"หากท่านยังมัวแต่ยืนตีหน้ายักษ์ทำตัวเป็นรูปปั้นหิน ศีรษะบนบ่าของพวกเราคงได้หลุดออกจากร่างก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินเป็นแน่ค่ะ ท่านแม่ทัพ!"
เสียงกระซิบลอดไรฟันของเซี่ยอวี้เหยาไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสถานการณ์เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย แม้ว่ารอบกายในยามนี้จะรายล้อมไปด้วยกลุ่มมือสังหารชุดดำนับสิบชีวิตที่ถือกระบี่อาบยาพิษประกายสีเขียวเรืองรอง บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ แต่สตรีเจ้าของเรือนร่างระหงกลับกำลังใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของชายหนุ่มผู้ยืนนิ่งสนิทราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด
จางหย่งแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองสตรีปากกล้าที่กล้าดีมาออกคำสั่งเขาในยามเป็นตายเท่ากัน "ถ้าเจ้าหุบปากแล้วใช้สมองคิดวิธีหนีให้เร็วกว่าการยืนต่อปากต่อคำกับข้า พวกเราคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์หลังชนฝาเช่นนี้หรอก"
"อ๋อ นี่คือคำชมจากบุรุษผู้เกรียงไกรสินะคะ? น่าซาบซึ้งใจเสียจริง" นางสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์แม้ในยามวิกฤต มือเรียวบางเอื้อมไปฉวยชายแขนเสื้อของเขาไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ "แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่า ข้าไม่อยากตายเคียงข้างท่านในสภาพหน้าตาอัปลักษณ์เพราะพิษงูพวกนั้น ดังนั้น... ทางใครทางมันคงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ท่านแม่ทัพ"
ฉับพลัน! คมกระบี่เล่มแรกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง เป้าหมายคือจุดตายบริเวณลำคอของเซี่ยอวี้เหยา
ทว่า ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของนางจะได้ขยับหลบ ร่างสูงใหญ่ของจางหย่งก็เคลื่อนไหวราสายฟ้า มือหนาคว้าจับด้ามกระบี่ประจำกายแล้วชักออกด้วยเสียงกรีดร้องของโลหะที่บาดห้วงอากาศ *เคร้ง!* ประกายไฟสาดกระเซ็นยามที่คมดาบปะทะกันอย่างรุนแรง แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างของเซี่ยอวี้เหยาเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กโชยเข้าจมูกจนนางต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
"เกาะข้าให้แน่น..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ "ถ้าเจ้าไม่อยากกลายเป็นศพเฝ้าป่า"
เซี่ยอวี้เหยาเม้มริมฝีปากแน่น แม้ในใจจะแอบต่อว่าความเผด็จการของเขา แต่นางก็รู้ดีว่าในยามนี้มีเพียงแผ่นหลังกว้างและวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศของแม่ทัพหนุ่มเท่านั้นที่จะพาพวกEhทะลวงวงล้อมนี้ไปได้ มือบางจึงเปลี่ยนจากการกำชายเสื้อเป็นการโอบกอดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นแนบเนื้อ
จางหย่งสะท้านเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและไออุ่นจากเรือนร่างของสตรีที่แนบชิด ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงหัวใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับขึ้นสีแดงเรื่ออย่างรวดเร็ว แต่สถานการณ์ตรงหน้าไม่เปิดให้เขาได้เสพความหอมหวานนี้เลยแม้แต่น้อย
"เตรียมตัว!"
สิ้นเสียงคำรามก้อง จางหย่งก็หมุนร่างควงกระบี่วาดเป็นวงโค้งสีเงินยวง พลังลมปราณภายในที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างดุเดือดซัดร่างของมือสังหารสามคนแรกกระเด็นกระดอนออกไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนกระดูกหักป่นปี้ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็ว รุนแรง และเด็ดขาด ราวกับพายุที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทาง
แต่จำนวนคนย่อมได้เปรียบ มือสังหารระลอกใหม่พรูเข้ามาประชิดตัวราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือด ทิศทางโจมตีประสานกันอย่างแนบเนียน ไม่มีช่องโหว่
"ระวังด้านซ้ายค่ะ!" เซี่ยอวี้เหยาตะโกนเตือนพร้อมกับใช้พัดเหล็กซ่อนลับในมือซัดเข็มอาบยาพิษสวนกลับไปอย่างแม่นยำ ปลายเข็มพุ่งเข้าฝังต้นคอของมือสังหารที่กำลังจะลอบทำร้ายจากมุมอับจนมันล้มฟุบลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้นทันที
"เจ้าทำได้ไม่เลวนี่" จางหย่งเอ่ยชมสั้นๆ ระหว่างที่กำลังใช้อีกมือเหวี่ยงกระบี่รับการโจมตีจากด้านหน้า "แต่คราวหลัง... เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วหุบปากเสียบ้าง เจ้าจะน่ารักขึ้นเป็นกอง"
"ปากเสียเช่นนี้ ระวังจะไม่ได้กลับไปจิบชาที่จวนนะคะ!" นางกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ แม้ปากจะเถียงแต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวประสานสอดคล้องกับเขาอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกจังหวะที่เขาถอยคือนางที่ก้าวรับ ทุกจังหวะที่นางเปิดช่องว่างคือเขาที่เข้ามาปกป้อง เคมีอันร้อนแรงและดุดันหลอมรวมกันท่ามกลางห้วงวิกฤต หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไม่รู้ตัว
เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์หรูหรา เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงดนตรีแห่งความตาย ทั้งสองต้องฝ่าฟันอุปสรรคและคมกระบี่นับร้อยเล่มด้วยใจที่ประสานกันอย่างแนบแน่น โดยไม่มีใครปริปากบ่นถึงความเหน็ดเหนื่อย
ในที่สุด หลังจากการห้ำหั่นอย่างดุเดือดนานนับเค่อ มือสังหารคนสุดท้ายก็ทรุดฮวบลงแทบเท้าของจางหย่ง ลมหายใจของแม่ทัพหนุ่มหอบสะท้านเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย อาภรณ์สีเข้มชุ่มโชกไปด้วยคาวเลือดที่ไม่ใช่เลือดของตนเอง
เซี่ยอวี้เหยาผละออกจากอ้อมอกแกร่งอย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าจะยังคงเปื้อนคราบฝุ่นและเหงื่อไคล แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ นางจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ด้วยท่าทีเชิดๆ ตามประสาคนไม่ยอมคน
"เห็นไหมคะ? ถ้าไม่มีวาทศิลป์และการสนับสนุนจากข้า ท่านก็คงต้องเหนื่อยกว่านี้เป็นเท่าตัว" นางเชิดหน้าขึ้น เอ่ยเย้าแหย่แม้ว่าลมหายใจจะยังหอบสะท้านไม่แพ้กัน
จางหย่งหันมามองสตรีตรงหน้า แววตาที่มองนางเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความรำคาญใจอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นประกายความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนเซี่ยอวี้เหยาต้องผงะถอยหลังไปชนกับต้นไม้ใหญ่โดยมีลำแขนแกร่งของเขายันกั้นไว้ทั้งสองข้าง ปิดกั้นทุกทางหนี
"ท่าน... จะทำอะไรอีกคะ? ศึกเพิ่งจะสงบนะ..." เสียงของนางสะดุดเล็กน้อยยามที่ดวงตาสบเข้ากับนัยน์ตาคมกรามที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนพวงแก้ม
จางหย่งไม่ตอบ เขาเพียงแต่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มเพียงคืบเดียว สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่กลีบปากชุ่มฉ่ำที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขามาตลอดทางอย่างลืมตัว
"ข้าแค่กำลังคิดว่า..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบพร่าเลือน แนบชิดจนหัวใจของเซี่ยอวี้เหยาแทบจะกระโดดออกมานอกอก "บางที... วิธีทำให้เจ้าเงียบปากได้ดีที่สุด อาจจะไม่ใช่การเถียงกลับ..."
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันตามแรงดึงดูดอันมหาศาล...
*ปรบมือ... ปรบมือ...*
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างจงใจจากความมืดมิดเบื้องหลังพุ่มไม้ทึบ พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดคลุมแพรไหมปักลายมังกรห้าเล็บที่ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ใบหน้าคมคายนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาบรรยากาศอันเร่าร้อนเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
"ช่างเป็นภาพที่งดงามและเร้าใจยิ่งนัก... ไม่เสียแรงที่เจิ้นลงทุนจัดฉากต้อนรับพวกเจ้าอย่างยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้"
เซี่ยอวี้เหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่จางหย่งผละออกจากนางอย่างหัวเสีย นัยน์ตาคมกรามฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักว่าพวกตนถูกตบตาเข้าให้แล้ว!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าคมกระบี่และเคมีร้อนแรงนี้ไปพร้อมกับเสี่ยวเถาฮวานะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 27
ฝ่าวงล้อมสังหาร
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!