“ท่านแม่ทัพคะ หากจะจับดาบให้แน่นราวกับจะหักคอข้าเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวฝ่ามือของท่านคงได้มีรอยเล็บข้าประทับไปตลอดการเดินทางแน่”
เซี่ยอวี้เหยาเอ่ยขึ้น พลางปรายตามองฝ่ามือหนาที่คว้าข้อมือเธอไว้แน่นตั้งแต่ครู่ที่แล้ว ความเย็นเยียบจากไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงตรงหน้ามิได้ทำให้เธอกลัวเกรงแม้แต่น้อย กลับกัน เธอยิ่งเห็นประกายความหงุดหงิดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าดุจน้ำแข็งนั่นชัดเจนขึ้น
จางหย่งสะบัดมือออกราวกับถูกของร้อน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวตรงหน้า “ปากคอเราะร้ายเช่นนี้ หากไปถึงคดีที่ชายแดนแล้วเจ้ายังไม่สำรวม ข้าจะหาทางปิดปากเจ้าด้วยวิธีของข้าเอง”
“วิธีของท่านแม่ทัพหรือคะ?” อวี้เหยาก้าวเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว กลิ่นอายบุรุษจางๆ จากกายเขาปะทะเข้ากับจมูกเธออย่างจัง หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก “หรือจะเป็นวิธีที่ทำให้ข้าเงียบสนิทเหมือนเมื่อครู่นี้? แหม... ช่างเป็นวิธีการบริหารจัดการที่สิ้นเปลืองกำลังวังชาเสียจริงนะคะ”
จางหย่งชะงักไปครู่หนึ่ง กรามหนาขบกันแน่นจนขึ้นสันนูน เขาไม่เคยเจอสตรีใดที่กล้าล้อเลียนเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ ได้หน้าตายขนาดนี้ โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์นั้นเป็นความผิดพลาดที่เขายังหาคำอธิบายให้ตัวเองไม่ได้
“หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว เรามีเวลาไม่มาก” เขาตัดบทเสียงแข็ง ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่หน้าจวน
“ท่านแม่ทัพคะ!” อวี้เหยาตะโกนไล่หลัง “อย่าลืมสิคะว่าคดีนี้หากไม่มีข้า ท่านก็เหมือนตาบอดที่เดินเข้าป่าทึบ ท่านจะขาดข้าไม่ได้... หวังว่าท่านจะจำใส่ใจไว้ให้ขึ้นใจนะคะ”
บรรยากาศหน้าจวนในยามนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล ขบวนเดินทางถูกจัดเตรียมอย่างเร่งรีบตามคำสั่งลับของหลี่กงกง การออกนอกเมืองหลวงในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ราวกับมีใครบางคนจงใจปูทางให้พวกเขาทั้งสองคนตกลงไปในหลุมพรางที่ขุดไว้ลึกสุดหยั่ง
เมื่อก้าวขึ้นไปบนรถม้า จางหย่งนั่งตัวตรงดิ่งราวกับรูปปั้นหิน เขาเว้นระยะห่างจากอวี้เหยาเสียจนเกือบจะชิดผนังรถม้าฝั่งตรงข้าม อวี้เหยามองการกระทำนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
“ท่านแม่ทัพคะ พื้นที่ในรถม้านี้กว้างขวางพอที่จะแบ่งให้ข้านั่งโดยไม่ทำให้ท่านแปดเปื้อนหรอกค่ะ ไม่จำเป็นต้องนั่งเกร็งจนเส้นเอ็นจะขาดเช่นนั้น”
“ข้าเพียงแต่ไม่ชอบการเบียดเสียด” เขาตอบเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง
“อ้อ... งั้นหรือคะ? สงสัยข้าคงจำผิดไปเอง นึกว่าท่านเป็นบุรุษที่ชอบการ 'ประชิดตัว' เสียอีก” เธอจงใจเน้นเสียงคำสุดท้ายให้มีจังหวะหยอกเย้า
จางหย่งหันขวับมามอง สายตาดุจคมมีดกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ไร้ความเกรงกลัว “อย่าได้ใจให้มากนัก อวี้เหยา เจ้าแค่เป็นหมากตัวหนึ่งที่ข้าจำเป็นต้องใช้ ถ้าเจ้าขัดขวางงานของข้า แม้เจ้าจะเป็นสตรี ข้าก็ไม่เว้น”
“ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องหวังให้ตัวเองสำคัญพอที่ท่านจะ ‘ไม่กล้า’ ลงมือกับข้าหรอกนะคะ” อวี้เหยาตอบกลับด้วยดวงตาเป็นประกาย เธอรู้ดีว่าคำพูดของเธอคือการราดน้ำมันลงบนกองไฟ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้การเดินทางที่น่าเบื่อหน่ายนี้มีสีสันขึ้นมาบ้าง
ทันใดนั้น รถม้าก็กระตุกกึกก่อนจะหยุดนิ่งกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของอวี้เหยาเสียหลักถลาเข้าไปหาจางหย่งโดยไม่ตั้งใจ มือหนาคว้าเอวบางไว้ได้ทันท่วงที แต่ทว่าแรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองบนเบาะนุ่มด้วยกัน
สายตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะห่างเพียงลมหายใจกั้น จางหย่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหญิงสาวที่ยั่วเย้าประสาทสัมผัส ส่วนอวี้เหยาก็พบว่าภายใต้ความเย็นชาของแม่ทัพผู้นี้ หัวใจของเขากำลังเต้นโครมครามไม่ต่างจากเธอ
“เกิดอะไรขึ้น!” จางหย่งคำรามเสียงต่ำขณะยังไม่ยอมปล่อยมือจากเอวของเธอ
ก่อนที่อวี้เหยาจะทันได้เอ่ยอะไร ประตูรถม้าก็ถูกกระชากออกอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับร่างของหลี่กงกงที่ยืนหน้าตาตื่นเหงื่อท่วมตัว
“ท่านแม่ทัพ! แม่นางอวี้! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีคนลอบโจมตีขบวนเสบียงที่ท้ายขบวน... ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อชิงของ แต่มาเพื่อ ‘เก็บกวาด’ คนของพวกเรา!”
จางหย่งผลักอวี้เหยาออกเบาๆ ก่อนจะคว้ากระบี่ข้างกายแล้วพุ่งตัวออกไปจากรถม้าทันที ทิ้งให้อวี้เหยานั่งนิ่งอยู่ในรถม้าที่เริ่มมีลูกธนูปักเข้ามาเป็นระยะ
เธอหยิบแผ่นกระดาษลับที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาดู ลายแทงที่เธอได้รับมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายครั้งใหญ่ ทว่าเงาที่ปรากฏบนม่านรถม้าในวินาทีนี้ กลับไม่ใช่เงาของศัตรูที่หลี่กงกงบอก
มันคือเงาของ ‘คนใน’ ที่กำลังจ้องจะปลิดชีพทั้งเธอและแม่ทัพจางหย่งในคราวเดียว
อวี้เหยากำกระดาษในมือแน่น มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม “หึ... เริ่มต้นได้น่าสนุกดีนี่”
ขณะที่เธอกำลังจะขยับตัว เสียงดาบปะทะกันภายนอกก็เงียบลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษชุดดำผู้หนึ่งที่เปิดประตูรถม้าเข้ามาแทนที่จางหย่ง... ในมือของมันถือมีดสั้นที่อาบด้วยยาพิษสีม่วงเข้ม
“ฝากสวัสดีท่านแม่ทัพด้วยนะแม่นาง” บุรุษชุดดำเอ่ยเสียงเรียบ “เพราะวันนี้... จะไม่มีใครได้ไปถึงจุดหมาย”
เสี่ยวเถาฮวาขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันแสนอันตรายของแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากกล้านะคะ ขอให้ทุกท่านเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะตอนหน้าความลับจะเริ่มเปิดเผยแบบหยุดไม่อยู่แน่นอนค่ะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 3
กลิ่นอายความวุ่นวาย
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!