้ว ฉันจะใจดีช่วยแก้โครงสร้างให้ก็แล้วกัน... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันไม่ได้ทำเพื่อช่วยนายหรอกนะ แต่ฉันกลัวว่าถ้าผลงานชมรมวิศวะกากๆ ออกมาแย่ มันจะเสียชื่อเสียงที่ฉันต้องมาร่วมงานด้วยต่างหากล่ะ!"
คินยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ ในกลุ่มถอยฉากออกไปทันที "เอ้า! งั้นพวกเราไปหาซื้อขนมมากินรอข้างนอกดีกว่า ปล่อยให้สถาปนิกกับวิศวกรเขาเคลียร์พื้นที่ ‘ซ่อมแซมความสัมพันธ์’ เอ้ย! ซ่อมแซมโมเดลกันตามสบายนะเว้ย"
สิ้นคำพูดของคิน แก๊งเพื่อนตัวดีทั้งชายและหญิงต่างพากันเดินเบียดเสียดออกนอกห้องแล้วปิดประตูล็อคกลอนจากด้านนอกทันที เสียงหัวคิกคักและเสียงแซวแว่วหายไปตามทางเดิน ปล่อยให้ธันวาและลินินยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของโมเดลตามลำพังสองคนอีกครั้ง
บรรยากาศในห้องแลบตอนนี้เงียบงันลงทันตาเห็น มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ธันวาค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวที่กำลังยืนกอดอกทำเป็นตรวจเช็คซากไม้บนโต๊ะอย่างเงอะงะ ร่างสูงใหญ่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะประชิด จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งของเขา
"ถอยไปเลยนะธันวา นายจะมาใกล้ฉันเกินไปแล้ว" ลินินเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามขยับตัวหนีแต่ก็ถูกวงแขนแข็งแรงยกขึ้นมาค้ำยันโต๊ะกั้นไว้ทั้งสองข้างราวกับกรงล้อม
"ไหนบอกว่าจะช่วยฉันซ่อมไง... ทำไมตอนนี้เอาแต่ยืนตัวสั่นล่ะหึ คุณประธานชมรมจัดดอกไม้คนเก่ง" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับเส้นผมสลวยของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเปรอะเปรื้อนต้นคอขาวผ่องจนลินินต้องห่อไหล่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความปากเก่งที่เคยมีหายวับไปกับตาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแววตาคลั่งรักที่ชายหนุ่มจงใจเปิดเผยออกมาอย่างไร้การป้องกัน
"ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย นายต่างหากที่ถอยไปรอดูก่อน" เธอเอียงคอมองค้อนเขาด้วยดวงตากลมโตที่ฉายแววหวั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
ธันวาไม่ยอมถอยตามคำสั่ง มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบเศษไม้ชิ้นที่หักขึ้นมาถือไว้ ปลายนิ้วของเขาแกล้งสัมผัสโดนหลังมือเรียวของเธอเบาๆ ราวกับจงใจหยอกล้า "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิ... ว่าเธอเก่งจริงอย่างที่ปากพูด หรือว่าจะเก่งแต่ปากเวลาอยู่ต่อหน้าฉันแค่นั้น"
ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ จนแทบไม่มีช่องว่างหลงเหลือ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น สายตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด ความเงียบงันรอบตัวขับเน้นเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันให้เด่นชัดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำและแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของธันวาโน้มต่ำลงมาใกล้จนเกือบจะแตะกลีบปากนุ่มของหญิงสาว เสียงทุบประตูดังปัง! พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของคินก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนพังทลาย
"เฮ้ยธันวา! แย่แล้ววะ! ไอ้พวกชมรมคู่แข่งมันยกพวกมาป่วนที่หน้าคณะแล้วเว้ย!"
ด้วยความตกใจ ธันวาผละออกจากร่างบางทันที ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ในขณะที่ลินินรีบยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว แก้มเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจกับเหตุการณ์กะทันหัน
ธันวาหันไปมองประตูห้องด้วยแววตาดุดันราวกับพญาราสีที่กำลังโกรธเกรี้ยว ก่อนจะหันกลับมามองสบตากลีบดอกไม้สวยของลินินที่ตอนนี้ประกายตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน
"อยู่ตรงนี้... อย่าเพิ่งไปไหนเด็ดขาด" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงคาดโทษ ก่อนจะคว้าประแจเหล็กตัวใหญ่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงไปกระชากเปิดประตูห้องแลบออกอย่างแรงด้วยความโมโหสุดขีด!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 9
แผนซ้อนแผนของแก๊งเพื่อน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!