ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 26

กับดักล่อเสือ

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
ปลายมีดสั้นเล่มคมกริบจ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงเพียงคืบเดียว กลิ่นคาวเลือดเจือจางในอากาศผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยือกของราตรีกาล เซี่ยอวี้เหยาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววท้าทายระคนขบขัน ขณะมองเงาร่างทะมึนของมือสังหารที่ล้อมกรอบนางไว้ในตรอกมืดข้างกำแพงวังหลวง ธงสัญลักษณ์ปริศนาที่ถูกชูขึ้นบนยอดกำแพงเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ และนั่นคือ "เหยื่อล่อ" ชั้นดีที่ทำให้นางยอมสลัดความปลอดภัยในตำหนักรับรอง แล้วก้าวเข้ามาสู่กรงเล็บของพยัคฆ์ร้ายด้วยความสมัครใจ "ถ้าเจ้าปาดคอข้าตอนนี้ เบาะแสเกี่ยวกับคลังอาวุธลับของกบฏจะสลายหายไปกับสายลมนะเพคะ หรือว่า... พวกเจ้ากลัวความจริงจนตัวสั่นกันแน่?" เสียงใสเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบก็ตาม นางกำลังเล่นกับไฟ และไฟดวงนี้ก็ร้อนแรงเสียจนเกือบจะแผดเผานางเป็นจุล แต่เซี่ยอวี้เหยาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง คนพวกนี้ต้องการตัวประกันที่มีค่าต่อรอง ไม่ใช่ศพไร้ค่า "ปากเก่งนักนะนังตัวดี อยากตายนักใช่ไหม!" หัวหน้ามือสังหารคำรามต่ำในลำคอ เงื้อมือเตรียมตวัดดาบลงมาปลิดชีพ *เคร้ง!* ประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เมื่อคมดาบเล่มหนักพุ่งแหวกอากาศเข้ามาปะทะกับดาบของมือสังหารจนกระเด็นหลุดจากมือ แรงปะทะอันรุนแรงทำเอาผู้ลงมือเซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างสูงสง่าในชุดเกราะประดับลวดลายพยัคฆ์ปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพสงครามที่ก้าวออกมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบคู่นั้นเย็นชาและดุดันราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แต่กลับแฝงไปด้วยประกายไฟโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า จางหย่ง... ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาที่นางแอบปรามาสไว้ในใจว่าคงนั่งจิบชาอยู่ท่ามกลางกองเอกสาร บัดนี้เขากลับมายืนอยู่ตรงนี้ ในระยะประชิดที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ "บังAอาจนัก กล้าดียังไงมารังแกคนของเปิ่นเจียงจวิน (ข้าผู้เป็นแม่ทัพ)" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น กลิ่นอายกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนมือสังหารพวกนั้นหน้าซีดเผือด เซี่ยอวี้เหยาแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้จะโล่งอกที่รอดตัวมาได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิดเมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตาดุจเหยี่ยวคู่นั้น ท่านแม่ทัพปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปจัดการกับพวกมือสังหารด้วยกระบวนท่าที่รวดเร็วและเด็ดขาด เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของศัตรูก็นอนราบกับพื้นโดยไร้เสียงร้อง ความเงียบเข้าปกคลุมตรอกแคบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของหญิงสาวที่ยืนพิงกำแพง จางหย่งก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในระยะประชิด ไอความร้อนจากร่างกายของชายชาติทหารปะทะเข้ากับผิวแก้มของนางจนร้อนผ่าว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้รู้สึกเจ็บแปลบแต่น้อยนิดนักเมื่อเทียบกับความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในแววตาของเขา "เจ้าโง่... หรือว่ารนหาที่ตายกันแน่, เซี่ยอวี้เหยา!" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "รู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป? ถ้าข้ามาไม่ทัน เจ้าคิดว่าตัวเองจะมีสภาพเป็นอย่างไร!" เซี่ยอวี้เหยาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่นางไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้เด็ดขาด "ถ้าหม่อมฉันไม่ทำตัวเป็นเหยื่อล่อ ท่านแม่ทัพผู้สูงส่งจะยอมเคลื่อนไหวออกจากจวนเพื่อมาสืบสวนเรื่องธงกบฏในวังหลวงหรือเพคะ?" นางสวนกลับทันควัน ฝีปากกล้าไม่เคยเป็นรองใครแม้ในยามที่ถูกพันธนาการ "มัวแต่รอคำสั่งและระเบียบวินัยคร่ำครึของท่าน ป่านนี้พวกมันคงเผาเมืองหลวงวายวายไปครึ่งค่อนแล้ว!" "เจ้า!" จางหย่งขบกรามแน่นจนสันนูน ความโกรธพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาไม่เคยเจอสตรีใดที่ดื้อรั้นและปั่นหัวเขาให้เสียการควบคุมได้มากเท่านาวนี้มาก่อน ยิ่งนางทำท่าทางไม่สะทกสะท้าน เขากยิ่งอยากจะปราบพยศริมฝีปากคู่นั้นให้หายพยศนัก "ปล่อยนะเพคะ..." นางเริ่มดิ้นรนเมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างเขากับนางมันใกล้ชิดเกินไป มากเสียจนกลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นอายสงครามจางๆ กำลังมอมเมาสติสัมปชัญญะของนางให้กระเจิดกระเจิง จางหย่งไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างอวบอิ่ม ดวงหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือริมฝีปากที่ยังคงขยับเถียงไม่หยุด "ข้าควรจะลงโทษเจ้าอย่างไรดี... ที่กล้าเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นกับความตายแบบนี้" เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมจดจ้องเรียวปากอิ่มสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโมโห ทั้งห่วงใย และ... ปรารถนาอย่างบ้าคลั่ง เซี่ยอวี้เหยาชะงักค้าง สมองที่เคยแล่นฉิวราวกับติดปีกกลับว่างเปล่าชั่วขณะ เคมีร้อนแรงที่แผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่ทำเอาความกล้าหาญเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นางเบี่ยงหน้าหลบสายตาร้อนผ่าว แต่มือใหญ่ข้างหนึ่งกลับเชยคางนางให้กลับมาสบตาเขาตรงๆ "ท่าน... ท่านแม่ทัพ โปรดสำรวมด้วย..." นางเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเป็นครั้งแรกในชีวิต "สำรวมหรือ?" จางหย่งแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาซึนเดระที่ซ่อนความคลั่งรักไว้มิดชิดบัดนี้เริ่มร้าวฉานเผยความจริงบางอย่างออกมา "ตอนที่เจ้าก้าวเข้ามาในยามวิกาลเพื่อหาเรื่องใส่ตัว เคยคิดบ้างไหมว่าหัวใจของคนอื่นเขาจะวุ่นวายแค่ไหน..." เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ อย่างเผลอไผล บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน แต่หัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังโหมกระหน่ำ ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มกำลังโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงเสี้ยวลมหายใจ... *พรึบ!* เสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสิบพร้อมแสงคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องเข้ามาในตรอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของหลี่กงกงที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ท่านแม่ทัพ! คุณเซี่ย! เกิดเรื่องใหญ่ที่ตำหนักในแล้ว พระสนมเอกถูก..." จางหย่งชะงักกึกทันที เซี่ยอวี้เหยาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างแรง ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจ นางรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วหันไปมองทางต้นเสียงทันที โดยทิ้งให้ท่านแม่ทัพหนุ่มยืนกำหมัดแน่นด้วยความขัดเคืองใจที่ถูกขัดจังหวะสำคัญอย่างไม่น่าให้อภัย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับเสี่ยวเถาฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%