"ถ้าท่านแม่ทัพยังใช้สายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเช่นนี้ต่ออีกเค่อเดียว เกรงว่าข้าอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าท่านพิศวาสข้าจนตัวสั่นขึ้นมาจริงๆ นะคะ"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันและกลิ่นอับชื้นของโรงเตี๊ยมร้างนอกเมือง เซี่ยอวี้เหยาไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย ร่างระหงกลับก้าวเข้าไปประชิดอีกครึ่งก้าว ปลายนิ้วเรียวเรียงรายราวกับงานศิลป์แตะลงบนปกเสื้อเกราะสีเข้มที่มีรอยเปื้อนฝุ่นดินของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ
จางหย่งสะดุ้งเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีที่ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์คู่นั้นกะพริบไหว แม่ทัพหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีกลับรู้สึกราวกับมีเปลวไฟร้อนระอุมาลูบไล้อยู่ใต้ผิวหนัง เขาขยับกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน มือหนาเผลอกำด้ามกระบี่ข้างกายแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"สามหีน... เซี่ยอวี้เหยา เจ้าช่วยสำเหนียกสักนิดว่าเรากำลังอยู่ในสถานที่ใด และกำลังตามหาหลักฐานอะไรอยู่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคืองระคนหงุดหงิด ดวงตาคมกวาดมองไปรอบโรงเตี๊ยมร้างที่ผุพังราวกับซากปรักหักพัง โครงสร้างไม้เก่าคร่ำคร่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามสายลมยามวิกาลพัดผ่าน หยาดฝนปรอยปรายด้านนอกยิ่งขับเน้นบรรยากาศให้วังเวงและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
แต่หญิงสาวกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ใสราวกระดิ่งเงินกลับทำให้หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารังเกียจ
"สถานที่นี้น่ะหรือคะ? ก็เป็นสถานที่ที่พวกเราสองคน 'บังเอิญ' ต้องมาติดอยู่ด้วยกันตามลำพังยามดึกดื่นอย่างไรเล่าคะท่านแม่ทัพ... หรือว่าท่านกำลังกลัว?" นางจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความซุกซนและท้าทายในคราวเดียวกัน "กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวกับเสน่ห์อันล้นเหลือของข้ากันแน่คะ?"
"ไร้สาระ!" จางหย่งสวนกลับทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นอีกหลายส่วนจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขาปัดมือเรียวนั้นออกอย่างไม่ไยดี—แม้ว่าสัมผัสอุ่นร้อนเมื่อครู่จะยังคงทิ้งความวาบหวาบไว้บนเนื้อผ้าก็ตาม "ข้าไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับสตรีปากกล้าเช่นเจ้า หากคืนนี้พวกเราหาบัญชีลับของขุนนางทุจริตไม่พบ หัวของเจ้ากับหัวของข้าคงได้ไปประดับอยู่ที่ลานประหารฮ่องเต้ก่อนฟ้าสางแน่"
เซี่ยอวี้เหยาเบ้ปากน้อยๆ อย่างไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ขวัญผ่าซากนั้น นางหมุนตัวกลับแล้วกวาดสายตาคมกริบสำรวจห้องโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยม รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตานักวิเคราะห์ที่เฉียบคมและรอบคอบ
สมองอันปราดเปรื่องของนางกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่หลี่กงกงทิ้งไว้เป็นปริศนา โรงเตี๊ยมร้างแห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าเก่าที่ถูกสั่งปิดตายเมื่อสามปีก่อน ไม่มีเหตุผลใดที่บัญชีลับของกลุ่มกบฏจะถูกซ่อนไว้ในที่โล่งแจ้งเช่นนี้ มันต้องมีกลไก... หรือห้องใต้ดินที่ถูกอำพรางไว้อย่างแนบเนียน
"ท่านแม่ทัพ เลิกยืนทำหน้าถมึงทึงเป็นยักษ์วัดแจ้งแล้วมาช่วยกันตรงนี้หน่อยค่ะ" นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง ขณะใช้เท้าเขี่ยแผ่นไม้กระดานผุๆ ที่ปูอยู่บริเวณใต้บันไดวน "ข้าว่าเราเจอจุดผิดปกติแล้ว"
จางหย่งขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีปากที่ปิดสนิทแต่ร่างกายกลับขยับตามคำสั่งของนางอย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวลงใช้มือหนาจับแผ่นไม้กระดานแผ่นนั้นแล้วออกแรงงัดขึ้นเบาๆ
*เอี๊ยด... โครม!*
แผ่นไม้หนักอึ้งถูกยกขึ้นเผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าโชยขึ้นมาเตะจมูกทันที ทั้งสองคนสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย ประกายความตื่นเต้นระคนระแวดระวังฉายชัดในแววตาของทั้งคู่
"ดูท่าทาง... เราจะเจอหนูตัวใหญ่เข้าแล้วจริงๆ สินะคะ" เซี่ยอวี้เหยายิ้มมุมปาก ยื่นมือไปหยิบโคมไฟกระดาษที่จุดไฟไว้แล้วเตรียมจะก้าวลงไปสำรวจ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของนางจะได้สัมผัสกับบันไดไม้เก่าเบื้องล่าง มือหนากลับคว้าต้นแขนเรียวไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ฉุดกระชากให้นางถอยหลังกลับมาแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขาอย่างรวดเร็วจนแผ่นหลังชนเข้ากับกล้ามเนื้อแน่นตึง
"ระวัง!" จางหย่งกระซิบเสียงต่ำแนบใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนกายของหญิงสาวลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
*ฉึก!*
ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักลงบนพื้นไม้ตรงจุดที่เซี่ยอวี้เหยายืนอยู่เมื่อครู่นี้อย่างเฉียดฉิว จนหางธนูสั่นระริก!
ความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัวโรยตัวลงมาทันที บรรยากาศในโรงเตี๊ยมร้างแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดถึงขีดสุด จางหย่งตวัดกระบี่ออกจากฝักด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดมองขึ้นไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยมที่มืดมิด
ทว่า ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ตั้งตัว เสียงปรบมือเบาๆ เยยะเยือกและเต็มไปด้วยจิตสังหารก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องบน...
"ฝีมือไม่เลวเลยนี่... สมกับที่เป็นท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรและทายาทตกอับแห่งตระกูลเซี่ย" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าราวกับเสียงของปีศาจจากขุมนรกดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืด ถืออาวุธครบมือและปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากเหล็กสีดำสนิท!
รี้ดที่รักอย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เสี่ยวเถาฮวากันด้วยนะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 6
หลักฐานชิ้นแรก
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!