ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 25

เป้าหมายใหม่

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
ปลายดาบคมกริบสะท้อนแสงจันทร์วาวโรจน์ กลิ่นอายความตายที่ลอยละล่องมาพร้อมสายลมยามวิกาลไม่ได้ทำให้เซี่ยอวี้เหยาหวาดกลัวเท่ากับเงาร่างมหึมาที่ทอดทับลงมาบนแผ่นหลังของนางในเวลานี้ จางหย่งดึงร่างนางเข้ามาชิดแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณการต่อสู้ แรงปะทะจากการตวัดดาบปัดลูกธนูอาบยาพิษที่พุ่งแหวกความมืดมาเมื่อครู่ทำให้กล้ามเนื้อใต้ชุดคลุมทหารของเขาสั่นเกร็งเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนของแม่ทัพหนุ่มเป่ารดอยู่ข้างขมับ ขณะที่ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังมุมมืดของระเบียงทางเดินอย่างไร้ความปรานี "อยู่หลังข้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยสั่งด้วยโทนเสียงที่ไม่อนุญาตให้มีข้อโต้แย้ง แต่มันกลับสั่นระริกด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างเต็มที่ อวี้เหยาเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลด้วยความเร็วสูง ลูกธนูดอกนั้นไม่ได้พุ่งมาจากมือมือสังหารธรรมดา แต่มันถูกยิงมาจากทิศทางของห้องทรงอักษรฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่มีเพียงคนไม่กี่คนในราชสำนักเท่านั้นที่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปในยามวิกาลเช่นนี้ "ท่านแม่ทัพ..." นางกระซิบเสียงเบา ลมหายใจอุ่นปะทะกับสาบเสื้อของเขา "ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่ที่เราตามหากำลังจะดิ้นหลุดมือ เพราะมีคนกลัวว่าความลับเรื่องบัญชีลับกรมทหารจะถูกเปิดโปงเข้าจริงๆ เสียแล้วล่ะค่ะ" จางหย่งไม่ตอบคำถาม แต่นัยน์ตาคมดุกลับหรี่แคบลงอย่างอันตราย เขากระชับดาบในมือมั่น ก่อนจะใช้อีกมือหนึ่งคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาวไว้แน่นจนแทบฝังรอยนิ้วมือลงไป ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างทำให้ทั้งคู่รับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามของกันและกัน แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย แต่เคมีร้อนแรงที่คุกกรุ่นอยู่ระหว่างคนทั้งคู่กลับแผ่ซ่านแข่งกับความหนาวเหน็บยามค่ำคืน "ถ้าเจ้ายังพูดมากอีกคำเดียว ข้าจะจับเจ้ามัดโยนไว้บนหลังม้าแล้วส่งกลับจวนโดยไม่ฟังเสียงบ่นของเจ้าอีกเลย เซี่ยอวี้เหยา" เขาขู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยบูด bide สนิทเมื่อยามที่ต้องมารับมือกับสตรีฝีปากกล้าผู้นี้ "ท่านกล้าหรือ?" อวี้เหยาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันของเขาไม่เคยทำให้เธอย่อท้อได้เลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งกระตุ้นความท้าทายในตัวนางให้ลุกโชน "ถ้าท่านส่งฉันกลับตอนนี้ ใครจะช่วยท่านแกะรอยตัวการใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านกันล่ะคะ? ท่านแม่ทัพผู้ปราดเปรื่อง หรือว่า... ท่านกลัวว่าจะต้องอยู่ใกล้ฉันนานเกินไปจนห้ามใจไม่ไหวกันแน่?" คำพูดเย้าแหย่ที่เจือด้วยความท้าทายทำเอาสันจมูกโด่งเป็นสันของจางหย่งกระตุกวูบ แม่ทัพหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในแผ่นดินรู้สึกราวกับเลือดในกายกำลังสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ สตรีผู้นี้ช่าง... ร้ายกาจสิ้นดี! นางรู้ดีว่าจุดไหนคือจุดตายของเขา และนางก็จิ้มลงมาตรงนั้นซ้ำๆ อย่างแม่นยำ แต่ก่อนที่จางหย่งจะได้ทันตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนใดๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบจนขับไล่ความมืดมิดให้ถอยร่นไป "มีมือสังหาร! คุ้มกันฝ่าบาทเร็วเข้า!" เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของทหารยักษ์หน้าพระลานดังทะลุเข้ามา ทำให้จางหย่งและอวี้เหยาต้องดึงสติกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันทันที แม่ทัพหนุ่มผลักร่างบางให้อยู่ในมุมอับสายตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกองกำลังที่วิ่งกรูเข้ามา หลี่กงกง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก้าวเท้าเร็วจี๋นำหน้าเหล่าองครักษ์หลวงมาด้วยสีหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความชรา เมื่อเห็นท่านแม่ทัพจางยืนถือดาบอาบเลือดอยู่ท่ามกลางความมืดโดยมีคุณเซี่ยอวี้เหยาหลบอยู่เบื้องหลัง สายตาของขันทีเฒ่าก็ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "ท่านแม่ทัพ! เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ? หรือว่า... หรือว่าคนพวกนั้น..." หลี่กงกงละล่ำละลักถาม "คนพวกนั้นต้องการปิดปากพยาน" จางหย่งตอบเสียงเรียบ สีหน้ากลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกราวน้ำแข็งพันปีอีกครั้งราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น "แต่ดูเหมือนว่าเหยื่อของเราจะฉลาดกว่าที่พวกมันคิด" อวี้เหยาเดินก้าวออกมาจากเงาเสา รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย นางกวาดสายตามองสำรวจกลุ่มทหารที่วิ่งเข้ามาคุ้มกันอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่นายทหารชั้นผู้ใหญ่ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่แถวหลังสุด นายทหารผู้นั้นมีเหงื่อเม็ดโป่งผุดขึ้นเต็มขมับ แม้จะพยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยเพียงใด แต่ปลายนิ้วที่กำด้ามดาบสั่นระริกจนสังเกตเห็นได้ชัด "กงกงเจ้าคะ" อวี้เหยาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงหวานใสแต่กังวานก้องไปทั่วบริเวณ "ดูเหมือนว่าเราไม่ต้องเสียเวลาตามหาตัวบงการใหญ่ในราชสำนักให้เหนื่อยยากอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ" หลี่กงกงกะพริบตาปริบๆ "หมายความว่าอย่างไรกัน คุณเซี่ย?" อวี้เหยายกยิ้มมุมปาก นางก้าวเข้าไปใกล้กลุ่มทหารทีละน้อย สายตาคมกปลาจ้องตรงไปยังนายทหารผู้มีพิรุธผู้นั้นราวกับเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อในกรง "เพราะว่า... เจ้าของรอยธนูอาบยาพิษดอกนี้ กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเราแล้วอย่างไรเล่าคะ" สิ้นคำพูดของหญิงสาว บรรยากาศรอบบริเวณก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ จางหย่งหรี่ตามองเป้าหมายทันที ดาบในมือถูกยกขึ้นพร้อมกระโจนเข้าใส่ แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะทันได้เคลื่อนไหว นายทหารผู้นั้นกลับกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วยกกระบอกเหล็กขนาดเล็กขึ้นจ่อเข้าหาอกตนเองอย่างรวดเร็ว! "คิดว่าจะจับข้าเรอะ? ฝันไปเถอะ!" *ปัง!* เสียงระเบิดควันดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับควันสีดำทึบที่พวยพุ่งขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตนเอง อวี้เหยาอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงาน มือหนาของจางหย่งก็คว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวอีกครั้งอย่างแรง แรงดึงกระชากทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มลงไปพัวพันกันบนพื้นหินเย็นเฉียบ ควันสีดำค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างของนายทหารผู้ต้องสงสัยที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เลือดสีดำไหลทะลักออกจากมุมปากของเขา... มันชิงปลิดชีพตัวเองด้วยยาพิษร้ายแรงก่อนที่จะถูกสอบปากคำ! อวี้เหยาหอบหายใจถี่ระรัว ใบหน้าของนางแนบชิดอยู่กับแผ่นอกกว้างของจางหย่งจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วของเขาอย่างชัดเจน นางเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าคนด้านบนที่ดึงนางล้มลงมาเสียท่า แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อดวงตาคู่คมของแม่ทัพหนุ่มที่ก้มมองลงมานั้น... เต็มไปด้วยประกายความเร่าร้อนที่อันตรายยิ่งกว่าสนามรบ จางหย่งค้ำร่างตัวเองไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ขณะที่สายตาคู่ดุดันกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอหอบหายใจอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนลมหายใจรดกันทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน "เจ้า... ปลอดภัยดีนะ?" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนแทบกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของนาง อวี้เหยาใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดกลับขาวโพลนไปชั่วขณะ นางเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ตกมัน แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะล1ะลายเข้าหากันจนกู่ไม่กลับ เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยิน "ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ประตูวังหลวงชั้นใน... ถูกกองกำลังปริศนาปิดล้อมไว้หมดแล้ว!" จางหย่งชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที เขาก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานก็ดังมาจากยอดกำแพงวังสูงชัน พร้อมกับธงสัญลักษณ์ที่ไม่ควรปรากฏขึ้นในเมืองหลวง... ถูกชูขึ้นโบกสะบัดท่ามกลางแสงจันทร์! -------------------------------------------------------------- *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความแสบสันของคู่นี้เสมอนะคะ*
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%