"หนึ่งช่วงแขน... นี่ท่านเอาสมองส่วนไหนคิด เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพจาง?"
เสียงหวานใสที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นก้องห้องหนังสือส่วนตัวของจองจำหนักอึ้ง เซี่ยอวี้เหยาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว ตรงกันข้าม นางกลับก้าวประชิดเข้าไปอีกนิด ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ราวกับแมวป่าตัวน้อยที่กำลังสนุกสนานกับการหยอกล้อเหยื่อจนมุม
บนโต๊ะไม้จันทน์แดง แผ่นกระดาษประกาศิตฉบับใหม่ถูกวางไว้เด่นเป็นสง่า ลายมือหวัดตวัดทรงพลังบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดของผู้เขียนอย่างชัดเจน และเนื้อความในนั้นก็ทำเอาคนอ่านอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง—*กฎเหล็กแห่งค่ายทหารและเรือนพัก: ห้ามสตรีในความดูแลเข้าใกล้ท่านแม่ทัพในระยะประชิดเกินหนึ่งช่วงแขนเป็นอันขาด ฝ่าฝืนมีโทษโบยสิบที*
จางหย่งปรายตามองหญิงสาวที่ยืนท้าทายอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพสลักยังคงความเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ สันจมูกโด่งเป็นคมรับกับริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่าทีสง่างามน่าเกรงขาม ทว่าฝ่ามือหนาที่กำลังกำพู่กันในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลนนั้น กลับฟ้องชัดว่าความนิ่งขรึมทั้งหมดคือการเสแสร้ง
"กฎก็คือกฎ แม่นางเซี่ย" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ "ข้าเป็นแม่ทัพผู้บัญชาการทหารนับหมื่น ย่อมต้องรักษาเกียรติและระยะห่างเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของจวน การที่ท่าน... เดินเข้าออกห้องส่วนตัวของข้าตามอำเภอใจ ย่อมไม่เหมาะสม"
"โอ้? ไม่เหมาะสม?" อวี้เหยารีบแค่นหัวเราะเบาๆ นางยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองร่างสูงใหญ่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่วิเคราะห์เจาะลึกจนคนถูกมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ "ถ้าเช่นนั้น หลี่กงกงคงเป็นคนนำทางให้ข้าเข้ามาผิดห้องกระมังเจ้าคะ หรือว่าท่านแม่ทัพกลัว..."
นางเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกับอกเสื้อกว้างของเขาหากไม่ติดว่านางหยุดไว้ทัน
"...กลัวว่าจะอดใจไม่ไหวจนเผลอทำลายกฎที่ตัวเองตั้งขึ้นเสียเองกันแน่?"
ดวงตาคมกริบของจางหย่งไหววับชั่วพริบตา กลิ่นกายหอมกรุ่นละมุนละไมราวกับดอกท้อแรกแย้มลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสที่เขาพยายามกด ขี่ เอาไว้ตลอดทั้งวันให้ตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง หัวใจภายใต้เกราะเหล็กกระหน่ำเต้นรัวราwกับกลองศึก แต่นอกกายเขายังคงตีสีหน้าตายด้านได้อย่างแนบเนียน
"วาจาเหลาะแหละ" เขาตวัดพู่กันลงบนกระดาษอย่างไร้ความหมายเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ "ข้าเพียงแต่รำคาญความวุ่นวาย และที่สำคัญ... ท่านมีกลิ่นอายความเจ้าเล่ห์ที่เข้าใกล้ทีไร เป็นต้องมีเรื่องปวดหัวตามมาทุกที"
"วาจาเช่นนี้ช่างใจร้ายเสียจริงเจ้าค่ะ" อวี้เหยาถอนหายใจยาว แสร้งทำเป็นเช็ดหางตาที่ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว "ทั้งที่ขุตะPอุตส่าห์นำแผนการรับมือราชºทูตแคว้นหลินมาเสนอให้ท่านถึงที่ แต่กลับถูกต้อนรับด้วย 'กฎหนึ่งช่วงแขน' ช่างเถอะ... หากข้าถอยออกไปเกินหนึ่งช่วงแขนตามบัญชาท่านแม่ทัพ เกรงว่าแผนลับนี้คงจะลอยหายไปกับสายลมเสียกระมัง"
นางพูดจบก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินหนีจริง, แสร้งทำเป็นก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว
*พรึบ!*
เร็วกว่าความคิด มือหนาของจางหย่งคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวบางของนางไว้โดยสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นกระชากร่างระหงให้เซถลาเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้างอย่างจัง กลิ่นหอมเย็นของบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสนและชาดําล้อมรอบตัวนางไว้ในเสี้ยววินาที
อวี้เหยาเบิกตากว้างเล็กน้อย นางไม่ได้ตกใจกลัว ตรงกันข้าม มุมปากอิ่มกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่สำเร็จแผนการ
จางหย่งก้มมองคนที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างตื่นตระหนก เขารีบปล่อยมือราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ บริเวณโหนกแก้มอย่างรวดเร็ว แต่เพราะความถือดี เขาจึงรีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเข้มกลบเกลื่อนความเสียอาการ
"แม่นางเซี่ย! ท่านจงใจ!"
"ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเจ้าคะ" อวี้เหยาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ฉายชัดบนใบหน้า "ท่านเป็นคนดึงข้าเข้ามาเองแท้ๆ แบบนี้ถือว่าท่านละเมิดกฎเหล็กของตัวเองแล้วหรือยัง แม่ทัพจางผู้เคร่งครัด?"
จางหย่งเม้มปากแน่น นัยน์ตาดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งโกรธ และ... หวั่นไหวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขาอุตส่าห์ขีดเส้นแบ่งเขตแดนเพื่อความปลอดภัยของหัวใจตัวเอง แต่ยายตัวแสบคนนี้กลับใช้ฝีปากและรอยยิ้มเพียงนิดเดียวพังทลายมันลงราบคาบในพริบตา
บรรยากาศในห้องหนังสือเงียบงัดลงชั่วขณะ เสียงลมหายใจของคนทั้งสองสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ เคมีร้อนระอุระหว่างคนทั้งคู่แผ่ซ่านจนอากาศรอบกายคล้ายจะหลอมละลาย จางหย่งก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างหดแคบลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงจากดวงตากลมโตคู่สวย มาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำยั่วเย้า ทว่าก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะได้ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ—
*ปัง!*
ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่คิดจะเคาะขออนุญาต ร่างอวบอ้วนของหลี่กงกงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลโทรมเต็มกรอบหน้า
"แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ท่านแม่ทัพ! แม่นางเซี่ย!" ขันทีคนสนิทร้องลั่นเสียงหลง "องค์ฮ่องเต้เสด็จมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
รี้ดที่รักอย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เสี่ยวเถาฮวากันด้วยนะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 8
กฎเหล็กของแม่ทัพ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!