ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 26

ปรับปรุงบ้านให้เป็นคฤหาสน์

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงค้อนเหล็กกระทบกับเสาไม้สนแดงดังสนั่นกังวานไปทั่วบริเวณลานบ้านสกุลจาง กลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อไม้สดที่เพิ่งถูกเลื่อยผสมผสานกับกลิ่นอายดินหลังฝนตก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนนับสิบที่มายืนมุงดูด้วยความอิจฉาระคนทึ่ง มิใช่เพียงแค่โครงสร้างบ้านหลังใหม่ที่กำลังผุดขึ้นราวดอกเห็ด หากแต่เป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฝ่ามือของสองสามีภรรยาที่เคยถูกมองว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้าน หลินอิงยืนกอดอกพิงกรอบประตูบ้านหลังเก่า สายตากวาดมองช่างไม้ฝีมือดีสามคนที่จางเหว่ยจ้างมาจากตำบลใกล้เคียงด้วยค่าแรงงาม เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนของเธอ แต่รอยยิ้มพึงพอใจกลับประดับอยู่บนมุมปาก เมื่อวานนี้เองที่มิติพิเศษของเธอบังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากที่เธอนำโสมป่าอายุหลายร้อยปีที่ซ่อนไว้ในช่องลับไปป์ไลน์ของมิติ ออกมาตรวจสอบอย่างละเอียด มันมิได้เป็นเพียงแค่ห้องเก็บของธรรมดาอีกต่อไป หากแต่เป็น "คลังแสงอเนกประสงค์" ที่มีทั้งเมล็ดพันธุ์พืชเร่งโต เครื่องมือทุ่นแรงยุคไฮเทค และห้องควบคุมอุณหภูมิที่สามารถเพาะปลูกพืชเมืองร้อนในฤดูหนาวได้อย่างสบาย "ภรรยา ช่างไม้ถามว่าต้องการให้ต่อเติมหน้าต่างห้องครัวแบบเปิดโล่ง หรือแบบกระจกที่สั่งตรงมาจากเมืองหลวงครับ" เสียงทุ้มต่ำของจางเหว่ยดังขึ้นข้างกาย ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขายื่นผ้าชุบน้ำสะอาดมาให้เธออย่างรู้ใจ ดวงตาคมกริบมองภรรยาด้วยความรักใคร่และตามใจจนคนรอบข้างต้องลอบกลืนน้ำลาย หลินอิงรับผ้ามาซับเหงื่อเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก "เอาแบบกระจกสิครับคุณสามี บ้านเราตอนนี้ไม่ใช่เพิงพักผ่อนกลางนาเสียหน่อย เงินที่เราได้จากการขายเห็ดหอมและสมุนไพรในตลาดมืดเมื่อวาน มากพอที่จะสร้างบ้านอิฐถือปูนที่หรูที่สุดในคอมมูนนี้ด้วยซ้ำ อย่าได้ประหยัดเด็ดขาด" จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ฝ่ามือหนายื่นไปลูบศีรษะภรรยาเบาๆ อย่างรักใคร่ "ตามใจคุณทุกอย่างครับ อยากได้อะไร เงินในกระเป๋าผม รวมถึงหัวใจของผม เป็นของคุณหมดแล้ว" ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงก็ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศ ร่างท้วมของจางหม่า แม่สามีผู้เห็นแก่ตัว ก้าวเข้ามาในรั้วบ้านด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางกวาดสายตามองโครงสร้างบ้านที่กำลังขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะแผดเสียงแหลมปรี๊ด "นังตัวดี! พวกแกสองคนเอาเงินมาจากไหนมากมายถึงได้กล้าสร้างบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้! เงินพวกนี้เป็นเงินของตระกูลจางใช่ไหม! เอามานี่นะ! เอามาให้ฉันเก็บรักษาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะประจานพวกแกให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าอกตัญญู ไม่เลี้ยงดูแม่ผู้ให้กำเนิด!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ช่างไม้หยุดมือลง หันมามองเหตุการณ์ด้วยความสนใจ หลินอิงมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมกริบราวน้ำแข็ง ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปาก จางเหว่ยได้ก้าวออกไปบังร่างภรรยาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาลงจนน่ากลัว รังสีอำมหิตของนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจนจางหม่าชะงักถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "แม่ครับ" จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน "บ้านหลังนี้สร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและเงินทองที่ผมกับภรรยาหามาเองอย่างสุจริต ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเราส่งเสบียงและเงินทองให้แม่ไม่เคยขาด แต่สิ่งที่พวกเราได้กลับมาคือความดูแคลนและคำดูถูก ถ้าแม่ยังมาอาละวาดไม่เข้าเรื่องที่นี่อีก ผมคงต้องเชิญผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานในการตัดขาดความสัมพันธ์ในฐานะแม่ลูกอย่างเป็นทางการ" จางหม่าหน้าซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ไม่คาดคิดว่าบุตรชายผู้เคยว่านอนสอนง่ายคนเดิม จะกล้าเอ่ยคำพูดที่เฉียบขาดเช่นนี้ออกมาต่อหน้าธารกำนัล นางถอยหลังกู๊ดด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะชี้หน้าหลินอิงแล้วกรี๊ดลั่น "นังงูพิษ! แกเป่าหูสามีสินะ! ระวังตัวไว้เถอะ ความสุขพวกนี้มันอยู่ได้ไม่นานหรอก!" พูดจบ นางก็สะบัดก้นหนีเตลิดออกไปท่าเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านละแวกนั้น หลินอิงอมยิ้มบางๆ เธอเดินเข้าไปใกล้สามี พร้อมกับยื่นมือไปจัดปกเสื้อให้เขาเบรกความตึงเครียด "ทำได้ดีมากครับสามี ขู่ได้สะใจดีแท้" "เพื่อคุณแล้ว ผมทำได้มากกว่านี้อีกครับ" จางเหว่ยกระซิบเสียงพร่า แววตาพราวระยับจนหลินอิงต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย ยามบ่ายคลายความร้อนลง ความคืบหน้าของตัวบ้านรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีลับจากมิติของหลินอิง แผ่นผนังสำเร็จรูปและฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูงถูกแอบนำออกมาใช้ผสมผสานกับงานไม้ ทำให้โครงสร้างบ้านเสร็จ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ภายในบ้านถูกเนรมิตให้กลายเป็นคฤหาสน์สไตล์โมเดลผสมผสานความอบอุ่นยุค 70 มีห้องรับแขกโอ่โถง ห้องนอนกว้างขวาง และที่สำคัญที่สุดคือ "ห้องครัวในฝัน" ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ทำครัวทันสมัยและวัตถุดิบหายากจากมิติ เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มย้อมท้องฟ้าเป็นสีส้มอมแดง กลิ่นหอมเย้ายวนใจก็เริ่มลอยฟุ้งออกจากหน้าต่างห้องครัวใหม่เอี่ยม หลินอิงกำลังงละเมียดงบรรจงทำอาหารมื้อค่ำฉลองบ้านใหม่ เมนูในวันนี้คือ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับฉบับภัตตาคารหลวง" ที่เคี่ยวกับสมุนไพรในมิติอายุนับร้อยปี น้ำซุปสีอำพันเคี่ยวจนงวดเข้าเนื้อ เนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก กลิ่นหอมของเครื่องเทศและน้ำตาลเคี่ยวลอยข้ามรั้วบ้าน กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนชาวบ้านต่างพากันสูดปากกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหย จางเหว่ยนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารไม้สักทองตัวใหม่ที่เพิ่งประกอบเสร็จ เขามองภรรยาคนเก่งที่กำลังจัดจานอาหารด้วยความภาคภูมิใจ ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะลิ้มรสชาติความสำเร็จของค่ำคืนนี้ เสียงเคาะประตูก็เปรี้ยงปร้างดังขึ้นขัดจังหวะ ก๊อกๆๆ! หลินอิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอหันไปสบตากับจางเหว่ย ประกายแสงแห่งความสงสัยวาบขึ้นในแววตาของทั้งคู่ ในยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่กล้ามาเคาะประตูบ้านสกุลจาง? จางเหว่ยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปเปิดประตูอย่างระมัดระวัง ทว่าเมื่อประตูถูกเปิดออก บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึกลงทันที... ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อย ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ และแววตาเฉียบคมดุจเหยี่ยว กำลังแย้มรอยยิ้มเย็นเยียบให้จางเหว่ย พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสองสามีภรรยาเย็นเฉียบ "ไม่เจอกันนานนะ... น้องชาย ลูกชายตระกูลจางผู้พลัดพราก" โปรดติดตามตอนต่อไป... *(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างคฤหาสน์และฟินไปกับความสปอร์ตเปย์หนักของพี่จางด้วยกันนะครับ)*
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%