ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 14

ข่าวลือในเมืองหลวง

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ! ฝ่าบาท... ฝ่าบาทเสด็จมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานของพ่อบ้านดังลั่นทะลุประตูห้องโถงเข้ามา ขัดจังหวะความเงียบงันที่ยังไม่ทันจางหายระหว่างคนทั้งสอง เซี่ยอวี้เหยาที่เพิ่งอ้าปากเตรียมจะสวนกลับคำพูดเยียบเย็นของจางหย่งเมื่อครู่ ถึงกับต้องหุบปากฉับ ดวงตากลมโตฉายแววตกใจระคนฉงนระคนทึ่งในความรวดเร็วของข่าวสารบ้านเมือง ให้ตายเถอะ... นี่ฮ่องเต้ว่างงานถึงขนาดทรงม้าควบมาตรวจจวนแม่ทัพด้วยพระองค์เองในยามวิกาลเช่นนี้เลยหรือ? หรือว่าข่าวลือที่นางกับเขา ‘มีซัมติิง’ กัน จะบินไปเข้าพระเนตรพระกรรณเร็วยิ่งกว่าพิราบสื่อสารเสียอีก! จางหย่งขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แววตาคมกริบดั่งใบมีดตวัดมองหญิงสาวที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ช้าอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหงุดหงิด ทั้งระอา และ... สับสนจนแทบอยากจะกุมขมับ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มก้าวฉับๆ ไปประชิดตัวนางในพริบตา มือหนาคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้จนแทบชิดติดแผงอกแกร่ง กลิ่นอายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นสนอ่อนๆ ลอยเข้าแตะนาสิกจนอวี้เหยาถึงกับลมหายใจสะดุด "เจ้าสร้างเรื่องอะไรไว้อีกแล้ว เซี่ยอวี้เหยา" เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นลอดไรฟัน แววตาเย็นชาคู่นั้นเวลานี้กลับระอุด้วยเพลิงโทสะที่ไม่รู้จะลงที่ใครดี "หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!" อวี้เหยาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวโครมครามด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "ท่านต่างหากเล่าที่เป็นคนหน้าตาบึงตึงจนคนเขาลือกันไปทั่วว่าท่านคือ 'ท่านแม่ทัพผู้ไร้ใจ' จนฝ่าบาทต้องเสด็จมาไกล่เกลี่ยเรื่องคู่ครองให้ท่านเองต่างหาก!" "เจ้า...!" จางหย่งเกือบจะสำลักลมหายใจตัวเอง ยัยตัวแสบนี่ช่างกล้าหาญนัก กล้าโยนความผิดให้เขาซึ่งๆ หน้า ทั้งที่ต้นเหตุของข่าวลือพิลึกพิลั่นในตลาดตอนนี้ มาจากคำพูดลอยๆ ของนางในงานเลี้ยงวันก่อนแท้ๆ *“ท่านแม่ทัพจางนะหรือเจ้าคะ? ถึงภายนอกจะดูเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี แต่เวลาอยู่กับข้าในห้องหนังสือ... เขากลับอ่อนโยนยิ่งนัก”* ประโยคกำกวมที่นางตั้งใจพูดหยอกเย้าเล่นเพื่อแกล้งเขาให้เสียหน้าในงานเลี้ยงน้ำชาของฮูเฮา กลับถูกบรรดาคุณหนูและแม่นางทั้งหลายตีความไปไกลยิ่งกว่าดาวอังคาร! เพียงชั่วข้ามคืน ข่าวลือเรื่อง ‘แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชากำลังซ่อนนางคณิกาหรือสตรีลึกลับไว้ในจวน’ ก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองหลวง และดูเหมือนว่าตอนนี้... พระองค์ผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรก็ทรงสนพระทัยเรื่องนี้เข้าเสียแล้วด้วย "ถวายบังคมฝ่าบาท—!" เสียงประกาศก้องจากด้านนอกดังขัดจังหวะความคิดของทั้งคู่ จางหย่งสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ รีบปล่อยมือจากข้อแขนของหญิงสาวทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าคมคายกลับคืนสู่ความเรียบเฉยราดน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว แม้แววตายังคงซ่อนความหงุดหงิดระอุไว้ไม่มิด ส่วนเซี่ยอวี้เหยาหรือนางมีหรือจะสะทกสะทราน ร่างระหงจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว ส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลให้แม่ทัพหนุ่มหนึ่งที ก่อนจะแสร้งทำเป็นจัดทรงผมตนเองอย่างใจเย็น ปึง! ประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ต้องรอให้เชิญ หลี่กงกง ขันทีคนสนิทก้าวเท้าเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วยร่างสูงโปรสง่าในชุดฉลองพระองค์ลำลองของฮ่องเต้ แววตาของโอรสสวรรค์กราดมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่ห่างกันผิดปกติด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พยายามกลั้นไว้อย่างเต็มที่ "โอ๊ะ ดูเหมือน朕จะมาขัดจังหวะอะไรรึเปล่าหนา... ท่านแม่ทัพจาง?" ฮ่องเต้หนุ่มแย้มพระ oสรวลกว้าง ทรงทอดพระเนตรสลับไปมาระหว่างแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาและหญิงสาวปากกล้าที่ยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่เบื้องหลัง จางหย่งคุกเข่าลงถวายบังคมอย่างรวดเร็ว "กระหม่อมจางหย่ง ถวายบังคมฝ่าบาท พะย่ะค่ะ ฝ่าบาทเสด็จมาเยือนจวนเล็กๆ ของกระหม่อมในยามวิกาลเช่นนี้ มีราชประการใดโปรดชี้แนะพะย่ะค่ะ" เซี่ยอวี้เหยารีบย่อกายลงทำความเคารพตามพิธีการทันที "หม่อมฉันเซี่ยอวี้เหยา ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ" ฮ่องเต้ทรงโบกพระหัตถ์เป็นเชิงอนุญาตให้ลุกขึ้น ก่อนจะแย้มพระสรวลเสียงดังลั่นห้องโถง "ลุกขึ้นเถอะๆ ไม่ต้องมากพิธีหรอกจางหย่ง... เราไม่ได้มาในฐานะกษัตริย์ผู้ทรงงานหนัก แต่เรามาในฐานะ 'ผู้หวังดี' ที่ได้ยินข่าวลือหนาหูในเมืองหลวงต่างหาก!" จางหย่งขมวดคิ้วมุ่นทันที "ข่าวลือ... อะไรหรือพะย่ะค่ะ?" "แหม เจ้ายังจะตีหน้าซื่ออีกรึ!" ฮ่องเต้ทรงพระสรวลอย่างชอบใจ ทรงก้าวเข้ามาตบพระนقศเบาๆ บนบ่ากว้างของแม่ทัพหนุ่ม "เขากล่าวขวัญกันทั่วทั้งเมืองหลวงแล้วว่า ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาและไร้พ่าย ผู้ซึ่งไม่เคยชายตาดูลูกสาวขุนนางคนใด กลับพ่ายแพ้ให้กับคารมของบุตรสาวตระกูลเซี่ย จนถึงขั้นพาตัวมาซ่อนไว้ในจวนไม่ออกไปไหนมาสองวันแล้ว... จริงเท็จประการใดเล่า?" เซี่ยอวี้เหยาที่ยืนก้มหน้าอยู่แอบอมยิ้มกริ่ม นางชำเลืองสายตาไปมองจางหย่งเล็กน้อย เห็นสันกรามของอีกฝ่ายขยับนูนขึ้นด้วยความโกรธกรุ่นจนน่าขัน ใบหน้าคมคายเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความอัดอั้นตันใจที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีโดยฝีมือของสตรีข้างกายนี่ต่างหาก! "ฝ่าบาททรงล้อเล่นแล้วพะย่ะค่ะ..." จางหย่งพยายามกดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะอยากหยิบกระบี่มาฟันข่าวลือพวกนั้นให้ขาดเป็นสองท่อน "นางเป็นเพียง... แขกผู้มีพระคุณที่บังเอิญเข้ามาพัวพันกับคดีในจวน หาได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งดังที่ชาวบ้านร่ำลือกันไม่" "แขกผู้มีพระคุณรึ?" ฮ่องเต้เลิกพระขนงขึ้นข้างหนึ่ง พระเนตรพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "แต่ท่าทางเมื่อครู่ตอนที่เราเปิดประตูเข้ามา... ดูเหมือนเจ้าไม่ได้ปฏิบัติกับนางเหมือน 'แขก' เลยสักนิดนะจางหย่ง มือไม้พันกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร?" อวี้เหยาแอบกลั้นขำจนไหล่สั่น นางรู้ดีว่าเวลานี้จางหย่งกำลังอยากจะฆ่าคนทิ้งสักสิบคนเพื่อปิดปากความจริง แต่ติดที่เบื้องหน้าคือโอรสสวรรค์ เขาจึงทำได้เพียงกลืนก้อนความคับแค้นลงคออย่างจำยอม จางหย่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ ดวงตาดุดลันตวัดกลับมามองหน้าสตรีตัวแสบที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึง หมับ! มือหนาคว้าข้อมือของอวี้เหยาอีกครั้งอย่างรวดเร็วและแนบแน่นกว่าเดิม แรงดึงทำให้นางเซเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งอย่างจังจนแทบตั้งตัวไม่ทัน ก่อนที่จางหย่งจะหันไปประสานสายตากับฮ่องเต้ด้วยสีหน้าจริงจังและเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อฝ่าบาทเสด็จมาถึงที่นี่เพื่อทวงถามความจริง..." จางหย่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และหนักแน่นจนห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงัน "กระหม่อมก็ขอทูลความจริงต่อหน้าพระพักตร์ ณ 1 ตรงนี้..." เซี่ยอวี้เหยาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ระยะห่างระหว่างลมหายใจแทบจะผสานเป็นหนึ่งเดียว แววตาของแม่ทัพหนุ่มเวลานี้ไม่มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและบางสิ่งที่ร้อนแรงจนแผดเผาผิวแก้วของนางให้ร้อนผ่าว "มะ... แม่ทัพจาง ท่านจะทำอะไร..." อวี้เหยาเผลอหลุดปากถามเสียงสั่นด้วยความประหม่าเป็นครั้งแรกในชีวิต จางหย่งก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสตรีปากกล้าถึงกับขนลุกซู่ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว "ในเมื่อพวกเขาลือกันว่าข้าพ่ายแพ้ให้แก่เจ้า..." เสียงกระซิบพร่าต่ำแต่ทรงพลังดังลอดเข้าโสตประสาท "งั้นข่าวลือนี้... ข้าคงต้องทำให้มันเป็นความจริงเสียแล้วกระมัง?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความปากแข็งของท่านแม่ทัพด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%