"ถ้าพวกแกกล้าก้าวเข้ามาในเขตบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
เสียงตวาดกร้าวของหลินอิงดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณรั้วไม้ไผ่ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ใบหน้าเนียนนุ่มที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มยามปรุงอาหาร บัดนี้กลับตึงเครียดและเย็นชาจนน่าเกรงขาม
เบื้องหน้าของเธอคือ 'จางหม่า' ผู้เป็นแม่สามีตัวแสบ พร้อมด้วยญาติห่างๆ อีกสองคนที่ถือไม้พลองและจอบมาทำทีท่ากร่าง โดยมีชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นังสะใภ้เนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน ผู้ให้กำเนิดสามีแก!" จางหม่าแผดเสียงแหลมสูง ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโมโห มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหลินอิงด้วยความเคียดแค้น "แค่สามีแกไม่อยู่ไปราชการไม่กี่วัน ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าปิดประตูใส่หน้าแม่สามีอย่างฉันรึ! เอาของในบ้านแกออกมาให้หมด เดี๋ยวนี้! ไม่เช่นนั้นฉันจะให้คนพังประตูเข้าไปรื้อค้นให้ราบ!"
หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านก้าวออกมายืนขวางประตูบ้านไว้ราวกับเทพประตูผู้ปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เธอมองหญิงแก่ตรงหน้าด้วยสายตาเย้ยหยัน
"ผู้ให้กำเนิด? หึ... ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าตระกูลจางมา มีวันไหนบ้างที่ท่านปฏิบัติกับฉันเหมือนมนุษย์? ข้าวปลาอาหารไม่เคยตกถึงท้อง นอกเสียจากงานหนักในไร่นาที่โยนมาให้ฉันทำราวกับวัวควาย แถมยังจะมาไถเอาเงินเดือนที่จางเหว่ยส่งกลับมาให้อีก หน้าหนาเกินไปหน่อยไหมครับ... อ้อ ไม่สิ หน้าหนาเกินไปแล้วมั้งครับคุณแม่สามี!"
คำพูดเหน็บแนมที่คมกริบราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้จางหม่าสะอึก หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอายต่อหน้าชาวบ้าน
"นัง... นังเด็กปากดี!" จางหม่ากรี๊ดลั่น ทนความอับอายไม่ไหว หันไปตวาดสมุนข้างกาย "พวกแกยืนบื้ออยู่ทำไม! พังประตูเข้าไป! สอนมารยาทมันสักหน่อย ให้มันรู้สำนึกว่าใครคือนายในบ้านหลังนี้!"
ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนพยักหน้ารับ ร้องคำรามลั่นแล้วเงื้อมือถือไม้พลองพุ่งเข้ามาหมายจะพังประตูรั้วไม้ไผ่ที่หลินอิงยืนปักหลักอยู่
หลินอิงสูดลมหายใจเข้าลึก แม้ในใจจะเตรียมพร้อมเรียกน้ำยาพิเศษหรือวัตถุดิบจากมิติฟาร์มออกมาป้องกันตัว แต่เธอก็รู้ดีว่าการใช้กำลังย่อมทิ้งร่องรอย ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ไม้พลองกำลังจะเหวี่ยงเข้ามานั้นเอง
*ฟรึบ!*
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านวูบหนึ่ง รวดเร็วดั่งภูตผี!
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าหลินอิงราวกับปาฏิหาริย์ มือหนาใหญ่คว้าจับด้ามไม้พลองของชายฉกรรจ์คนแรกไว้ได้อย่างมั่นคงด้วยมือเปล่า แรงปะทะสะท้อนกลับจนชายคนนั้นหน้าเหเกือบหงายหลัง
"แก..." ชายฉกรรจ์อึ้งค้าง
จางเหว่ยยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ กวาดสายตามองผู้บุกรุกทีละคนด้วยรัศมีสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้แต่เสียงหายใจยังแทบไม่ได้ยิน
"จาง... จางเหว่ย?" จางหม่าหน้าซีดเผือด เอ่ยชื่อบุตรชายด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาจากค่ายทหารเร็วกว่ากำหนด
จางเหว่ยไม่ได้ชายตามองมารดาบังเกิดเกล้าเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขานิ่งสนิท เย็นชา และเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ เขากำด้ามไม้พลองในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว...
*แกร็ก! โครม!*
ไม้พลองหักคามือ ร่างของชายฉกรรจ์ผู้ถืออาวุธเสียหลักล้มกลิ้งไม่เป็นท่า จางเหว่ยไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าไปประชิดตัวด้วยวิชาต่อสู้มือเปล่าของหน่วยรบพิเศษ เพียงแค่ตวัดขาเตะกวาดและล็อกข้อต่ออย่างแม่นยำและรวดเร็ว ชายฉกรรจ์ทั้งสองก็ลงไปนอนดิ้นครวญครางอยู่บนพื้นดินโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที! ความรวดเด็ดขาดและทรงพลังทำให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันสูดปากด้วยความหวาดกลัว
จางเหว่ยปัดมือเบาๆ ราวกับปัดฝุ่น ร่างสูงก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้าไปหาจางหม่าที่ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวจนล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
"แม่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนจางหม่าตัวสั่นเทา "ผมเคยบอกแม่ไว้แล้วใช่ไหมครับ ว่าอย่ามารังควานภรรยาผมอีก"
"เหว่ย... เหว่ยลูกแม่ นี่แกจะทำอะไรแม่..." จางหม่าละล่ำละลักละอายใจและหวาดกลัว
"ผมเป็นทหาร ปกป้องประเทศชาติได้ แต่จำไว้ให้ดี... หน้าที่สำคัญที่สุดของผมในตอนนี้ คือการปกป้องภรรยาของผมจากคนสารเลว แม้กระทั่งคนในครอบครัวตัวเอง ถ้ายังกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่อีก อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นแม่ลูก!"
น้ำเสียงเด็ดขาดและแววตาที่เอาจริงเอาจังทำให้จางหม่าไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เธอรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ลากสมุนขี้ขลาดทั้งสองหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้าน
บรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบ หลินอิงยืนมองแผ่นหลังกว้างของสามี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งอบอุ่น ซาบซึ้ง และพึงพอใจอย่างยิ่ง
จางเหว่ยหันกลับมา ใบหน้าที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งเมื่อครู่พลันอ่อนละมุนลงทันทีเมื่อสบตากับภรรยา เขาก้าวเข้ามาใกล้ สำรวจเนื้อตัวเธออย่างรวดเร็วด้วยความห่วงใย "น้องอิง... พวกมันไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหมครับ? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
หลินอิงส่ายหัวน้อยๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มซุกซน เธอยื่นมือไปจัดปกเสื้อเครื่องแบบให้เขาเบาๆ "คุณคิดว่าภรรยาจางเหว่ยเป็นคนอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือคะ... อ้อ ไม่สิครับ ฉันไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแกอยู่แล้ว แต่..."
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายระยิบระยับ ชายหนุ่มเลิกคิ้วรอฟังอย่างตั้งใจ
"แต่คุณมาได้จังหวะเวลาพอดีแบบนี้... สมควรได้รับรางวัลชิ้นใหญ่จากเชฟหลินอิงเสียหน่อยแล้วล่ะครับ"
พูดจบ หลินอิงก็หมุนตัวเดินนำเข้าไปในครัว ทิ้งให้จางเหว่ยยืนยิ้มกริ่มด้วยความเอ็นดูตามหลัง ภายในห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและน้ำซุปเคี่ยวเค็มตุ๋นยาจีนสูตรลับเฉพาะจากมิติฟาร์มโชยขจรขจายออกมาเตะจมูกทันทีที่เปิดประตู...
และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอีกครั้งจากด้านนอก... แต่ไม่ใช่เสียงของจางหม่า ทว่ากลับเป็นเสียงเคาะที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง พร้อมกับหีบไม้ปริศนาที่ถูกวางทิ้งไว้หน้าบ้านโดยไม่มีที่มา!
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ - กาแฟโบราณแก้วโต)
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 24
จางเหว่ยเดือดจัดปกป้องเมีย
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!