"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! พระราชทานสมรสให้แก่ท่านแม่ทัพจางหย่งและ... คุณหนูหลิวชิงฮั่น เดินทางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงประกาศแหลมสูงของหลี่กงกงยังคงก้องกังวานบาดแก้วหู ราวกับอสุนีบาตที่ฟาดผ่ากลางฤดูร้อน บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองของจวนแม่ทัพพลันเงียบกริบลงในชั่วพริบตาเดียว ชนิดที่หากเข็มสักเล่มตกพื้นย่อมได้ยินเสียงชัดเจน
เซี่ยอวี้เหยาที่เพิ่งสูดหายใจเข้าเพื่อเตรียมจะตอกกลับคำพูดกวนประสาทของท่านแม่ทัพเมื่อครู่ ถึงกับชะงักค้าง รอยยิ้มเยาะหยันที่มักประดับอยู่บนเรียวปากบางระเรื่อค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นความว่างเปล่าชั่วขณะ ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองม้วนราชโองการสีทองอร่ามในมือขันทีเฒ่าสลับกับใบหน้าของบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ให้ตายส- ...พระราชทานสมรส? กับคุณหนูหลิวชิงฮั่นผู้เลอโฉม บุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้นั้นน่ะหรือ?
เซี่ยอวี้เหยาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ทว่าดวงตากลับไม่ได้ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย นางหันไปสบตากับจางหย่งที่เวลานี้สีหน้าเคร่งขรึมราتىเหล็กไหล ดวงตาคู่คมดุของท่านแม่ทัพไร้ซึ่งความยินดีปรีดาใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงประกายความหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่ฉายชัดราวกับคนเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากความฝันอันน่ารำคาญ
"ยินดีด้วยนะเพคะ ท่านแม่ทัพ..." สุภาพสตรีสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสประชดประชันอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ในที่สุดท่านก็จะได้ตบแต่งกับกุลสตรีผู้เพียบพร้อมสมฐานะ เสียสละเวลาอันมีค่ามาต่อปากต่อคำกับสตรีปากจัดอย่างข้า..."
"หุบปากเสีย เซี่ยอวี้เหยา"
จางหย่งสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาดุจพญาอินทรีหันมาจ้องเขม็งนาง ราวกับต้องการจะกินเลือดกินเนื้อ ทั้งที่ความจริงแล้ว เขากำลังพยายามระงับอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอกอย่างบ้าคลั่ง
"ทำไมเพคะ? ข้าเพียงแต่กล่าวแสดงความยินดีตามมารยาทของ ‘แขก’ ผู้หนึ่งเท่านั้น" นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเชิดหน้าสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะรู้สึกแปลบปลาทรามแปลกๆ ยามที่ได้ยินคำว่า *พระราชทานสมรส* ก็ตาม "ในเมื่อราชโองการมาถึงแล้ว เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนเวลาท่านแม่ทัพในการเตรียมตัวต้อนรับว่าที่ฮูหยินเอกแล้วกระมัง ลาละเพคะ!"
พูดจบ เซี่ยอวี้เหยาหมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินเลี่ยงออกไปทันที ทว่า...
*พรึบ!*
ข้อมือเรียวเล็กถูกมือหนารวบเอาไว้ด้วยแรงบีบที่พอเหมาะ ไม่หนักจนเจ็บแต่ก็เด็ดขาดเกินกว่าจะสะบัดหลุด จางหย่งก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายสนและจันทน์หอมจางๆ แผ่ซ่านเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนอวี้เหยาต้องผะหนหน้าหนี
"ใครอนุญาตให้เจ้าไป?" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย
"ปล่อยนะเพคะ! ท่านแม่ทัพมีสิทธิ์อะไรมาขวางทางข้า? อย่าลืมว่าท่านกำลังจะมีคู่หมั้นคู่หมายเป็นตัวเป็นตนแล้วนะเพคะ การมาแต เนื้อต้องตัวสตรีอื่นเช่นนี้ ระวังว่าที่คุณหนูหลิวจะมาเห็นเข้าแล้วเอาเลือดหัวสตรีตระกูลเซี่ยอย่างข้าออกมากองแทบเท้า!" อวี้เหยาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเจ็บแสบ พยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไร้ผล
จางหย่งไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปรายตามองหลี่กงกงที่ยืนทำตัวลีบเป็นกระดาษอยู่มุมห้อง ขันทีเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากรีบก้มหน้าก้มตาถอยหลังกรูดออกไปจากห้องโถงทันทีอย่างรู้ความ ประหนึ่งมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
เมื่อเหลือกันเพียงแค่สองคนในห้องโถงกว้าง จางหย่งจึงออกแรงดึงร่างบางเข้ามาประชิดยิ่งขึ้นจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับลาดไหล่บอบบาง เซี่ยอวี้เหยาถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นรำผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
"เจ้าหึง?" จางหย่งเอ่ยถามตรงๆ น้ำเสียงซ่อนความเย้าแหย่ไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา
"หึง? ท่านเอาความมั่นใจมาจากไหนเพคะว่าข้าจะไปหึงบุรุษใจร้ายปากร้ายเช่นท่าน? ข้าแค่... แค่รู้สึกสมเพชต่างหากล่ะที่จะมีภรรยาโชคร้ายต้องมาทนอยู่กับท่าน!" อวี้เหยาเชิดหน้าเถียงกลับเสียงแข็ง แม้พวงแก้มเนียนใสจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
"ปากแข็ง..." จางหย่งแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อนด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวระคนคลั่งรัก "ต่อให้ฮ่องเต้จะประทานสมรสกี่ร้อยฉบับ แต่ถ้าไม่ใช่คนที่ข้าเลือก... เจ้าคิดว่าข้าจะชายตาแลหรือ?"
เซี่ยอวี้เหยาชะงัก ลมหายใจติดขัด คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ ทำเอาสมองที่เคยฉลาดเป็นกรดของนางพลانตื้อตันไปหมด
"ท่าน... หมายความว่าอย่างไร..."
"หมายความว่า ราชโองการบ้าๆ นี่ ข้าจะทูลปฏิเสธเสีย" จางหย่งก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "ส่วนเจ้า... เตรียมตัวรับมือกับงานมงคลของข้ากับ *เจ้า* ได้เลย เซี่ยอวี้เหยา"
ยังไม่ทันที่นางจะได้เปล่งเสียงอุทานออกมาจากความตกใจ ประตูห้องโถงด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ประจำตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! คุณหนูหลิว... คุณหนูหลิวชิงฮั่นบุกมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! นางบอกว่าต้องการมาพบท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้!"
จางหย่งขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลา เขาตวัดสายตากลับมามองหญิงสาวในอ้อมแขนที่เวลאןี้เริ่มระบายยิ้มร้ายกาจออกมาได้แล้ว
"อ้าว... ว่าที่ฮูหยินเอกมาเยือนถึงที่แล้วนี่เพคะ ท่านแม่ทัพ..." เซี่ยอวี้เหยาเอ่ยเสียงหวานหยด ยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาอย่างท้าทาย "รีบไปต้อนรับนางสเพคะ ปล่อยข้าได้แล้ว"
แต่จางหย่งกลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ดวงตาดุจพญาอินทรีหรี่แคบลงอย่างอันตราย รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นผุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
"อยากดูนักว่าคนอย่างหลิวชิงฮั่น จะกล้าแย่งสามีไปจากอกของเซี่ยอวี้เหยาหรือไม่..."
พูดจบ จางหย่งไม่ปล่อยให้นางได้ตั้งตัว เขากลับรวบเอวบางแล้วก้าวเดินตรงไปยังประตูหน้าจวนพร้อมกับนางทันที โดยไม่สนองรับคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของบ่าวไพร่และคุณหนูหลิวชิงฮั่นที่ยืนรออยู่หน้าเรือน... ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้น กลับลากคู่ปรับตัวฉกาจของเขาออกมาในสภาพที่แนบชิดสนิทสนมราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน!
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไปกับความแสบสันนี้ด้วยกันนะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 17
ความหึงหวงของแม่ทัพ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!