ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 24

ความลับของตระกูลจาง

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงที่ย่ำผ่านผืนหิมะยามราตรีไม่ได้ดังเท่าเสียงก้องกังวานในอกของเซี่ยอวี้เหยา นางไม่ได้ยืนเคว้งคว้างอย่างที่ใครคิด เพราะสตรีเช่นนางไม่เคยปล่อยให้ความอ่อนแอครอบงำนานเกินสามลมหายใจ ทว่าไออุ่นจางๆ จากอ้อมกอดที่เพิ่งสลายไปเมื่อครู่กลับทิ้งร่องรอยความเวิ้งว้างไว้ในความรู้สึกอย่างน่าประหลาด "ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร คิดจะหนีความจริงด้วยการออกไปตากพายุหรืออย่างไรกันเพคะ" นางพึมพำกับความว่างเปล่า มุมปากหยักยิ้มเยาะเย้ยตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นและลางสังหรณ์บางอย่างจะสั่งให้สองขาเรียวก้าวตามออกไปทันที ราตรีนี้พายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรงราวกับฟ้าดินกำลังลงทัณฑ์ ความหนาวเหน็บกัดกินเนื้อเยื่อจนชาดิ่ง ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเซี่ยอวี้เหยาติดขัด จางหย่งไม่ได้มุ่งหน้าไปตรวจค่ายทหารอย่างที่ควรจะเป็น แผ่นหลังกว้างในชุดเกราะสีดำสนิทหยุดนิ่งอยู่หน้าเพิงพักร้างท้ายค่าย—สถานที่ที่ถูกสั่งห้ามเข้าเด็ดขาดตามกฎเหล็กของกองทัพ ดาบในมือของเขาปักลงกับพื้นหิมะเพื่อพยุงร่างที่สั่นเทาเล็กน้อย ชายหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นกำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ราวกับกำลังต่อสู้กับปีศาจที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในจิตวิญญาณ "นั่น... คือความลับที่ท่านซ่อนไว้สินะคะ" อวี้เหยาซ่อนตัวอยู่หลังเงาหินผา สายตาสอดส่องความเจ็บปวดที่ถูกกัก ขังไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชามาเนิ่นนาน ภาพในอดีตที่นางเคยได้ยินมาเกี่ยวกับการกวาดล้างตระกูลจางเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว ราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกต่อจนครบถ้วน แท้จริงแล้วคืนนั้นไม่ได้มีเพียงการทรยศหักหลัง แต่มีความจริงอันน่าสยดสยองที่ถูกกลบฝังด้วยเลือดและหยาดน้ำตา และคนที่ต้องแบกรับตราบาปนั้นไว้... คือบุตรชายคนรองผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว จางหย่งเงยหน้าขึ้น คำรามต่ำในลำคออย่างเจ็บปวด เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ทั้งต่อโชคชะตาและต่อตัวเขาเอง "ข้าเป็นคนฆ่า... ข้าเป็นคนลงมือเอง..." คำพูดนั้นหลุดลอดออกมาท่ามกลางเสียงลมพายุ แต่มันกลับคมกริบยิ่งกว่าใบดาบที่ปักอยู่บนพื้น เซี่ยอวี้เหยาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ ทฤษฎีและการคาดเดาทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ท่านแม่ทัพผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมและวินัยทหาร กลับมีตราบาปของการสังหารคนในสายเลือดเดียวกันติดตัวมาตลอดชีวิต นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ฝีปากกล้าที่เคยใช้ฟาดฟันเขาในยามปกติบัดนี้กลับแห้งผาก ทว่าความเห็นอกเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นในอกกลับรุนแรงเสียจนน่าตกใจ สตรีผู้ปราดเปรื่องอย่างนางรู้ดีว่าในยามที่สัตว์ร้ายบาดเจ็บ การเข้าไปใกล้มีแต่จะถูกขย้ำ แต่นางไม่ใช่คนที่จะยืนดูผู้ชายที่นางเริ่มมีใจ... แตกสลายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทำอะไรเลย อวี้เหยาตัดสินใจก้าวออกมาจากเงื้อมเงา ปล่อยให้ร่างระหงเผชิญหน้ากับลมหนาวและความจริงอันโหดร้าย "หากการลงมือครั้งนั้นมันทำให้ท่านต้องทรมานปานจะขาดใจ เหตุใดจึงไม่ยอมบอกข้าตั้งแต่แรกเล่าคะ ท่านแม่ทัพ" เสียงหวานใสที่ดังขึ้นท่ามกลางพายุทำให้จางหย่งสะดุ้งสุดตัว เขารีบหันกลับมา นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและโทสะที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด เขาพุ่งเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตาเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบอบบาง บีบแน่นจนอวี้เหยาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบหนีแม้แต่น้อย "เจ้ามาทำไม! ใครสั่งให้เจ้าตามมา! ไสหัวกลับไปเสีย!" จางหย่งตวาดลั่น น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อปกปิดความเปราะบางที่เพิ่งถูกล่วงล้ำ อวี้เหยาไม่ถอยหนี นางยกยิ้มมุมปากทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าจากความหนาวและแรงบีบ "ไล่ข้าเก่งเหลือเกินนะคะ แต่เสียใจด้วยที่ข้าเป็นคนประเภท... ยิ่งไล่ก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นเป็นพิเศษเสียด้วยสิคะ" จางหย่งขบกรามแน่น อกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ เขาก้มมองสตรีตรงหน้าที่กล้าอาจหาญต่อกรกับเขาแม้กระทั่งในวินาทีที่เขากำลังดิ่งลงสู่ห้วงนรกแห่งความทรงจำ ความใกล้ชิดที่แนบ ชิดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของกันและกันทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาสวนทางกับอากาศภายนอก "เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ากำลังเล่นอยู่กับอะไร, อวี้เหยา..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบา เต็มไปด้วยความร้าวรานที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "มือคู่นี้... เปื้อนเลือดที่ไม่มีวันล้างออก" "งั้นก็ใช้มือคู่นั้น... มาคว้าข้าไว้สิคะ" อวี้เหยาเอ่ยสวนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายท้าทายที่หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจเขาจนหมดสิ้น "ในเมื่อท่านแบกมันมาคนเดียวสิบปีแล้ว ลองให้สตรีปากร้ายคนนี้ช่วยแบกมันดูสักครึ่งหนึ่ง... จะเป็นไรไป" จางหย่งชะงัก ลมหายใจของเขาสะดุดกึก นัยน์ตาคมเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับกำลังค้นหาความจริงใจท่ามกลางการหยอกเย้า ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอื้อนเอยคำใดออกมาเพื่อตอบรับหรือปฏิเสธ พรึ่บ! แสงคบเพลิงสว่างวาบขึ้นรอบทิศทาง พร้อมกับเสียงฝีปากม้าจำนวนมากที่ควบทะยานเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองคนไว้ในวงล้อม เงาร่างนับสิบในชุดเกราะแปลกตาปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุ พร้อมกับคมดาบที่ชี้ตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ "จับตัวกบฏจางหย่งไว้!" เสียงตะโกนก้องกังวานของแม่ทัพกองกำลังเสริมจากเมืองหลวงดังแทรกเสียงพายุ พร้อมกับร่างของรองแม่ทัพคนสนิทที่ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ จางหย่งดึงเซี่ยอวี้เหยาเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ดาบในมือถูกยกขึ้นตั้งรับในเสี้ยววินาที ขณะที่อวี้เหยาเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... ความลับไม่ได้ถูกเปิดเผยแค่เพียงระหว่างพวกเขาสองคนเสียแล้ว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%