"ถ้าท่านยังคิดจะเปิดหีบใบนั้นด้วยความโลภโดยไม่ถามเจ้าของบ้านให้ดีเสียก่อน เกรงว่ามือคู่นั้นของท่านคงไม่ต้องเก็บไว้ถือปืนอีกต่อไปแล้วกระมังครับ, สหายหลี่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงันของห้องโถงคับแคบ จางเหว่ยยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของกรอบประตู นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องไปยังร่างของชายแปลกหน้าผู้สวมเสื้อคลุมสีเขียวเข้มทหารนอกเครื่องแบบ ซึ่งกำลังยื่นมือสั่นเทาเข้าใกล้หีบไม้จันทน์หอมที่ถูกวางทิ้งไว้ปริศนาเมื่อครู่
หลินอิงสะดุ้งเล็กน้อย นางวางตะหลิวเหล็กในมือลงบนโต๊ะไม้ไผ่ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูตุ๋นเห็ดหอมที่เพิ่งเคี่ยวจนน้ำซุปงวดเข้มข้นยังคงลอยอวลอยู่รอบกาย แต่วินาทีนี้บรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวกำลังยืนอยู่ปากเหวหน้าผา นางหันไปมองสามี ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งกลับจากการลาดตระเวนรอบหมู่บ้านดูทรงพลังและน่าเกรงขามจนน่าใจหาย สัญชาตญาณของอดีตเชฟมือทองบอกนางทันทีว่า... เรื่องราวในค่ำคืนนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด
สหายหลี่หัวเราะแห้งๆ ชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก เขายืดตัวตรงแล้วหันมาเผชิญหน้ากับนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดแห่งกองพลน้อยที่เจ็ด รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการฝึกฝน
"ผู้กองจาง... ใจเย็นก่อนสหาย ฉันไม่ได้มีเจตนาจะมาร้าย แค่ได้รับคำสั่งให้นำของสิ่งนี้มาส่งให้ถึงมือภรรยาของคุณเท่านั้นเอง" สหายหลี่แก้ตัว น้ำเสียงเจือความเกรงกลัวอย่างปิดไม่มิด
หลินอิงก้าวเท้าเข้ามาแทางกลางระหว่างชายฉกรรจ์ทั้งสอง นางปัดเศษแป้งมันที่ติดอยู่ตรงชายเสื้อออกช้าๆ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับมีประกายไฟลอดผ่าน นางกวาดสายตามองหีบไม้ปริศนาสลักลายดอกโบตั๋นลึกลงไปในเนื้อไม้ ซึ่งเป็นลวดลายโบราณที่ไม่มีทางพบเห็นได้ทั่วไปในยุค 70 นี้อย่างแน่นอน
"ส่งให้ฉัน?" หลินอิงทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน "ในเมื่อคุณบอกว่าเป็นของที่ส่งมาถึงฉัน แล้วเหตุใดจึงต้องวางทิ้งไว้หน้าประตูโดยไม่เคาะเรียกให้ดีเสียก่อน เล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ เช่นนี้ คิดว่าพวกเราจะหลงกลหรือครับ, สหายหลี่"
คำว่า 'ครับ' ที่หลินอิงจงใจเน้นเสียงออกไปทำให้สหายหลี่ถึงกับหน้าถอดสี เขาเหลือบมองจางเหว่ยที่ยังคงวางมือข้างหนึ่งไว้ที่ด้ามปืนพกข้างเอวอย่างหลวมๆ แต่พร้อมจะชักออกมาปลิดชีพคนได้ทุกเมื่อหากมีความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย
จางเหว่ยไม่เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เขาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้หีบไม้ใบนั้น นัยน์ตาคู่คมกวาดมองสำรวจรอบด้าน ก่อนจะใช้ปลายรองเท้าบูทเขี่ยหีบไม้ให้พลิกหงายขึ้นเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบว่ามีกลไกอันตรายซ่อนอยู่หรือไม่ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว มือหนาหนาและหยาบกร้านจากการจับอาวุธจึงเอื้อมไปเปิดฝาหีบออกด้วยความระมัดระวัง
*แกร๊ก...*
เสียงกลไกไม้โบราณดังขึ้นแผ่วเบา ทันทีที่ฝาหีบถูกเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหายากและกระดาษเก่าก็ลอยฟุ้งขึ้นมาปะทะจมูก ภายในหีบไม่ได้บรรจุระเบิดหรือสิ่งของผิดกฎหมายอย่างที่สหายหลี่หวาดระแวง แต่กลับเป็นสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง วางทับอยู่บนห่อผ้าแพรสีแดงสดที่ปักลวดลายวิจิตรบรรจง และที่สำคัญที่สุด... ข้างๆ สมุดเล่มนั้น มีเมล็ดพันธุ์พืชแปลกประหลาดที่เรืองแสงเรื่อๆ ในความมืดอยู่สามเมล็ด!
หลินอิงก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของนางสะดุดไปชั่วขณะ เมล็ดพันธุ์สามชนิดนั้น... นางจำมันได้แม่นยำ มันคือเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีมิติระดับตำนานที่นางเคยเก็บไว้ในช่องเก็บของลับในศตวรรษที่ 21 แต่มันหายสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์เครื่องบินตกในคืนข้ามปี เหตุใดมันจึงมาปรากฏอยู่ที่นี่ ในยุค 70 ที่แร้นแค้นแห่งนี้ได้?
"นี่มัน... อะไรกัน?" จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดพลิดูผ่านๆ ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ทำให้เขาต้องหันขวับมามองภรรยาตัวน้อยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายมหาศาล
ลายมือนี้... เป็นลายมือเดียวกับสมุดสูตรอาหารลับที่หลินอิงมักจะแอบหยิบมาเขียนยามดึกดื่น และบางตัวอักษรก็ใช้ภาษาที่แปลกประหลาดจนเขาอ่านไม่ออก แม้เขาจะพยายามทำเป็นมองไม่เห็นและปล่อยผ่านความลับเล็กๆ น้อยๆ ของนางมาตลอดหลายเดือนตั้งแต่แต่งงานกัน แต่ในยามนี้ หลักฐานทั้งหมดกลับกองอยู่ตรงหน้าอย่างโจ่งแจ้ง
สหายหลี่เห็นท่าไม่ดี รีบถอยหลังกรูดไปที่ประตู "ภารกิจของผมเสร็จสิ้นแล้ว ผู้กองจาง... เมียคุณ... นางรู้ดีว่าของสิ่งนี้หมายถึงอะไร ขอตัวก่อนนะครับ!"
พูดจบ สหายหลี่ก็หมุนตัววิ่งหายไปในความมืดของตรอกแคบหลังบ้านอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้สามีภรรยาตระกูลจางยืนเผชิญหน้ากับความจริงที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องครัวหลังเล็ก เสียงเดือดปุดๆ ของหม้อตุ๋นหมูยังคงดังสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบนอกบ้าน หลินอิงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สมองของนางประมวลผลอย่างรวดเร็ว นางควรจะแก้ตัวอย่างไรดี? จะบอกว่าตนเองเป็นวิญญาณข้ามภพจากอนาคต หรือจะบอกว่านี่คือเวทมนตร์ปาฏิหาริย์? ในยุคสมัยที่ความงดงายทางความคิดยังคงเคร่งครัด การถูกมองว่าเป็นปีศาจแปลงกายอาจทำให้นางถูกจับกรอกยาพิษหรือเผาไฟได้ง่ายๆ
นางกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ข้ามภพมา นางกลัว... ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าสายตาที่จางเหวยมองมาจะเปลี่ยนไป จากความรักความเอ็นดู กลายเป็นความหวาดระแวงและรังเกียจ
จางเหว่ยยังคงยืนนิ่ง เขาวางสมุดบันทึกและเมล็ดพันธุ์ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ช้าๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาหลินอิงทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคงหนักแน่นราวกับภูเขาผา หลินอิงถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีอีกแล้ว
มือหนาเอื้อมออกไป วางทาบลงบนผนังไม้ข้างศีรษะของนาง กักขังร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นอายฝุ่นดินและเหงื่อจากการฝึกฝนพัดเข้ามารุมล้อมจนนางแทบหายใจไม่ออก
"เหว่ย..." หลินอิงกระซิบเสียงสั่น เปลือกตากระพริบถี่เพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า "คุณ...โกรธฉันไหมครับ? หรือว่า... คุณคิดว่าฉันเป็นตัวประหลาด?"
จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาใกล้ หน้าผากของเขาแตะเบาๆเข้ากับหน้าผากของนาง สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจที่กำลังหวาดกลัวของหลินอิงสงบลงอย่างน่าประหลาด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของนาง
"อิงอิงเอ๋ย..." จางเหว่ยเอמהเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้งจนกินใจ "เธอคิดว่าฉันเป็นคนโง่เง่าขนาดนั้นเชียวหรือ? ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา อาหารเลิศรสที่เธอเนรมิตออกมาจากความว่างเปล่า ผักใบเขียวสดใหม่กลางฤดูหนาวที่แม้แต่ท่านผู้นำยังหาทานไม่ได้ หรือแม้กระทั่งบาดแผลของฉันที่หายสนิทอย่างรวดเร็วเพราะน้ำสมุนไพรประหลาดของเธอ... คิดว่าตาของจางเหว่ยคนนี้บอดสนิทจนมองไม่เห็นความจริงเลยหรือ?"
หลินอิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณ... คุณรู้มาตลอดเลยงั้นเหรอ?"
"ใช่, ฉันรู้" จางเหว่ยระบายยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่หลินอิงเคยเห็นมาในชีวิต "แต่ฉันเลือกที่จะไม่ถาม เพราะฉันกลัวว่า... ถ้าฉันซักไซ้ไล่เลียงมากเกินไป เทวดาผู้เลอโฉมท่านนี้จะตกใจกลัวแล้วบินหนีกลับสรวงสวรรค์ไปเสียก่อน"
นางเอกสาวถึงกับพูดไม่ออก น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มในที่สุด ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นความตื้นตันใจที่เอ่อล้นจนจุกอก สามีบ้านนอกที่คนอื่นมองว่าเย็นชาและไร้หัวใจผู้นี้ กลับยอมรับความลับที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในโลกของนางได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีความหวาดกลัวหรือความโลภเจือปนแม้แต่น้อย
"แต่... ของพวกนี้..." หลินอิงชี้ไปที่เมล็ดพันธุ์เรืองแสงบนโต๊ะ "มันอันตรายนะเหว่ย ถ้าคนอื่นรู้เข้า..."
"ไม่มีใครรู้หรอก" จางเหว่ยขัดขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบขาด เด็ดเดี่ยวราวกำแพงเหล็กกล้า "เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ความลับของเธอ... จะเป็นความลับของฉันด้วย เราจะปกป้องมันด้วยชีวิต และไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าเข้ามาวุ่นวายหรือคิดจะแย่งชิงสิ่งที่เป็นของภรรยาฉันไป... มันจะต้องก้าวผ่านศพของฉันไปเสียก่อน"
คำพูดที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความปกป้องคุ้มครองนั้นทำให้หลินอิงโผเข้ากอดเอวสอบของสามีแน่น ซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สะอื้นไห้ออกมาเบาๆ ปลดปล่อยความกดดันทั้งหมดที่แบกรับไว้คนเดียวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
จางเหว่ยโอบกอดร่างบางไว้แนบอก มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างรักใคร่และทะนุถนอม เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่แฝงความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยตามประสาชายหนุ่มผู้รักเมียสุดหัวใจ
"เอาล่ะ, คนเก่งของฉัน ร้องไห้พอหรือยัง? ถ้ายัง... คืนนี้ฉันจะยอมให้เธอลงโทษฉันตามใจชอบ แต่ตอนนี้... กลิ่นหมูตุ๋นในหม้อของเธอดังเตือนภัยมาสักพักแล้ว เกรงว่าถ้าเรายังไม่รีบตักกิน อาหารมื้อดึกฝีมือภรรยาคนสวยคงได้ไหม้เกรียมจนกินไม่ได้เสียก่อนแน่ๆ ครับ"
หลินอิงหัวเราะทั้งน้ำตา นางผละออกจากอกเขา ใช้หลังมือปัดคราบน้ำตาออกลวกๆ แล้วค้อนใส่สามีตาควายหนึ่งวง
"เพราะคุณนั่นแหละ มาทำซึ้งผิดเวลา!" นางบ่นอุบอางอ้าง ก่อนจะหันกลับไปจัดการกับเตาไฟ
แต่ทว่า... ในขณะที่หลินอิงกำลังจะตักหมูตุ๋นเห็ดหอมสีแดงฉ่ำใส่ชามกระเบื้องเคลือบเพื่อเตรียมลิ้มรสชาติแห่งความสุข จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง! แต่มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา... มันเป็นการทุบประตูอย่างรุนแรงราวกับมีคนนับสิบกำลังพยายามพังมันเข้ามา และเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตกใจกลัวของ "จางหม่า" แม่สามีจอมแสบก็แผดลอยข้ามกำแพงเข้ามาในความมืด!
"ช่วยด้วย! ผู้กองจาง! ช่วยฉันด้วย! ที่... ที่แปลงผักหลังบ้าน... มีตัวประหลาดกำลังโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน!"
จางเหว่ยและหลินอิงสบตากันนิ่ง ประกายแสงแห่งความระทึกใจวาบขึ้นในแววตาของทั้งคู่พร้อมกัน... มิติของนางไม่ได้มีแค่ห้องเก็บของเสียแล้วกระมัง?
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" มาโดยตลอดนะครับ*
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 25
ความจริงที่เปิดเผยเกี่ยวกับมิติ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!