"สัญลักษณ์รูปพยัคฆ์เหินบนด้ามดาบนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่สามัญชนจะพึงมีไว้ครอบครองนะคะ แม่ทัพจาง"
น้ำเสียงของเซี่ยอวี้เหยาไม่ได้สั่นพร่าเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหน้าของนางในยามนี้ จะคือซากศพของมือสังหารที่ยังอุ่นไอโลหิต และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้องหนังสือลับของจวนสกุลเซี่ย ความมืดมิดยามวิกาลถูกขับเน้นให้วังเวงยิ่งขึ้นด้วยแสงคบเพลิงที่วูบไหว แต่สตรีที่ยืนกอดอกเผชิญหน้ากับความตายกลับเชิดคางขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าดวงตาคู่คมกลับกวาดมองรอยสลักนั้นด้วยประกายวาววโรจน์ที่อ่านยาก
จางหย่งก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอีนอายของสนามรบและโลหิตจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดของศัตรูฉวยข้อมือเรียวบางของนางไว้แล้วดึงเข้ามาหลบด้านหลังอย่างรวดเร็วราวกับสัญชาตญาณ แรงปะทะนั้นทำให้ร่างบอบบางชนเข้ากับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเกราะอ่อนอย่างจัง หัวใจของอวี้เหยาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานต่างหาก
"เงียบปากแล้วอยู่หลังข้า" เสียงทุ้มต่ำดลบันดาลความเย็นชาออกมาจนติดจะห้วน แต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นระริกด้วยความตึงเครียดที่ถูกกดไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม
"หึ ท่านแม่ทัพสั่งให้ข้าเงียบ แต่สถานการณ์ตรงหน้ากำลังร้องตะโกนฟ้องว่า ราชสำนักกำลังเล่นตลกกับชีวิตพวกเรานะคะ" อวี้เหยาไม่ยอมจำนน นางพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก แต่ยิ่งดื้อรั้น จางหย่งก็ยิ่งออกแรงรั้งเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
*ฉับ!*
เสียงแหวกอากาศของคมดาบพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ราวกับสายฟ้าแลบ จางหย่งไม่ลังเลแม้แต่น้อย มืออีกข้างชักดาบประจำกายออกจากฝักตวัดรับการจูโจมในมุมอับสายตาได้อย่างแม่นยำ ประกายไฟจากการปะทะของเหล็กกล้าสาดกระเซ็นสว่างวาบไปทั่วความมืด เผยให้เห็นเงาร่างของมือสังหารอีกสามคนที่เร้นกายอยู่ตามคานไม้เบื้องบน พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว—และเป้าหมายที่แท้จริงหาใช่การข่มขู่ แต่เป็นการปิดปากพยานให้สิ้นซาก!
"ระวัง!" อวี้เหยาอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเงาดำพุ่งดิ่งลงมาจากเพดานพร้อมเงาคมดาบที่มุ่งตรงมายังศีรษะของชายหนุ่ม
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย จางหย่งแสดงให้เห็นถึงสมญานาม 'แม่ทัพไร้พ่าย' ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ร่างสูงใหญ่หมุนตัวอย่างงดงามและทรงพลัง ใช้แผ่นหลังของตนเองบังร่างของหญิงสาวไว้มิดชิด คมดาบของศัตรูเฉี่ยวผ่านไหล่กว้างของเขาไปเพียงนิดจนเนื้อผ้าขาดวิ่นและทิ้งรอยแผลซึมเลือด แต่แลกกับการที่จางหย่งสะบัดดาบสวนกลับเข้าที่ลำตัวของมือสังหารคนนั้นอย่างเฉียบขาด ร่างนั้นร่วงหล่นลงมากองกับพื้นอย่างไร้ลมหายใจทันที
"ท่านบาดเจ็บ..." อวี้เหยาเบิกตากว้าง มือเรียวเล็กที่หลุดจากการเกาะกุมเอื้อมไปแตะรอยเลือดบนหัวไหล่ของเขาโดยไม่รู้ตัว ความเย็นชาที่นางมักใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อเห็นสีหน้าขมวดมุ่นด้วยความเจ็บปวดของคนตรงหน้า
จางหย่งก้มลงมองสตรีที่ปากกล้ามาตลอดแต่กลับกำลังใช้นิ้วเรียวสั่นเทาละล้าละลังสัมผัสแผลของตน แววตาที่เคยแข็งกระด้างยามนี้กลับไหววูบด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
"ตกใจกลัวจนมือสั่นแล้วหรือแม่นางเซี่ย?" เขายังคงมีแก่ใจหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายบนหน้าผากด้วยพิษบาดแผล
"ใครกลัวกันเพ้อเจ้อ! ข้าแค่กลัวว่าถ้าท่านตายคาจวนข้า ข้าจะต้องเป็นคนลากศพพวกนี้ไปทิ้งเองต่างหากเล่า" อวี้เหยาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก แต่พวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อในแสงคบเพลิงกลับทรยศคำพูดของนางอย่างสิ้นเชิง
จางหย่งหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์จนหัวใจของอวี้เหยากระตุกวูบ แต่วินาทีแห่งความหวานล้ำนั้นถูกกระชากกลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างโหดร้าย เมื่อมือสังหารที่เหลืออีกสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกันในจังหวะชุลมุน
แม่ทัพหนุ่มรวบตัวอวี้เหยาเข้าสู่อ้อมแขนอีกครั้ง ใช้ร่างกายของตนเป็นโล่กำบังอันแข็งแกร่ง เขาเหวี่ยงดาบปัดป้องการโจมตีพร้อมกับถอยหลังไปจนชิดผนังห้อง ก่อนจะใช้เท้าเตะโต๊ะไม้หนักอึ้งพุ่งชนใส่ศัตรูคนหนึ่งจนกระเด็นทะลุออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนอีกคนถูกคมดาบของเขาปลิดชีพลงแทบจะพร้อมกัน ความรวดเร็ว เด็ดขาด และดุดันนั้นทำให้อวี้เหยาแทบหยุดหายใจ
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องหนังสือลับอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคายเลือดที่เข้มข้นขึ้นจนน่าสะอิดสะเอียน ร่างของจางหย่งโน้มลงมาเล็กน้อยเนื่องจากพิษบาดแผลที่หัวไหล่ ลมหายใจของเขาเริ่มหอบกระชั้น ร่างกายที่เคยกำยำมั่นคงกลับทิ้งน้ำหนักพิงมาที่ร่างของนางโดยไม่รู้ตัว
"จางหย่ง..." อวี้เหยาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด นางใช้สองมือประคองร่างหนาของเขาไว้ ปล่อยให้ศีรษะของแม่ทัพหนุ่มซบลงกับลาดไหล่ของตน สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายที่บ่งบอกว่าแผลนั้นอาจอาบยาพิษ!
"เจ้า... พูดจาเพราะกับข้าแบบนี้... ตอนใกล้ตายก็ไม่เลวเหมือนกันนะ" จางหย่งกระซิบชิดซอกคอของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"อย่ามาพูดจาไร้สาระนะคะ! ท่านห้ามตายเด็ดขาด มิฉะนั้นข้าจะไปขุดหลุมศพท่านขึ้นมาประจานจริงๆ ด้วย" อวี้เหยาขู่เสียงสั่น ดวงตากลมโตคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำใสโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศจะซาบซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ด้านนอกประตูจวน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะבי
*“แม่ทัพจาง! ฝ่าบาทมีราชโองการด่วน! พบร่องรอยกบฏในวังหลวง... และผู้ที่ออกคำสั่งให้กองกำลังพยัคฆ์เหินเคลื่อนไหวในคืนนี้ คือ... พระชายาเอกขององค์รัชทายาท!”*
จางหย่งที่ซบอยู่บนไหล่นางชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เขายืดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแม้บาดแผลจะประท้วง และในจังหวะที่มือหนากำลังจะผลักประตูออกเพื่อรับราชโองการนั้นเอง—
มือเรียวของอวี้เหยากลับคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น ดวงตาคู่งามฉายแววตระหนกสุดขีดเมื่อเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน
"ไม่ต้องไปเปิด..." อวี้เหยาเสียงสั่นพร่า ยามที่กระซิบคำพูดประโยคถัดมาข้างหูเขา "เพราะคนในราชสำนักชั้นสูงที่อยู่เบื้องหลังตราพยัคฆ์เหิน... ไม่ใช่แค่พระชายา... แต่คือ 'เสด็จลุง' ของท่านเองต่างหาก!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าคมดาบมากับอวี้เหยาและท่านแม่ทัพในตอนนี้นะคะ
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 11
บาดแผลที่ข้ามผ่าน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!