ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 7

ท่ามกลางพายุฝน

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ถ้าแม่ทัพจางยังเอาแต่ก้าวเท้าฉับๆ ไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้ เกรงว่าเราคงได้ไปนอนคุยกับพญายมก่อนจะได้ถึงค่ายทหารจริงๆ นะคะ" เสียงหวานใสที่แฝงแววเย้าแหย่ดังขึ้นแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของท้องฟ้าเบื้องบน เซี่ยอวี้เหยาปัดหยาดฝนที่เกาะตามพู่ห้อยกระบี่ออกลวกๆ ดวงตากลมโตคู่สวยมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่หยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหันจนเกือบชนแผ่นหลังกว้างของเขา จางหย่งขบกรามแน่น สันจมูกโด่งคมเป็นสันขึ้นปูดด้วยความขัดเคือง เขาหันขวับมามองสตรีตัวต้นเหตุที่เวลานี้เปียกปอนไม่ต่างจากลูกแมวตกน้ำ ทว่าริมฝีปากบางเฉียบนั้นยังคงแย้มยิ้มเยาะเย้ยได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในใต้หล้า "หากคุณหนูเซี่ยหุบปากแล้วเร่งฝีเท้าให้ทันจังหวะของกองทัพ เราคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่กลางป่าเขาในยามที่พายุโหมกระหน่ำเช่นนี้หรอกกระมัง" แม่ทัพหนุ่มสวนกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแววตาคู่คมกลับกวาดสำรวจร่างบางที่เปียกชุ่มจนอาภรณ์แนบเนื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีพร้อมกับถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกอย่างไร้ความปรานีแล้วโยคลุมศีรษะนางทันที พรึบ! "อุ๊ย! ท่านแม่ทัพ... รุนแรงกับสตรีเช่นนี้ ระวังจะขึ้นคานจนตายไปข้างนะคะ" อวี้เหยาอุทานเบาๆ เมื่อเสื้อคลุมกลิ่นอายบุรุษและไอร้อนจากร่างกายของเขาถูกเหวี่ยงคลุมลงมาคล้ายการประกาศสงครามย่อมๆ นางแอบสูดกลิ่นไม้จันทน์ผสมกลิ่นฝนจางๆ ที่ติดมากับผ้าโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย "ถ้าพูดมากอีกคำเดียว ข้าจะมัดเจ้าพาดอานม้าแล้วลากกลับค่ายเสียให้เข็ด" จางหย่งขู่ลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้าไปใต้นายคาบเกี่ยวระหว่างต้นไม้ใหญ่กับกระต่อมไม้ร้างหลังเล็กที่ผุพังตามกาลเวลา ซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังม่านสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วงจนมองแทบไม่เห็นทางเบื้องหน้า กระท่อมไม้หลังน้อยคับแคบจนน่าใจหาย ฝุ่นละอองและกลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นฝนตีเข้าจมูกทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามาหลบภัย ประตูไม้เก่าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงลมที่พัดโหมกระหน่ำอยู่ด้านนอก บรรยากาศภายในเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องแตกๆ และเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันในพื้นที่จำกัด เซี่ยอวี้เหยาขยับถอยหลังก้าวหนึ่งเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างนางกับแม่ทัพหนุ่มเหลือเพียงคืบเดียว แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังไม้เย็นเฉียบโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าจางหย่งกลับใช้มือข้างหนึ่งยันกรอบผนังไม้กักขังร่างของนางไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมาด้วยประกายแสงบางอย่างที่ทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ "ทำไมล่ะคะ? ตกใจที่ข้ายังพูดจาฉอดๆ ได้อยู่ หรือว่าท่านแม่ทัพกำลังคิดหาทางกำจัดข้าให้พ้นหูพ้นตาอยู่กันแน่" อวี้เหยาเงยหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองศึก แต่นางไม่มีวันยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเป็นอันขาด "ข้าไม่ได้คิดจะกำจัดเจ้า..." เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าลงเล็กน้อย จางหย่งโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดพวงแก้มเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อเพราะความหนาวเย็น "ข้าแค่กำลังคิดว่า... ปากเก่งๆ ของเจ้า เวลาไม่มีเสียงพูดจายั่วโมโห ข้าจะรู้สึกรำคาญหรือคิดถึงมันมากกว่ากันแน่" ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดที่ไร้ความระมัดระวังและแฝงความนัยสุดร้อนแรงนี้ทำเอาสตรีผู้เจนจัดในเชิงกลยุทธ์ถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดพลانขาวโพลนไปชั่วขณะ เคมีที่พุ่งทะลุปรอทระหว่างคนทั้งคู่ระเบิดออกในความมืดสลัวของกระท่อมร้าง "ท่าน... พูดจาเหลวไหลอะไรกัน" อวี้เหยาพยายามเบี่ยงหน้าหนีสายตาร้อนแรงคู่นั้น แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของชายหนุ่มกลับเชยคางนางขึ้นเบาๆ บังคับให้ต้องสบตากับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตทำให้เวลาคล้ายจะหยุดเดิน หยาดน้ำฝนที่เกาะพราวตามเส้นผมสีดำสนิทของหญิงสาวหยดลงกระทบไหปลาร้า เติมแต่งความเย้ายวนโดยธรรมชาติที่จางหย่งแทบจะต้องใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีในการหักห้ามใจไม่ให้ก้มลงไปสัมผัสริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาอยู่ตลอดเวลา "ข้าไม่ได้เหลวไหล..." จางหย่งกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากได้รูปขยับเข้าใกล้เรียวปากอิ่มของนางทีละน้อย "ข้าพูดจริงทุกคำ... เซี่ยอวี้เหยา" บรรยากาศตึงเครียดแต่ทว่าหวามไหวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ความเงียบงันระหว่างเขากับนางกำลังถูกถักทอด้วยความเสน่หาที่ซ่อนเร้นภายใต้ท่าทีปากแข็งของคนทั้งคู่ อวี้เหยาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก มือบางยกขึ้นแตะแผงอกกว้างของเขาโดยไม่รู้ตัวเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่แพ้กันของแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดสนิทกัน ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก ปัง! เสียงถีบประตูไม้เก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับร่างของทหารยามนายหนึ่งที่ล้มกลิ้งเข้ามาด้านในด้วยสภาพสะביียงเปียกโชกและบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขน เลือดสีแดงสดไหลทะลักตัดกับบรรยากาศอันเร่าร้อนเมื่อครู่จนสิ้นซาก "ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! กองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อยชีวิตกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พวกมันล้อมป่าไว้หมดแล้ว!" รี้ดที่รักอย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เสี่ยวเถาฮวากันด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%