กลิ่นกาวอีпоกซีเรซินและคราบน้ำมันเครื่องที่ติดตรึงอยู่ตามซอกเล็บของธันวา ยังไม่น่าหงุดหงิดเท่ากลิ่นหอมหวานของดอกกุหลาบอังกฤษที่กำลังลอยอบอวลอยู่เต็มห้องกระจกติดแอร์ฉ่ำของชมรมพฤกษาศิลป์
ให้ตายเถอะ... นี่มันสถานที่สำหรับพวกขุนคุณหนูไฮo-so ชัดๆ ไม่ใช่ที่ที่ไอ้ธันวา รองประธานชมรมหุ่นยนต์คณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้มีคติประจำใจว่า 'ช่างกลไม่สนดอกไม้ สนแต่เฟืองและน็อต' สมควรจะมายืนกักขฬะอยู่เลยสักนิด
"ถ้ายังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วเอาแต่มองกรรไกรตัดกิ่งไม้ด้วยสายตาอาฆาตแบบนั้น เกรงว่ากุหลาบแอฟริกาในแจกันพวกนี้คงจะเฉาตายก่อนที่คุณจะได้ลงมือตัดมันจริงๆ นะคะ ธันวา"
เสียงหวานใสที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างระหงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก สวมผ้ากันเปื้อนสีครีมปักลายดอกไม้ประดิษฐ์ ลินิน ประธานชมรมจัดดอกไม้ปี 2 ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตคมกริบภายใต้ขนตางอนยาวคู่นั้นกวาดมองสภาพของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
ธันวาแค่นเสียงหึในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะบึ้งตึงอยู่เป็นนิจบิดเบี้ยวลงเล็กน้อย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวตวัดมองหญิงสาวอย่างไม่ยอมแพ้
"ถ้าอาจารย์ฝ่ายปกครองไม่เอาเกรดวิชาแคลคูลัสสามของฉันมาขู่แลกกับการมาบำเพ็ญประโยชน์บ้าบออะไรนี่ ฝันไปเถอะว่าคนอย่างธันวาจะยอมก้าวเท้าเข้ามาเหยียบดินแดนกลีบดอกไม้ไร้สาระนี่แม้แต่ปลายเล็บ" เขาตอกกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัด ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีคราบรอยเปื้อนสีน้ำเงินจางๆ ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้สักอย่างถือดี
"อ๋อเหรอคะ? นึกว่าติดใจฝีมือการจัดดอกไม้ของชมรมเราซะอีก เห็นยืนจ้องกุหลาบสีพีชพ่นลมหายใจฟوتฟาสอยู่ตั้งนานสองนาน" ลินินลอยหน้าลอยตาดัดเสียงล้อเลียน ก่อนจะหยิบกรรไกรด้ามทองเหลืองขึ้นมาคีบเล่นในมืออย่างไม่สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวพ่อหนุ่มวิศวะขาโหดเลยสักนิด
"ปากดีแบบนี้ ระวังตอนโดนหนามกุหลาบตำขึ้นมาจริงๆ แล้วจะไม่มีใครช่วยพ่นยาให้นะครับ... อ้อ ลืมไป ฉันมันพวกลุยๆ ไม่ใช่พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแบบเธอ" ธันวาจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ร่างบางจนเกินระยะปลอดภัย ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มคุุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตจากความหมั่นไส้ส่วนตัว
ลินินชะงักไปนิดเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างกะทันหัน กลิ่นกายผสมผสานระหว่างกลิ่นบุรุษหนุ่มกับกลิ่นเมทานอลจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก แต่นั่นไม่ได้ทำให้คุณหนูผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างเธอต้องถอยร่น เธอเชิดคางขึ้นสู้สายตาคมกริบนั้นทันที ไม่มีทางที่เธอจะยอมให้ไอ้ผู้ชายปากหมานี่มาข่มขวัญเธอได้ในถิ่นของตัวเองเด็ดขาด
"เชิญชมรมวิศวะของคุณไปนั่งกินน้ำมันเครื่องกันตามสบายเถอะค่ะ ไม่มีใครบังคับให้คุณมาอยู่ตรงนี้หรอก... อ้อ แต่อย่าลืมล่ะว่า ชั่วโมงบริการสังคมของคุณมีทั้งหมดสี่สิบชั่วโมง และหน้าที่แรกของวันนี้คือการ 'นั่งจัดดอกไม้แจกันแต่งงาน' ส่งให้รุ่นพี่คณะสถาปัตย์ฯ ให้เสร็จภายในห้าโมงเย็นนี้!"
พูดจบ ลินินก็โยนกรรไกรตัดแต่งกิ่งด้ามเล็กใส่ลงบนโต๊ะตรงหน้าธันวาเสียงดัง *เคร้ง* ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินไปหยิบกระดาษห่อช่อดอกไม้อีกมุมหนึ่งอย่างไม่สนใจไยดี
ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้มมองกรรไกรด้ามนั้นสลับกับกองกุหลาบหลากสีที่กองสุมกันอยู่ตรงหน้าราวกับมันคืองูพิษ
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงอะไร... ทั้งดื้อ รั้น ปากจัด แล้วยังชอบสั่งเขานัก!
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกรรไกรขึ้นมาด้วยท่าทางหงุดหงิดเต็มประดา ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ เขาก็จะจัดแจกันดอกไม้นี่ให้มันกลายเป็นสวนหย่อมสไตล์ป่าช้าซะเลย คอยดู!
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ความเงียบงันในห้องกระจกเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นรอบที่สิบของพ่อหนุ่มวิศวะ ธันวานั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว สมาธิทั้งหมดที่เคยใช้คำนวณวงจรอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อนในห้องแล็บ ถูกดึงมาใช้กับการพยายามเสียบก้านดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าลงในโอเอซิสที่เริ่มพรุนเป็นรูพรุนเพราะโดนจิ้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มันไม่ง่ายอย่างที่คิด... ก้านดอกไม้บอบบางพวกนี้หักคามือเขาไปสามดอกแล้ว และไหนจะหนามแหลมๆ ที่แอบข่วนนิ้วแกร่งจนขึ้นรอยแดงจางๆ อีก
ลินินที่แอบเหลือบมองสถานการณ์อยู่เป็นระยะอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอ เธอเดินถือแจกันเซรามิกสีขาวสะอาดเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ที่ตั้งใจกวนประสาทเขาโดยเฉพาะ
"อุ๊ยตาย... นี่คุณกำลังจัดช่อดอกไม้หรือกำลังทำพิธีบวงสรวงอะไรอยู่คะเนี่ย ทำไมหน้าตาถึงได้เครียดเคร่งยิ่งกว่าตอนคำนวณสะพานข้ามแม่น้ำซะอีก"
ธันวาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวตวัดมองเจ้าของเสียงหวานที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ข้างกาย มือหนายังคงกำก้านกุหลาบแน่นจนเกือบจะหักคามือ
"ถ้าว่างมากนักก็มาทำเองสะสิ คุณหนู! มายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ รำคาญ!" เขาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเหลืออด ความหงุดหงิดสะสมทำให้เผลอขยับตัวแรงเกินไป จนข้อศอกหนาไปปัดเข้ากับขวดน้ำยาบำรุงดอกไม้ที่วางอยู่หมิ่นเหม่ริมโต๊ะ
*เพล้ง!*
เสียงขวดแก้วหล่นกระทบพื้นกระเบื้องแตกกระจาย น้ำใสๆ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนขากางเกงยีนส์ของธันวาและรองเท้าผ้าใบของลินินที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
ลินินอุ้ยเบาๆ ด้วยความตกใจ เธอถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ แต่เพราะพื้นห้องที่เพิ่งถูกถูด้วยน้ำยาเคลือบเงาทำให้เท้าเรียวเกิดลื่นไถลทรงตัวไม่อยู่!
"ว๊าย!"
ธันวาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเป็นช่างกลและสัญชาตญาณดิบทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงพุ่งเข้าคว้าเอวบางของหญิงสาวเอาไว้ในเสี้ยววินาที แรงกระชากทำให้ลินินเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ก่อนที่ทั้งคู่จะเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นพรมหนานุ่มมุมห้อง โดยที่ธันวารีบพลิกตัวเอาหลังลงไปกระแทกกับพื้นเพื่อรองรับแรงกระแทกแทนส่วนร่างบางที่ล้มทับลงมาแนบชิดอยู่บนตัวเขา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องกระจกทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนก้อง
ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้เมื่อรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังคร่อมอยู่บนตัวของชายหนุ่ม และหน้าอกของเธอกำลังแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งภายใต้เสื้อช็อปสีเลือดหมู ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่กำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาไหววูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ จากตัวของหญิงสาวกำลังมอมเมาประสาทสัมผัสของเขาให้รวนเร มือหนาที่ยังคงโอบกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่นโดยลืมปล่อยสัมผัสได้ถึงความนุ่มมืออย่างน่าประหลาด
"นี่... คิดจะลวนลามฉันทางอ้อมหรือไงคะ ปล่อยได้แล้ว!" ลินินรีบกะพริบตาไล่ความสับสน แล้วเอ่ยเสียงสั่นพร่าพยายามผลักอกกว้างของเขาออกห่าง แต่ดูเหมือนแรงอันน้อยนิดของเธอจะไม่ได้ทำให้พ่อหนุ่มวิศวะสะเทือนเลยแม้แต่น้อย
ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก ความซึนปากร้ายกลับมาทำงานทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นแปลกประหลาดที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ในอกซ้าย
"ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายกระโจนใส่ฉันก่อน... คุณหนู" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม จนลินินต้องรีบเม้มปากแน่นด้วยความจำนนต่อหลักฐาน
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้สวนกลับด้วยคำพูดจาเผ็ดร้อนประโยคใด จู่ๆ ประตูห้องกระจกชมรมก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ 'คิน' เพื่อนสนิทตัวแสบของธันวาที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ไอ้ธัน... กูเอาแบบแปลนหุ่นยนต์มาให้... เฮ้ย! พวกมึงทำอะไรกันวะเนี่ย!"
**************************************************
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูสู่โลกของเกียร์กับดอกไม้นะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ)*
วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก•ตอนที่ 1
วิศวะกับดอกไม้ ใครใช้ให้มาอยู่ด้วยกัน?
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุกับคุณหนูนักจัดดอกไม้: ตีให้แตกแล้วค่อยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!