"ถ้าท่านยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกอยู่ตรงนั้น ข้าเกรงว่าข้าวต้มหม้อนี้คงกลายสภาพเป็นถ่านก้อนดำสนิทเสียก่อนนะคะท่านแม่ทัพ"
เสียงใสแจ๋วเอ่ยแซะขึ้นท่ามกลางควันโขมงที่ลอยคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ท้ายจวน เซี่ยอวี้เหยาในชุดคลุมผ้าฝ้ายเรียบง่าย กำลังใช้ทัพพีไม้คนหม้อข้าวต้มด้วยสีหน้าจริงจังราวกับกำลังบัญชาการรบในสงครามใหญ่ สองข้างแก้มเปื้อนรอยเขม่าสีดำเป็นปื้น แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน
จางหย่ง แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ผู้กุมกำลังพลนับแสน ยืนตัวตรงแน่วอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองความพินาศย่อยยับตรงหน้าด้วยความรู้สึกเวทนาปนระอาเล็กน้อย รอบกายเขาตอนนี้มีทั้งเปลือกผักที่หั่นเละเทะ แป้งสีขาวที่ฟุ้งกระจายราวกับหิมะตกนอกฤดู และคราบน้ำซุปที่กระเด็นเปรอะเปื้อนผนังห้อง
นี่คือ "อาหารมื้อพิเศษ" ที่นางเอ่ยปากท้าทายเขาไว้เมื่อยามสาย ว่าจะแสดงฝีมือปลายจวักให้ประจักษ์แก่สายตา เพื่อตอบแทนเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนที่ผ่านมา—เหตุการณ์ที่เขากระซิบประโยคทรงพลังนั้นข้างใบหู จนทำเอาหัวใจนางเต้นผิดจังหวะไปหลายร้อยรอบ
"ข้าแค่กำลังประเมินว่า เจ้าตั้งใจจะทำลายห้องครัวจวนแม่ทัพ หรือตั้งใจจะวางยาพิษข้ากันแน่ อวี้เหยา" จางหย่งแค่นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระแวดระวัง ราวกับกำลังเดินฝ่าสนามทุ่นระเบิด มือหนาปัดเศษแป้งที่เกาะตามไหล่ออกอย่างไม่ไยดี
"วาจาร้ายกาจนักนะท่านแม่ทัพ คนหวังดีทำให้กินแท้ๆ ยังจะมีหน้ามากล่าวหาอีกหรือคะ?" อวี้เหยาหันขวับมาค้อนใส่ วางทัพพีไม้ลงเสียงดังลั่นนางเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "หากไม่มั่นใจในฝีมือ ก็เชิญออกไปรอที่ห้องโถงค่ะ ไม่มีใครบังคับให้ท่านมายืนสูดควันจนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงนี้หรอกนะ"
คำพูดประชดประชันและท่าทางพยศราวกับลูกแมวป่าตัวน้อยทำเอาจางหย่งมุมกระตุกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเย็นชาที่เคยใช้สยบผู้คนนับหมื่นพลลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเผชิญหน้ากับสตรีปากกล้าผู้นี้ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวนางโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังบางชนเข้ากับอกแกร่งของเขาอย่างจังเมื่อถอยหลังหนีไม่พ้น
"ทำอาหารไม่เป็นแล้วยังทำเป็นอวดเก่ง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนอวี้เหยาสะดุ้งเฮือก มือใหญ่เอื้อมผ่านไหล่นมนางไปกุมด้ามทัพพีไม้ในหม้อแทน พร้อมกับออกแรงคนช้าๆ อย่างมั่นคง "เขาทำกันเช่นนี้ต่างหากเล่า แม่นางเซี่ย"
กลิ่นกายบุรุษเจือกลิ่นอายสนและฝุ่นสนามรบโชยเข้าแตะจมูก ปลุกสติสัมปชัญญะของอวี้เหยาให้กระเจิดกระเจิง หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงกลองศึก นางพยายามจะขยับตัวหนี แต่ท่อนแขนแกร่งที่โอบล้อมอยู่ด้านหลังกลับกักขังนางไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ราวกับกรงทองที่มองไม่เห็น
"ท่าน... ขยับออกไปหน่อยสكاتค่ะ! ใกล้เกินไปแล้ว!" อวี้เหยาเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู ความเฉียบคมในการเจรจาที่เคยมีหายวับไปกับตา เมื่อเจอความแนบชิดอย่างไร้ยางอายของแม่ทัพหนุ่ม
"เมื่อครู่ยังปากเก่งท้าทายข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้จึงเสียงสั่นเล่า?" จางหย่งก้มลงมองเสี้ยวหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำด้วยแววตาพึงพอใจ ความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาฉายชัดขึ้นในแววตา เขาลดมือลงช่วยประคองมือนางให้คนข้าวต้มต่อด้วยกัน โคลงตัวเข้าหาอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน
บรรยากาศในห้องครัวที่ควรจะวุ่นวายและเละเทะ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหลอมละลาย เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด ปลายลิ้นที่เตรียมจะโต้เถียงของอวี้เหยาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่จ้องมองมาอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
"ถ้าข้าบอกว่า... อาหารมื้อนี้ข้าไม่ได้อยากกินข้าวต้ม แต่..."
เสียงทุ้มขาดหายไปในลำคอ เมื่อจางหย่งโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับกลีบปากนุ่ม อวี้เหยาหลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุกหน้าอก ความตื่นเต้นเร้าใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย นางกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์อันร้ายกาจของแม่ทัพผู้เย็นชาผู้นี้เสียแล้ว
*ปัง!*
เสียงถีบประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับร่างของหลี่กงกงที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
"แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ! ฝ่าบาท... ฝ่าบาทเสด็จมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสุกงอมคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 13
อาหารมื้อพิเศษ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!