ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 4

หุงข้าวหม้อแรกที่หอมไปสามบ้านแปดบ้าน

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“ถ้าพวกแกกล้าก้าวเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” เสียงตวาดกร้าวของหลินอิงดังสะท้อนก้องไปทั่วลานดินหน้าบ้านสกุลจาง มือเรียวบางที่เพิ่งผ่านการจับตะหลิวเหล็กจากโลกอนาคตตวัดขึ้นชี้หน้าจางหม่า แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสูบเลือดสูบเนื้อคนในบ้านจนไม่เหลือซาก ใบหน้าของหญิงชราเขียวคล้ำด้วยความโกรธเกรี้ยวจนริมฝีปากสั่นระริก “นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน ผู้เป็นแม่ของสามีแก! อกตัญญู! ฟ้าผ่าตายเสียเถอะ!” จางหม่าแผดเสียงกรีดร้องพยายามโวยวายเรียกคะแนนความสงสารจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เริ่มชะเง้อมองผ่านรั้วไม้ไผ่ หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนจางหม่าเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เชฟอัจฉริยะจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างเธอย่อมไม่,ยอมตกเป็นเหยื่อของคนหน้าหนาในยุคเจ็ดศูนย์แห่งนี้เด็ดขาด “แม่ครับ/ค่ะ... เอ่อ แม่ครับ กลับไปก่อนเถอะครับ” จางเหว่ย นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาบังภรรยาไว้เบื้องหลังด้วยสัญชาตญาณ แม้ใบหน้าคมคายจะยังคงเรียบเฉยเย็นชาตามวิสัยทหารหาญ แต่แววตาที่มองมารดาบังเกิดเกล้ากลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและผิดหวังอย่างปิดไม่มิด “ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเห็นเมียดีกว่าแม่ตัวเองอย่างนั้นเรั้น! แกดูมันสิ มันไม่แม้แต่จะแบ่งแป้งข้าวโพดให้เราสักกระสอบ!” จางหม่าชี้หน้าบุตรชายตัวดี น้ำตาจระเข้เริ่มไหลรินเพื่อบีบคั้น แต่หลินอิงหาได้สนใจการแสดงงิ้วฉากนี้ไม่ หญิงสาวหมุนตัวกลับเข้าสู่ห้องครัวคับแคบที่มีรอยแตกตามผนังดินเหนียว ที่นี่แหละคืออาณาจักรใหม่ที่เธอจะใช้มิติฟาร์มพลิกชีวิต และเริ่มต้นด้วยการตบหน้าพวกญาติจอมเปรียบด้วยกลิ่นหอมที่ทรงพลังยิ่งกว่าหมัดเหล็ก! ภายในห้องครัว หลินอิงหลับตาลงตั้งจิตอธิษฐานเพียงเสี้ยววินาที ร่างกายก็วับหายเข้าไปในพื้นที่มิติลับ ฟาร์มส่วนตัวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากโลกอนาคต แสงไฟนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมส่องสว่างสะท้อนใบหน้าสะสวยที่มุ่งมั่น เธอเลือกหยิบ "ข้าวหอมมะลิชั้นดี" ที่ผ่านการขัดสีอย่างพิถีพิถัน เม็ดอวบอ้วนสีขาวราวไข่มุก และ "เบคอนรมควันสูตรโบราณ" รวมถึงต้นหอมสดๆ ที่เพิ่งเก็บจากแปลงปลูกในมิติที่ยังคงหยดน้ำค้างพราวมารวมไว้ เมื่อกลับออกมาสู่โลกความเป็นจริง หลินอิงจัดการจุดเตาถ่านเก่าๆ รำพึงรำพันในใจว่า *'ยุคเจ็ดศูนย์ที่ผู้คนอดอยากปากแห้งกันถ้วนหน้า ฉันจะทำให้พวกเขารู้จักคำว่าสวรรค์บนดินผ่านกระทะใบนี้เอง'* เธอเริ่มจากการหุงข้าวในหม้อเหล็กหล่อโบราณ เคล็ดลับความอร่อยระดับเชฟมิชลินคือการใช้น้ำแร่จากบ่อน้ำพุในมิติมาหุงในสัดส่วนที่พอเหมาะ ไฟจากถ่านไม้ค่อยๆ แผ่ไอความร้อนระอุ กลิ่นหอมหวานบริสุทธิ์ของข้าวหอมมะลิใหม่เริ่มพวยพุ่งทะลุฝาหม้อไม้ไผ่ ออกมาทีละน้อย... ทีละน้อย... จนกระทั่งเสียงเดือดปุดๆ เงียบลง และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ก็ระเบิดตัวออกราวกับดอกไม้ไฟ *ฟู่—!* หลินอิงเปิดฝาหม้อออก ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมหวานละมุนลไมของเมล็ดข้าวที่สุกใหม่ๆ เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามเป็นเงางามราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำMง ไอร้อนกรุ่นลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ก่อนที่สายลมยามบ่ายจะพัดพาเอาอณูความหอมนี้ทะยานผ่านหน้าต่าง ลอยข้ามรั้วบ้าน และกระจายตัวออกไปทั่วทั้งหมู่บ้านหง Hsing อย่างรวดเร็วราวกับมีปีก! ณ ลานตากข้าวกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านที่กำลังนั่งพักเหนื่อยจากการทำงานหนักต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิด ใบหน้าที่เหนื่อยล้าพลันชะงักกึก “กลิ่นอะไรวะ... หอมชิบหาย!” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งอุทานออกมาเสียงดัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความงุนงง “นั่นมันกลิ่นข้าวไม่ใช่รึ? แต่ทำไม... ทำไมมันหอมหวานล้ำลึกขนาดนี้ ข้าวปันส่วนที่เรากินกันมันมีแต่กลิ่นแกลบไม่ใช่หรือไง!” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท้องของนางส่งเสียงร้องโครกครากออกมาทันที แม้แต่จางหม่าที่กำลังยืนด่าทออยู่หน้าบ้านสกุลจาง ก็ถึงกับสะดุดกึกลืมคำด่าที่กำลังจะพ่นออกจากปาก จมูกย่นยู่พยายามสูดดมกลิ่นที่ลอยมาตามลม กลิ่นหอมของข้าวสุกใหม่ผสมผสานกับความมันเยิ้มของไขมันสัตว์ที่ถูกเจียวจนกรอบเกรียมเตะเข้าที่จมูกเต็มเปี่ยม น้ำลายในปากของนางสอขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ ในห้องครัว หลินอิงหาได้สนใจปฏิกิริยาภายนอกไม่ เธอตั้งกระทะเหล็กใส่น้ำมันหมูลงไปเล็กน้อย ตามด้วยการโยนเบคอนรมควันหั่นเต๋าลงไปผัดจนส่งเสียงซู่ซ่า กลิ่นหอมของเครื่องเทศและควันไม้รมควันตลบอบอวลยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก เธอบรรจงเทข้าวสวยร้อนๆ เม็ดร่วนสวยลงไปผัดเคล้าให้เข้ากันอย่างคล่องแคล่ว เสียงตะหลิวกระทบกระทะดัง *กั๊กๆ* เป็นจังหวะราวกับเสียงดนตรี จางเหว่ยที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ นายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโกโชนและไม่เคยหวั่นเกรงต่อสิ่งใด กลับต้องมาพ่ายแพ้ต่อกลิ่นหอมเย้ายวนจากฝ่ามือของภรรยาตัวน้อย หลินอิงตักข้าวผัดสีทองอร่ามใส่ชามกระเบื้องเคลือบ เกินครึ่งชามถูกโปะด้วยไข่ดาวกรอบนอกนุ่มในที่ไข่แดงเยิ้มกำลังดี โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดใส เธอยื่นชามนั้นให้สามีด้วยรอยยิ้มพราย “กินเสียสิครับ/คะ... เอ๊ย กินเสียสิครับ คุณสามี เติมพลังให้เต็มที่ เดี๋ยวเรายังมีเรื่องสนุกต้องจัดการกับพวกเหลือขอข้างนอกนั่นอีกเยอะ” จางเหว่ยรับชามข้าวมาถือไว้ มือหนาสั่นเทาราวกับถือของล้ำค่า กลิ่นหอมกรุ่นเตะเข้าจมูกจนเขาแทบอดใจไม่ไหว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตักข้าวเข้าปากคำแรก... *ปัง!* ประตูรั้วไม้หน้าบ้านถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากบานพับด้วยแรงมหาศาล ร่างกำยำของ "เฉินเฉียง" อันธพาลประจำหมู่บ้านผู้เป็นหลานชายแท้ๆ ของจางหม่า ก้าวเข้ามาพร้อมกับท่อนไม้ในมือ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโลภและหิวกระหาย จ้องมองมาที่ชามข้าวผัดในมือจางเหว่ยเขม็ง “ไอ้เหว่ย! มึงกับนังเมียตัวดีทำอะไรกินกันวะ กลิ่นหอมเยี่ยวราดขนาดนี้ ส่งชามนั่นมาให้ก้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าก้าไม่เตือน!” หลินอิงหรี่ตาลงรอยยิ้มระรื่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาของนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เธอค่อยๆ วางตะหลิวในมือลงอย่างใจเย็น ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด และจางเหว่ยกำลังจะก้าวออกไปซัดหน้าไอ้อันธพาลผู้นี้ให้หมอบคาตีน เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหน้าถอดสี “ท่านหัวหน้ากองกำลังรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านมาแล้ว! ใครกล้าบุกรุกเคหสถานยามวิกาล จับตัวมันให้หมด!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%