"มือสกปรกคู่versionนี้ ถ้ายังไม่อยากถูกสับเป็นชิ้นๆ โยนให้สุนัขกิน รบกวนช่วยถอยออกไปให้ห่างจากกระทะของฉันสามก้าวด้วยครับ คุณป้า!"
เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของ หลินอิง ดังแทรกเสียงน้ำมันเดือดฉู่ฉ่าในห้องครัวคับแคบอย่างเฉียบขาด ตะหลิวเหล็กในมือเรียวบางถูกตวัดลงบนขอบกระทะเหล็กหล่อเสียงดัง *เคร้ง!* จนคนที่กำลังยื่นมือมอมแมมเข้ามาคว้าชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงในชามเคลือบถึงกับสะดุ้งสุดตัว ชักมือกลับแทบไม่ทัน
จางหม่า ถอยหลังกรูดใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและตกใจ ดวงตาตี่เล็กจ้องเขม็งไปยังสะใภ้รองที่วันนี้ดูแปลกตาไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หลินอิงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้าน ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา แววตานั้นเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ ทำเอาคนแก่ที่เคยชินกับการข่มเหงรังแกคนอื่นมาตลอดชีวิตต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"นัง... นังเด็กปากดีนี่! แกกล้าด่าแม่สามีอย่างฉันเรอะ!" จางหม่าแผดเสียงแหลมสูงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้ตัวดีตัวสั่นเทา "แกเป็นสะใภ้บ้านจางนะ อาหารพวกนี้ ข้าวของในบ้านหลังนี้ มันเป็นของตระกูลจางทั้งนั้น! ฉันจะหยิบกินสักชิ้นสองชิ้นมันจะอะไรกันนักหนา แกชักจะปีนเกลียวใหญ่เกินไปแล้วนะ!"
หลินอิงวางตะหลิวลงบนเตาอย่างใจเย็น นางปรายตามองหญิงแก่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา ของตระกูลจางอย่างนั้นหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะนางแอบดึงเนื้อหมูชั้นดีและเครื่องเทศวิเศษออกจาก 'มิติฟาร์ม' ส่วนตัวมาปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน ป่านนี้คนตระกูลจางคงได้แต่นั่งแทะแกลบแห้งๆ ไปจนตายคาฤดูหนาวนี้แล้วกระมั้ง ยis-หยาบคายและไร้ยางอายเสียจริง
"ของตระกูลจาง?" หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้อุณหภูมิในห้องครัวลดฮวบลงทันตาเห็น "ป้าครับ... เอ่อ ขอโทษทีครับ แม่ครับ... ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านนี้มา มีวันไหนบ้างที่ข้าวสารกรอกหม้อสักเม็ดเป็นของที่บ้านนี้หามาได้ด้วยลำแข้งตัวเอง? เงินหยวนทุกเหมาที่พี่ใหญ่กับแม่ผลาญไปกับการพนันและซื้อของฟุ่มเฟือย มันมาจากเงินหยาดเหงื่อแรงงานของพี่รอง (จางเหว่ย) ที่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงในค่ายทหารไม่ใช่หรือครับ?"
"แก... แกกล้าด่าว่าฉันผลาญเงินเรอะ!" จางหม่าหน้าดำคร่ำเครียด นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบสั่งสอนสะใภ้ปากกล้าให้หลาบจำ มือเหี่ยวย่นกางเล็บยาวเตรียมตะปบลงบนใบหน้าเนียนใสที่นางหมั่นไส้มานาน
ทว่า หลินอิงหาใช่สะใภ้หัวอ่อนคนเดิมที่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไป เชฟอัจฉริยะจากโลกอนาคตผ่านการต่อสู้ดิ้นรนในวงการอาหารมาโชกโชน เรื่องแค่นี้ทำให้นางสะทกสะท้านไม่ได้แม้แต่น้อย
*ฟึบ!*
หลินอิงเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเรว พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบิดอันทรงพลังที่ได้จากการฝึกฝนร่างกายในมิติลับทำให้จางหม่าถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "โอ๊ย! ปล่อยนะ! นังเด็กเปรต มือฉันจะหักอยู่แล้ว!"
"จำไว้นะครับแม่..." หลินอิงโน้มใบเข้าไปกระซิบใกล้หูหญิงแก่ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารแผ่วเบาจนจางหม่าขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "หมูสามชั้นชามนี้ เป็นของที่ฉันเตรียมไว้ให้สามีของฉันกินเพื่อบำรุงร่างกายหลังจากฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง ถ้าใครหน้าไหนกล้าแอบหยิบกินไปแม้แต่ชิ้นเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะครับว่า มื้ออาหารมื้อต่อไปของบ้านหลังนี้ อาจจะมี 'รสชาติพิเศษ' ที่ทำให้พวกท่านท้องเสียจนลุกไม่ขึ้นไปเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยทีเดียว!"
จางหม่าเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว นางไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยว่านังสะใภ้คนนี้กล้าทำจริง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวหลินอิงในตอนนี้ ทำให้หญิงแก่รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าพญามยมิตisอย่างไรอย่างนั้น
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูและเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามา
"อิงอิง... ผมกลับมาแล้วครับ วันนี้มีอะไรกินบ้าง กลิ่นหอมลอยไปไกลถึงปากทางหมู่บ้านโน่นแน่ะ"
จางเหว่ย นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในบ้าน กลิ่นอายความสะอาดและบุคลิกนิ่งขรึมแต่ทว่าอบอุ่นทำให้บรรยากาศอึมครึมในห้องครัวพลันสลายไปในพริบตา ทว่าเมื่อสายตาคมกริบกวาดไปเห็นมารดาของตนกำลังทำท่าทางเหมือนจะทำร้ายภรรยาตัวน้อย และข้อมือของมารดาก็ถูกหลินอิงกุมไว้แน่น รังสีความเย็นชาและกดดันก็พวยพุ่งออกจากร่างของจางเหว่ยทันที
"แม่... กำลังทำอะไรภรรยาผมครับ?"
จางเหว่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้จางหม่าที่กำลังจะอ้าปากฟ้องถึงกับสำลักคำพูดตัวเอง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หลินอิงปล่อยมือจากข้อมือของแม่สามีทันที รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำเอาหัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ นางหันไปสบตา สามีพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนนิดๆ ที่จางเหว่ยแพ้ทางราบคาบ
"พี่เหว่ยกลับมาพอดีเลยครับ... เมื่อครู่แม่บอกว่าหิวโซ อยากจะช่วย 'ชิม' อาหารในกระทะให้ผม แต่ผมกลัวว่าฝีมืออันน้อยนิดของผมจะทำให้แม่ท้องเสียเอาได้ พี่ช่วยมาดูหน่อยสครับว่า ผมทำอะไรไว้ให้ทานบ้าง"
พูดจบ หลินอิงก็ตักหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสีเข้มข้นฉ่ำวัว ฉ่ำเครื่องเทศ ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง กลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยว ซีอิ๊วชั้นดี และสมุนไพรตุ๋นโชยเข้าจมูกจนจางเหว่ยถึงกับกลืนน้ำลาย
จางเหว่ยปรายตามองมารดาแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาภรรยา โอบเอวบางเข้ามาใกล้ด้วยความทะนุถนอม ราวกับไข่ในหิน โดยไม่สนสายตาขุ่นเคืองของมารดาที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ข้างๆ
"กลิ่นหอมมากครับ... ภรรยาผมเก่งที่สุดอยู่แล้ว" จางเหว่ยกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูกลีบเล็กของภรรยา ทำเอาหลินอิงหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายอย่างไม่ทันตั้งตัว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาหวานชื่น ทันใดนั้นเอง... เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในบ้านตระกูลจาง
"จางเหว่ย! หลินอิง! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานหมู่บ้านแล้ว!"
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมานะครับ)
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 3
ใครรังแกใครกันแน่
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!