"หากคุณหนูเซี่ยยังคงใช้ฝีปากอันคมกริบนี้มาตัดรอนไมตรีของผู้อื่น เกรงว่าในจวนแม่ทัพแห่งนี้... ท่านอาจจะไม่มีที่ยืนแม้แต่จะหายใจนะคะ"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยเข็มพิษของ 'คุณหนูหลิว' บุตรีรองแม่ทัพฝ่ายเหนือดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงในงานฉลองชัยชนะ ร่างระหงในอาภรณ์สีพีชปักลายหงส์เหินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าโต๊ะจัดเลี้ยงของเซี่ยอวี้เหยา รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากนั้นช่างเคลือบยาพิษเสียจนคนมองอยากจะควักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดความปลอมเปลือกออกให้รู้แล้วรู้รอด
เซี่ยอวี้เหยาไม่แม้แต่จะชายตามองจอกสุราในมือของอีกฝ่าย นางเพียงแค่วางตะเกียบลงบนโต๊ะไม้หอมอย่างเชื่องช้า ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ชวนให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ
"ที่ยืนในจวนแม่ทัพน่ะหรือคะคุณหนูหลิว? แหม... น่าแปลกใจเสียจริง ข้าจำได้ว่านี่คือจวนของท่านแม่ทัพจาง หาใช่ค่ายทหารกองหนุนชายแดนไม่ เหตุไฉนท่านถึงทำตัวราวกับเป็นเจ้าของเรือนหลังนี้เสียเองเล่า หรือว่า... กฎระเบียบของตระกูลหลิวอบรมสั่งสอนให้สตรีเข้าไปก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของบุรุษตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งเข้าประตูเช่นนี้กันคะ?"
เพล้ง!
เสียงซัดถ้วยชาในมือของจางหย่งที่นั่งอยู่ประธานฝั่งตรงข้ามดังขึ้นขัดจังหวะ บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารที่เคยครื้นเครงพลันเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งพันปี ท่านแม่ทัพหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันมามองสตรีทั้งสองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"หลิวชิงฮั่น ใครอนุญาตให้เจ้าเดินมาทางนี้?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย ไร้ความอ่อนโยนใด ๆ ต่อสตรีผู้เพียบพร้อมที่บิดาของนางอุตส่าห์ส่งมาเอาใจเขา
หลิวชิงฮั่นหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง นางกัดริมฝีปากล่างอย่างเจ็บใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาน่าสงสารราวกับดอกบัวขาวกลางสายฝน พร้อมกับย่อกายลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย
"ท่านพี่จาง... หม่อมฉัน... ข้าเพียงแค่เห็นว่าคุณหนูเซี่ยดูเหมือนจะไม่คุ้นเคยกับพิธีรีตองในเมืองหลวง เกรงว่านางจะเผลอแสดงกิริยาไม่สมควรให้ผู้คนนินทาเอาได้ ด้วยความหวังดี ข้าจึง..."
"ความหวังดีของคุณหนูหลิวช่างล้ำลึกเสียจนข้าซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลค่ะ" เซี่ยอวี้เหยาตัดบททันควัน รอยยิ้มพรายบนใบหน้างามปรากฏแววเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง นางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย "แต่เรื่องกิริยาและพิธีรีตองนั้น ไม่ทราบว่าท่านเอามาตรฐานอันใดมาวัดหรือคะ? หรือวัดจากความพยายามที่จะเดินเข้าไปนั่งข้างกายท่านแม่ทัพเมื่อครู่ก่อนที่ข้าจะเอ่ยทักทายกันแน่?"
คำพูดจี้จุดดำมืดทำให้หลิวชิงฮั่นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอาย ฝ่ามือที่ประสานกันอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
"เจ้า... เซี่ยอวี้เหยา เจ้ามันก็แค่สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าตระกูลตกอับ มีสิทธิ์อันใดมาพูดจาดูถูกข้า!"
"ไร้หัวนอนปลายเท้า?" อวี้เหยาทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าฟัง รอยยิ้มบนมุมปากยิ่งกว้างขึ้น ทว่าแววตากลับเยียบเย็นลงถนัดตา "ต่อให้ตระกูลเซี่ยของข้าจะเหลือเพียงชื่อ แต่วิญญาณและศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษก็ไม่เคยเอาไปแลกกับเศษสวะความเมตตาจากใครหน้าไหน... และที่สำคัญที่สุดนะคะคุณหนูหลิว ข้าว่าก่อนจะมาเที่ยวชี้หน้าสั่งสอนใคร ช่วยหันไปส่องกระจกดูเสียก่อนว่า 'ที่ยืน' ของท่านในใจของท่านแม่ทัพนั้น... มันมีอยู่จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงท่านที่หน้าด้านวิ่งเข้ามาหาเองกันแน่!"
"บังAจ! เจ้ากล้าดีอย่างไร..."
"พอได้แล้ว!"
เสียงคำรามต่ำจากจางหย่งดังขึ้นตัดบทความวุ่นวายที่กำลังจะปะทุ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากสนามรบแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนเหล่าขุนนางและแขกเหรื่อในงานต่างพากันเงียบกริบ กลั้นหายใจโดยมิได้นัดหมาย
จางหย่งก้าวช้า ๆ ลงมาจากแท่นประธาน สายตาคมกริบกวาดมองหลิวชิงฮั่นด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนที่ร่างสูงจะหยุดยืนค้ำหัวเซี่ยอวี้เหยาที่ยังคงนั่งไขว่ห้างลอยหน้าลอยตาไม่เกรงกลัวอำนาจใด ๆ
สตรีผู้นี้... ช่างกล้าหาญและปากกล้าเสียจนเขาอยากจะจับมาลงทัณฑ์ด้วยริมฝีปากของตนเองเสียให้เข็ด!
"หลิวชิงฮั่น กลับที่นั่งของเจ้าไปซะ หากยังมีครั้งหน้าอีก ข้าจะสั่งให้คนโยนเจ้าออกจากจวนด้วยตัวเอง" จางหย่งเอ่ยเสียงเฉียบขาด หลิวชิงฮั่นสะดุ้งสุดตัว น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่นางไม่กล้าขัดคำสั่งแม่ทัพหนุ่ม จึงจำต้องสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกลับโต๊ะด้วยความแค้นเคือง
เมื่อปัญหาเฉพาะหน้าถูกกวาดล้าง จางหย่งจึงเบนสายตากลับมายังเจ้าปัญหาตัวจริงที่เงยหน้าขึ้นสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความสะใจ
"ส่วนเจ้า..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา มีเพียงเขากับนางที่ได้ยินเมื่อร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของอวี้เหยาจนนางเผลอชะงัก "ปากคอเราะร้ายนักนะเซี่ยอวี้เหยา... ดูท่าว่าคืนนี้ ข้าคงต้องหาเวลามา 'อบรม' มารยาทให้เจ้าใหม่อย่างจริงจังเสียแล้วกระมัง"
อวี้เหยาใจกระตุกวูบ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู แต่นางยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบไม่ยอมแพ้ "เกรงว่าท่านแม่ทัพจะไม่มีปัญญาพอที่จะจัดการกับฝีปากของข้าหรอกนะคะ..."
ทว่า ในวินาทีที่จางหย่งกำลังจะเอמהคำตอบโต้กลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก เสียงประกาศก้องจากพ่อบ้านหน้าประตูใหญ่ก็ดังขึ้นแทรกกลางอากาศ ระเบิดความตกตะลึงให้หยุดชะงักทุกสรรพเสียงในงาน
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ...พระราชทานสมรสให้แก่ท่านแม่ทัพจางหย่งและ... คุณหนูหลิวชิงฮั่น เดินทางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้เสมอนะคะ
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 16
งานเลี้ยงที่ไร้สันติสุข
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!