ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 20

ค่ำคืนใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“ตราประทับนี้... ท่านแม่ทัพจะอธิบายว่าอย่างไรคะ? หรือจะบอกว่ามันหล่นมาจากฟ้า หรือมีโจรป่าใจดีนำมาวางไว้ให้เป็นของขวัญวันเกิด?” น้ำเสียงของเซี่ยอวี้เหยาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของศาลาแปดเหลี่ยมริมทะเลสาบ เธอจ้องมองตราประจำพระองค์ที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะหินอ่อนด้วยสายตาราวกับจะเผามันให้เป็นจุณ ในขณะที่จางหย่งยืนกอดอกพิงเสาศาลา แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ใบหน้าคมสันที่ตอนนี้ดูไร้อารมณ์อย่างถึงที่สุด จางหย่งปรายตามองของสิ่งนั้น ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ “เจ้าก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าการถามคำถามนี้ในที่แจ้ง... มีค่าเท่ากับการฆ่าตัวตาย” “ถ้ากลัวตาย ข้าคงไม่มายืนคุยกับคนที่มีความลับดำมืดอย่างท่านในเวลาวิกาลเช่นนี้หรอกค่ะ” อวี้เหยาหยิบจอกสุราขึ้นมาจิบเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ รสสัมผัสร้อนแรงของสุราหมักชั้นดีไหลผ่านลำคอ แต่มันยังไม่ร้อนแรงเท่ากับสายตาของชายตรงหน้าที่จ้องมองเธอราวกับจะมองทะลุไปถึงกระดูก “ว่ามาเถอะ... ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจ แบกรับความลับของโอรสสวรรค์เอาไว้เพียงลำพัง ไม่รู้สึกหนักบ่าบ้างหรือคะ?” จางหย่งขยับกายเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นไม้สนจางๆ บนชุดเกราะของเขาปะทะเข้ากับจมูกของหญิงสาวอย่างจัง เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับรินสุราลงในจอกของเธอจนเต็ม “ความลับก็เหมือนสุรา ยิ่งเก็บไว้นาน ยิ่งหมักหมมจนขมปร่า... วันนี้ข้าไม่ได้อยากมาถกเรื่องการเมือง ข้าแค่อยากดื่ม” “ดื่มกับคนที่มีชนักติดหลังเนี่ยนะ?” เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย “ดื่มกับสตรีที่ปากกล้าจนน่าหักคอทิ้ง... แต่กลับไม่กล้าพอที่จะเดินหนีไปจากวงสนทนาของข้า” จางหย่งนั่งลงฝั่งตรงข้าม แววตาที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกทอประกายบางอย่างที่อวี้เหยาอ่านไม่ออก มันเป็นความเหนื่อยล้า... ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของชายชาตินักรบ ทั้งคู่ดื่มกันเงียบๆ ท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนและสายลมที่พัดผ่านผิวน้ำ สุราในกาเริ่มพร่องลง ความมึนเมาเริ่มทำหน้าที่ของมัน อวี้เหยาวางจอกลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปึก’ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว “ข้าเคยมีครอบครัวที่อบอุ่น” จู่ๆ จางหย่งก็เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด “ในวันที่ตราประทับนี้ถูกส่งมาถึงมือข้า... วันนั้นหิมะตกหนัก พ่อข้าก้มกราบราชโองการด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะสั่งให้ข้าหนีไปให้ไกลที่สุด ท่านแม่... นางไม่แม้แต่จะร่ำลาข้าด้วยซ้ำ” อวี้เหยาชะงัก สายตาที่เคยจ้องจะเอาเรื่องเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงทันที เธอเห็นหยดน้ำตาจางๆ ในดวงตาคมคู่นั้น ความลับที่เขาแบกไว้ไม่ใช่แค่เรื่องราชสำนัก แต่มันคือคราบเลือดของตระกูลที่เขาต้องสูญเสียไป “ท่านจึงกลายเป็นแม่ทัพที่ไร้หัวใจ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกถึงการสูญเสียอีกใช่ไหมคะ?” อวี้เหยาเอื้อมมือไปแตะหลังมือที่หยาบกร้านของเขาเบาๆ จางหย่งมองมือนั้น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นความโหยหาอย่างเปิดเผย “เจ้าก็เป็นแค่เด็กสาวที่หลงเข้ามาในสมรภูมิที่เจ้าไม่ควรยุ่ง อวี้เหยา... กลับไปเสียเถอะ ก่อนที่ไฟสงครามที่ข้าก่อไว้จะเผาเจ้าจนมอดไหม้” “ท่านคิดว่าข้ากลัวไฟหรือคะ?” อวี้เหยาหัวเราะในลำคอ แต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่ “ตระกูลข้าก็ล่มสลายไม่ต่างจากท่าน เราต่างก็เป็นเศษซากที่เหลืออยู่ของยุคสมัยที่โหดร้าย ท่านรบด้วยดาบ ส่วนข้าใช้ปาก... ค่ำคืนนี้ถือว่าเราเป็นพวกเดียวกันเถอะค่ะ แค่ชั่วคราว” บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับกลายเป็นความอึดอัดที่ชวนให้ใจเต้นแรง จางหย่งคว้าข้อมือของเธอไว้ สัมผัสที่ร้อนผ่าวทำให้อวี้เหยาหัวใจกระตุกวูบ เขาไม่ได้ผลักไส แต่กลับดึงเธอให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ “ถ้าเจ้าไม่อยากตาย...” จางหย่งกระซิบเสียงต่ำที่ข้างหู “ก็จงเลิกปั่นหัวข้าด้วยสายตาแบบนั้นเสียที” อวี้เหยาแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ “แล้วถ้าข้าบอกว่า... ยิ่งท่านสั่ง ข้าก็ยิ่งอยากปั่นหัวท่านล่ะคะ?” ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้จนอวี้เหยาสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ความเงียบงันในศาลากลายเป็นพยานของการรุกคืบที่เกินเลยไปมากกว่ามิตรภาพ ทว่าในวินาทีที่จางหย่งกำลังจะก้มลงประทับรอยจูบเพื่อปิดคำท้าทายนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูททหารก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ‘ปัง!’ เสียงถีบประตูไม้ทางเข้าศาลาดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างของชายในชุดขันทีที่คุ้นตา หลี่กงกงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเห็นผี “ท่านแม่ทัพ! คุณหนูเซี่ย! อย่าเพิ่งดื่มกันเลยขอรับ! ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าวังหลวงแล้ว... ฮ่องเต้... ฮ่องเต้ทรงเรียกหาท่านทั้งสองให้เข้าเฝ้าเป็นการด่วน! เรื่องตราประจำพระองค์ที่หายไป... มีคนทูลฟ้องว่ามันอยู่ที่นี่!” จางหย่งผลักอวี้เหยาออกเบาๆ ทว่าดวงตาของเขากลับวาวโรจน์ด้วยไอสังหารที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ มือของเขาเอื้อมไปแตะด้ามดาบข้างกายอย่างลืมตัว ในขณะที่อวี้เหยาสบตาเขา ความตื่นตระหนกแล่นเข้าสู่หัวใจเมื่อตระหนักได้ว่า... ค่ำคืนที่แสนสงบนี้ เป็นเพียงกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับเล่ห์กลของท่านแม่ทัพและแม่นางอวี้เหยานะคะ เสี่ยวเถาฮวาสัญญาว่าจะมาต่อให้ในตอนหน้าโดยไม่ให้รอนานแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%