ความเงียบงันภายในห้องทรงอักษรส่วนตัวของจวนแม่ทัพยามดึกดื่นนั้นหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขาทั้งลูก
"เจ้าว่าอย่างไรนะ..."
เสียงทุ้มต่ำของจางหย่งลอดไรฟันออกมาด้วยความเค้นอารมณ์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเยียบเย็นดังเดิม ทว่าลมหายใจที่สะดุดกักค้างไปชั่วขณะกลับฟ้องชัดว่าข้อมูลที่เพิ่งได้รับนั้นสั่นคลอนรากฐานความเชื่อมั่นของเขาในราชสำนักเพียงใด
เซี่ยอวี้เหยายังคงยืนชิดติดแผ่นอกกว้างของเขา ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ ปลายจมูกของนางเกือบจะชนเข้ากับสาบเสื้อปักลายมังกรซ่อนลายเมฆของเขาด้วยซ้ำ กลิ่นอายบุรุษเจือจางผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงเข้มข้นลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก แต่นางไม่มีแก่จิตใจจะมาหวั่นไหวกับความใกล้ชิดนี้ ในเมื่อความจริงที่เพิ่งเอ่ยออกไปมันคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน
"หม่อมฉันไม่ได้หูฝาด และท่านก็ไม่ได้ฟังผิดค่ะท่านแม่ทัพ" อวี้เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดื้อรั้นที่มักใช้ต่อปากต่อคำหายไปสิ้น มีเพียงความจริงจังและร่องรอยความหวาดหวั่นลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ "ตราพยัคฆ์เหินไม่ได้หายไปเพราะความสะשלุของพระชายา แต่เป็นแผนการรวบอำนาจที่วางรากฐานมาหลายปี และผู้ที่ถือหางเสืออยู่เบื้องหลัง... คือองค์ชายอ๋องผู้มีศักดิ์เป็นเสด็จลุงของท่านเอง คนที่ท่านจงรักภักดีและถวายชีวิตให้มาตลอด"
คำพูดของนางราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางหน้าผาก จางหย่งไม่เคยคิดระแวงเสด็จลุงผู้ชราภาพและดูไม่มีพิษภัยผู้นั้น บุรุษผู้ซึ่งคอยตบไหล่ให้กำลังใจเขาในวันที่ต้องสูญเสียบิดาในสนามรบ คนผู้นั้นน่ะหรือที่จะชักใยอยู่เบื้องหลังการกบฏ?
มือหนาของแม่ทัพหนุ่มเผลอบีบต้นแขนเรียวของหญิงสาวแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แรงอารมณ์ที่อัดแน่นทำให้กล้ามเนื้อตึงเกร็ง อวี้เหยานิหน้าด้วยความเจ็บแต่นางเลือกที่จะไม่ร้องโวยวาย นางเพียงแต่เอื้อมมือเล็กๆ ขึ้นมาทาบลงบนหลังมือใหญ่นั้น สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของนางส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ชวนให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความโกรธของจางหย่งชะงักกึก
"เจ็บนะคะ..." เสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อย ไม่ได้ประชดประชันเหมือนเคย แต่มันเจือไปด้วยความเหนื่อยล้า "ถ้าท่านหักแขนหม่อมฉันตอนนี้ แล้วความจริงข้อนี้มันจะหายไปไหมล่ะคะท่านแม่ทัพ?"
จางหย่งก้มลงมองใบหน้านวลเนียนที่อยู่ใกล้แค่คืบ ในยามนี้ แววตาของสตรีที่มักต่อปากต่อคำกับเขาไม่ยอมแพ้ ไม่มีร่องรอยของการเยาะเย้ยถากถาง มีเพียงความเวทนาและ... ความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน
ใช่ นางกำลังเป็นห่วงเขา
ความตระหนักรู้นี้แล่นเข้ามาในหัวใจของแม่ทัพผู้เย็นชา ทำให้ความเกรี้ยวกราดในคราแรกมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง ตลอดชีวิตที่ผ่านมา มีแต่คนเกรงกลัวเขา มีแต่คนเข้าหาเพื่อหวังผลประโยชน์ หรือไม่ก็มองเขาเป็นเพียงเครื่องจักรสังหารในสงคราม ไม่เคยมีใครยืนเคียงข้างในวันที่โลกทั้งใบของเขากำลังจะพังทลาย และยิ่งไม่ใช่สตรีปากร้ายที่เขาเคยคิดว่าน่ารำคาญผู้นี้
"ทำไม..." จางหย่งเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจับจ้องริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย "ทำไมเจ้าถึงต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงบอกเรื่องนี้กับข้า? รู้ไหมว่าถ้ารู้ไปถึงหูคนพวกนั้น เจ้าจะไม่มีแม้แต่กระดูกจะฝัง"
อวี้เหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตไหวระริก "แล้วคิดว่าหม่อมฉันอยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่จวนมรณะนี่นักหรือคะ? ถ้าไม่ใช่เพราะ... ถ้าไม่ใช่เพราะหม่อมฉันไม่อยากเห็นท่าน..." นางชะงักกลืนคำพูดบางอย่างลงคอ ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน จึงรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึก "เฮ้อ ช่างเถอะค่ะ ถือว่าหม่อมฉันพูดมากไปก็แล้วกัน ปล่อยได้แล้วค่ะ หม่อมฉันจะกลับเรือน"
ทว่าจางหย่งกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย มือที่บีบต้นแขนเปลี่ยนเป็นรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างทั้งร่างแนบชิดติดกันไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน
"เจ้าพูดค้างไว้ว่าอะไรนะ..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาดั่งเช่นเคย หากแต่ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้อวี้เหยาขนลุกซู่ "ไม่อยากเห็นข้าทำไมหรือ? หืม... เซี่ยอวี้เหยา"
"หม่อมฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้นค่ะ! ปล่อยนะท่านแม่ทัพ นี่ท่านฉวยโอกาสรังแกสตรีไร้ทางสู้อีกแล้วหรือ!" อวี้เหยาโวยวายกลบเกลื่อน พยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้างออก แต่แรงของนางหรือจะสู้แรงของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน ยิ่งดิ้น ร่างกายก็ยิ่งเบียดเสียดแนบชิดจนเคมีร้อนแรงพุ่งทะยานทะลุปรอท
จางหย่งมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย้ยหยัน แต่มันคือรอยยิ้มของบุรุษที่เริ่มค้นพบความน่ารักในตัวสตรีตรงหน้า "ข้าไม่ได้รังแก... ข้าแค่กำลังทวงถามความจริงจากคนที่ชอบพูดจาครึ่งๆ กลางๆ"
สายตาของเขาเลื่อนลงมองเรียวปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดอย่างลืมตัว แววตาของแม่ทัพหนุ่มฉายแววปรารถนาบางเบาที่ยากจะควบคุม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหลอมละลายด้วยความร้อนจากร่างกายที่แนบชิด ความเย็นชาที่เขาสวมเกราะป้องกันตัวมาตลอดชีวิต พังทลายลงทีละน้อยภายใต้ฝีปากและการกระทำที่อาจหาญของสตรีในอ้อมกอดนี้
อวี้เหยาชะงักค้างเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาที่ลุ่มลึกราวน้ำวนของเขา หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน นางเม้มปากแน่น สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดพลانขาวโพลนคิดคำพูดโต้แย้งไม่ออก ในยามนี้ จางหย่งไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนยักษ์มาร แต่เขากลับมีเสน่ห์ร้ายกาจจนน่ากลัว... กลัวว่าหัวใจของนางจะยอมจำนนให้เขาจริงๆ
"ท่าน..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนระทึกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงร้องแหลมสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของขันทีคนสนิท
"ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ทางวังหลวงส่งราชสาส์นด่วนที่สุดมาแจ้งว่า... องค์ชายอ๋องทรงนำกำลังทหารราชองครักษ์มาประชิดหน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
รอยยิ้มและบรรยากาศหวานล้ำในห้องทรงอักษรพลันสลายหายไปในพริบตา จางหย่งผละออกจากร่างบางทันที แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันราชาผาเหล็กอีกครั้ง
อวี้เหยาหน้าซีดเผือดลงทันตา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อตระหนักว่าภัยร้ายมาเยือนเร็วกว่าที่คิด
จางหย่งก้มลงมองสตรีตรงหน้า แววตาที่มองนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความระแวงสงสัยอีกต่อไป แต่คือความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะปกป้อง และความไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบงัน มือหนายื่นออกไปคว้ามือเรียวของนางมากำไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย
"อยู่ข้างหลังข้า..." จางหย่งเอ่ยกระซิบเสียงต่ำด้วยความหนักแน่น ทรงพลัง และอบอุ่นจนอวี้เหยารู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่แปลกประหลาด "...ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีวันแตะต้องเจ้าได้ทั้งนั้น"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของท่านแม่ทัพกับความปากแซ่บของแมวสาวอวี้เหยานะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 12
ใจที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!