ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 9

แหกกฎเพราะจำเป็น

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"หากท่านแม่ทัพยังคงใช้สายตาราวกับจะพิพากษาโทษประหารเช่นนี้ เกรงว่าข้าคงต้องขออนุญาตเป็นลมล้มพับไปตรงนี้ เพื่อไม่ต้องทนฟังวาจาเชือดเฉือนของท่านให้แสบแก้วหูอีกต่อไปแล้วค่ะ" เซี่ยอวี้เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง ปลายเสียงสั่นเครือรากับสตรีบอบบางที่ใกล้จะหมดสติเต็มที ร่างเพรียวบางเซถลาไปด้านข้างอย่างจงใจ ราวกับใบไม้ไหวที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต้านทานลมหนาว จางหย่งขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองร่างที่กำลังจะทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความรู้สึกระแวงแกแกมระวังภัย แม่ทัพหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน แยกแยะไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง หรือสิ่งใดคือละครฉากใหญ่ที่สตรีปากกล้าผู้นี้กำลังกำกับอยู่ ทว่า... ร่างบางนั้นอ่อนยวบลงจริง ๆ ความหอมละมุนดั่งดอกไม้ยามค่ำคืนลอยแตะนาสิกทันทีที่นางเซมาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณของการเป็นทหารผู้ปกป้องผู้Y่อนแอ จางหย่งจึงต้องยื่นมือออกไปคว้าเอวคอดกิ่วเอาไว้โดยอัตโนมัติ "เซี่ยอวี้เหยา เลิกเล่นลิ้นแล้วลุกขึ้นมาดี ๆ เจ้าคิดจะใช้มารยาอันใดอีก" เสียงทุ้มต่ำเออดดุอย่างไม่สบอารมณ์ แม้ริมฝีปากจะเอ่ยเตือนด้วยถ้อยคำแข็งกระด้าง ทว่าวงแขนแกร่งกลับกระชับแน่นโดยไม่รู้ตัว ป้องกันไม่ให้นางร่วงหล่นลงไปกระแทกพื้นจริง ๆ "โอ๊ย... ท่านแม่ทัพช่างไร้ความปรานีเสียจริง ข้าเจ็บปวดไปหมดทั้งร่าง ยืนหยัดต้านทานความหนาวเหน็บและคดีความอันไม่เป็นธรรมนี่จนเลือดลมตีกลับ ท่านยังจะมีใจมากล่าวหาว่าข้าเล่นลิ้นอีกหรือคะ..." อวี้เหยาซุกใบหน้าเนียนนุ่มลงกับลาดไหล่กว้าง อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเสียหลักซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้เบื้องหลังความอ่อนแอปลอม ๆ นางแอบสูดกลิ่นกายบุรุษที่เจือจางด้วยกลิ่นอายสนามรบจาง ๆ เข้าเต็มปอด ให้ตายเถอะ... แผ่นอกของแม่ทัพน้ำแข็งผู้นี้ทั้งกว้างทั้งแน่นหนา เสื้อผ้าเนื้อดีไม่ได้ช่วยซ่อนเร้นมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังเลยแม้แต่น้อย การได้แกล้งสำออยซบอยู่เช่นนี้ คุ้มค่ากับการเสียเวลาต่อปากต่อคำตั้งนานเสียจริง จางหย่งรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ตรงซอกคอ รวมถึงสัมผัสนุ่มนิ่มที่แนบชิดติดแผ่นอก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของแม่ทัพผู้เยือกเย็นกลับกระตุกวูบอย่างไม่น่าเชื่อ ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตนี้ทำเอาลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ กลิ่นกายหอมหวานของนางช่างปั่นป่วนประสาทสัมผัสยิ่งกว่ากลิ่นดินปืนและคราบเลือดในค่ายทหารเสียอีก "เจ้า... ถอยออกไปห่าง ๆ เดี๋ยวนี้" จางหย่งเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของตนเองกลับคืนมา มือหนาข้างหนึ่งพยายามดันไหล่มนออกเบา ๆ ทว่าสตรีเจ้าเล่ห์กลับยิ่งทิ้งน้ำหนักตัวลงมาแนบชิดกว่าเดิม "ไม่เอาค่ะ... ข้าไม่มีแรงแล้วจริง ๆ หน้ามืดตาลายไปหมด ถ้าท่านผลักข้าตอนนี้ ข้าคงหัวฟาดพื้นตายตกไปตามกัน และถึงตอนนั้น วิญญาณของข้าคงไม่แคล้วตามหลอกหลอนท่านไปทุกหนทุกแห่งฐานไร้ความเมตตาเป็นแน่" วาจาขู่ขวัญที่เจือไปด้วยความเอาแต่ใจทำเอาแม่ทัพหนุ่มถึงกับมุมปากกระตุก เขาก้มมองคนในอ้อมแขนที่แสร้งทำเป็นหลับตาพริ้ม ขนตางอนยาวราวปีกผีเสื้อสั่นไหวระริกฟ้องความตื่นตระหนกเล็ก ๆ ที่เจ้าตัวพยายามปกปิด สตรีผู้นี้... มีร้อยเล่ห์เพทุบายจริง ๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด แทนที่เขาจะผลักนางออกไปให้พ้นทางตามนิสัยรักความสงบ จางหย่งกลับพบว่าตนเองกำลังกระชับวงแขนให้มั่นคงขึ้นโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ สัมผัสอุ่นร้อนจากเรือนร่างของนางแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนหัวใจที่ด้านชาเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง "เจ้ากล้าขู่ข้าหรือ เซี่ยอวี้เหยา" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดทำเอาอวี้เหยาถึงกับสะท้านเฮือก หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะควบคุมได้ กลับเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก แย่แล้ว... นางแค่แกล้งทำเพื่อยั่วโมโหและทดสอบขีดจำกัดของเขา เหตุใดสถานการณ์จึงพลิกผันกลายเป็นว่านางกำลังเอาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในตารางรักที่เขาเป็นคนกุมบังเหียนเสียเองเล่า! "ข้า... ข้าไม่ได้ขู่ แค่พูดความจริงต่างหาก..." อวี้เหยาพยายามดึงเสียงให้มั่นคง ทว่าความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้สติปัญญาอันฉลาดเป็นกรดของนางเริ่มพร่าเลือน นัยน์ตากลมโตลืมขึ้นสบกับดวงตาคมดุที่ฉายแววบางอย่างที่นางคาดเดาไม่ได้ ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นแข่งกันท่ามกลางความหนาวเย็นยามวิกาล จางหย่งโน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิดขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับพวงแก้มของนาง สติของทั้งสองฝ่ายแขวนอยู่บนเส้นด้ายบาง ๆ ของความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของแม่ทัพหนุ่มกำลังจะโน้มลงมาปิดกั้นคำแก้ตัวทั้งหมดของนาง ปัง! "ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เอ๊ะ!" เสียงถีบประตูห้องโถงเปิดผางพร้อมกับเสียงร้องตะโกนลั่นของรองแม่ทัพหนุ่มผู้มาใหม่ทำให้ภาพความโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา อวี้เหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผลักอกแกร่งออกทันที ส่วนจางหย่งก็ผละถอยหลังด้วยใบหน้ามืดครึ้มที่ดำทะมึนยิ่งกว่าก้นหม้อ รองแม่ทัพหนุ่มอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพเจ้านายผู้เย็นชาและสตรีคู่กรณีผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟลนทุ่ง "กระ... กระผมขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ!" ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%