"ถอยออกไปจากโต๊ะของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ, นายหัวเกียร์สมองกลวง!"
เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธดังขึ้นแทรกกลางความเงียบของห้องชมรมจัดดอกไม้ กลิ่นหอมจางๆ ของยูคาลิปตัสและกุหลาบมอญที่ควรจะสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย กลับมลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับแรงปะทะทางอารมณ์ที่พุ่งสูงจนเกือบแตะจุดเดือด ลินินยืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตสีนิลจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งของคนที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาหยิบจับอุปกรณ์ตัดแต่งกิ่งไม้ของเธอตามใจชอบ
ธันวาชะงักมือที่กำลังคีบก้านดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าครามขึ้นมาพิจารณา เขาค่อยๆ หันกลับมามองเจ้าของพื้นที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาดุคมกริบฉายแววเย้าแหย่ระคนกวนประสาทอย่างจงใจ ร่างสูงในชุดช็อปวิศวะสีเลือดหมูที่มีคราบกาวอีพ็อกซี่เปื้อนอยู่ตรงมุมกระเป๋าเสื้อ ยิ่งขับเน้นให้ลุคแบดบอยของเขาดูอันตรายต่อหัวใจคนมองเข้าไปใหญ่... ถึงแม้เจ้าตัวจะทำหน้าเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลาก็ตาม
"พูดจาให้มันดีๆ หน่อยสิคุณประธาน, ฉันไม่ได้ควายถึงขนาดแยกแยะไม่ออกหว่านี่มันกรรไกรตัดแต่งกิ่ง ไม่ใช่มีดผ่าตัดสมอง" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันนิดๆ เขาวางกรรไกรลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *กริ๊ก* เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าเขาไม่ได้เกรงกลัวสายตาพิฆาตของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
"แต่นายกำลังล้ำเส้น!" ลินินก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูง ความสูงที่ต่างกันพอสมควรทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเขา แต่ความดุดันในแววตาของเธอกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นอย่างถือดี "ห้องจัดดอกไม้มีป้ายติดหราอยู่หน้าประตูว่า 'ห้ามคนนอกเข้า' นายอ่านไม่ออกหรือว่าสมองส่วนการแปลภาษาพังไปตั้งแต่ตอนคำนวณสถิติมหาสนุกเมื่อวานแล้วล่ะคะ?"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มร้ายกาจอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า เขาโน้มใบหน้าลงมาหาคนตัวเล็กกว่าเล็กน้อย จนกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวเธอลอยเข้าจมูกปะปนกับกลิ่นดอกไม้... เป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ เพราะมันดันรบกวนสมาธิอันน้อยนิดของเขาซะเหลือเกิน
"ปากเก่งเป็นบ้า..." ธันวาพึมพำลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "หน้าตาก็ออกจะสวยหวานเหมือนตุ๊กตาพอร์ซเลน แต่ทำไมเวลาอ้าปากพูดทีไร ถึงได้มีแต่เขี้ยวเล็บโผล่ออกมาทุกทีวะเนี่ย"
"นายว่าอะไรนะ!" ลินินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่อันตรายเกินไปเมื่อครู่ มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ฉันจะถือว่านายไม่ได้ตั้งใจพูดจาไร้มารยาทแบบนั้น... และขอความกรุณา! ไสก้นออกจากห้องของฉันไปซะที ก่อนที่ฉันจะแจ้งยามมาลากตัววิศวะสมองเสื่อมอย่างนายออกไปให้พ้นตึก!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนกลีบดอกไม้บนโต๊ะแทบจะเฉาตายคาที่ในรัศมีสามเมตร หากเปรียบมวยคู่นี้เป็นสนามประลอง คงต้องบอกว่าไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันเลยแม้แต่นิดเดียว ฝ่ายหนึ่งคือคุณหนูผู้เพียบพร้อมแต่ดุดันราวกับพยัคฆ์สาว อีกฝ่ายคือเจ้าพ่อวิศวะสายดุผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหน
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ธันวากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบชนิดที่เตรียมไว้ขยี้ใจอีกฝ่ายให้แหลกคราบ เสียงโวยวายคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากประตูห้องที่เปิดค้างไว้
"เฮ้ย! พวกมึงทำอะไรกันวะเนี่ย!"
คินที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งถือกระดาษแบบแปลนหุ่นยนต์พะรุงพะรังเข้ามา ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพของประธานชมรมจัดดอกไม้หน้าตาดุราวกับเสือสมิง กำลังยืนจ้องหน้าเพื่อนสนิทของเขาด้วยระยะห่างที่ใกล้ชิดจนน่าสงสัย ยิ่งไปกว่านั้น สายตาของธันวาที่มองลินินอยู่ มันไม่ใช่สายตาของคนที่จะฆ่ากันให้ตาย... แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังพ ยายามข่มกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ต่างหาก!
ลินินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบกระโดดถอยหลังไปตั้งหลักอีกทางทันที ใบหน้าหวานซับสี3แดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่เผลอปล่อยให้สถานการณ์มันดูล่อแหลมในสายตาคนนอก ส่วนธันวาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขากวาดสายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาพิฆาตที่อยากจะเอาแฟ้มกระดาษฟาดหัวมันสักทีสองที ข้อหาเข้ามาขัดจังหวะเวลาสนุกๆ แบบนี้
"ไม่มีอะไร..." ธันวาปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขายืดตัวตรงแล้วคว้าแปลนหุ่นยนต์จากมือคินมาถือไว้ลวกๆ "แค่มาทวงของ... แล้วก็มาดูว่าแถวนี้มีตัวแมวป่าแถวไหนมันหลงเข้ามาอาละวาดหรือเปล่า"
"แมวป่าบ้านนายสิ!" ลินินแว้ดใส่ทันควัน ดวงตากลมโตค้อนขวับให้ร่างสูงจนตาแทบคว่ำ "ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว! แล้ววันหลังถ้ายังกล้าเดินเข้ามาเหยียบที่นี่อีกโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉันจะเอาก작กรรไกรตัดก้านดอกไม้เนี่ยแหละ ตัดสิ่งแปลกปลอมในตัวนายให้หมดแน่!"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงท้าทาย เขายกมือขึ้นแตะปีกจมูกตัวเองเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินสวนออกไปพร้อมกับคินที่ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ลินินแบบมีเลศนัย ทว่า... ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวพ้นขอบประตูห้อง เขาหยุดเดินกะทันหันแล้วหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังยืนหายใจฮึดฮัดด้วยความโมโห
ดวงตาดุคมกริบของธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิลคู่สวยนั้น นิ่งนานราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีพยศร้ายกาจนั้น
"จัดดอกไม้เก่งนักนี่..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กวนประสาท แต่นัยน์ตากลับพราวระยับอย่างแปลกประหลาด "งั้นวันหลัง... ช่วยจัดดอกไม้มาง้อคนแถวนี้หน่อยนะคุณประธาน เพราะดูท่าทางแล้ว... ปากเก่งๆ แบบคุณเนี่ย คงต้องโดน 'ตีให้แตก' สักรอบ ถึงจะยอมสงบปากสงบคำลงได้!"
พูดจบ ธันวาก็ยกยิ้มมุมปากส่งท้ายให้เธอก่อนจะเดินหายลับไปจากกรอบประตู ทิ้งให้ลินินยืนแข็งทื่อเป็นหิน สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลคำว่า 'ตีให้แตก' ของไอ้บ้านั่นได้
*กรี๊ด!ไอ้หัวเกียร์โรคจิต! นายตายแน่!*
ลินินกำหมัดแน่นจนตัวสั่นระริก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน แต่ทว่า... จังหวะที่เธอกำลังจะหันไปจัดการกับแจกันดอกไม้ระบายอารมณ์นั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง พร้อมกับร่างเงาของใครบางคนทาบทับลงมาตรงธรณีประตู
"ขอโทษนะคะ... พอดีมีพัสดุส่งถึงคุณลินินค่ะ แต่ผู้ส่งระบุชื่อไว้แปลกมาก... เขาเขียนว่า 'ส่งให้ยัยตัวแสบปากจัด' ค่ะ"
น้ำเสียงหวานนุ่มของรุ่นน้องในชมรมที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องของขวัญสีดำสนิทผูกโบสีแดงเข้ม ทำให้ลินินต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง เธอรับกล่องนั้นมาถือไว้ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมากลางใจ กล่องสีดำสนิทที่ให้ความรู้สึกทั้งลึกลับและอันตรายในเวลาเดียวกัน
และเมื่อลินินเปิดฝากล่องออก... สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างบางผะหนถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ!
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 2
ฝีปากระดับเทพ ปะทะ คุณหนูสายวีน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!